แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เที่ยวสุโขทัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เที่ยวสุโขทัย แสดงบทความทั้งหมด

23/06/2557

สุโขไกด์┊9┊ของกินกับของฝาก

ถ้าถามว่า "ไปสุโขทัยแล้วกินอะไรดี?" หลายคนอาจตอบว่า "ก็กินก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยสิ" นั่นก็ถูกส่วนหนึ่งนะครับ แต่จากประสบการณ์ตรง สดๆ ร้อนๆ ต้องบอกว่าไม่ใช่แค่ก๋วยเตี๋ยวเท่านั้น ... ตั้งแต่อาหารไทยตามร้านใหญ่ๆ ไปจนถึงรถเข็นข้างทาง ล้วนอร่อยทั้งนั้น เรียกว่า รสมือชาวสุโขทัยนี่ใช้ได้เลยทีเดียว

ผมเลือกเอาร้านที่ประทับใจสุดๆ มาแนะนำ ซัก 3 ร้าน นะครับ

มื้อแรกที่สุโขทัยที่ประทับใจผมเป็น บะหมี่หมูแดง ครับ ไม่รู้ว่าร้านชื่ออะไรแต่มีป้ายบนรถเข็นเขียนว่า "บะหมี่สด" อยู่ถนนจรดวิถีถ่องหน้าธนาคารออมสิน เส้นบะหมี่ของเขาใหญ่กว่าเส้นบะหมีทั่วไปหน่อย คล้ายๆ กับเส้นราเม็งของญี่ปุ่น ... สดอร่อยสมชื่อ ครับ ร้านเปิดตอนค่ำๆ  มีแต่คนสุโขทัยมากิน

มื้อที่สองคือที่ "ร้านแก่งสัก" ที่ศรีสัชนาลัย ร้านนี้บรรยากาศดีอาหารก็อร่อยนะครับ

ร้านนี่น่าจะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว มี สติกเกอร์บริษัททัวร์เต็มไปหมด

09/06/2557

สุโขไกด์ ┊8┊วัดนอกกำแพงเมือง นอกกระแส?

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของผมแล้วที่สุโขทัย เลยตั้งใจว่าจะตระเวนเก็บวัดรอบๆกำแพงเมืองเก่าให้ครบ จะได้ไม่มีอะไรค้างคาใจ ... แต่เท่าที่ไปมา ผมแปลกใจที่ไม่ค่อยมีใครสนใจวัดบริเวณนี้เลย จะมีก็แต่ พวกแบ็คแพ็กเกอร์หลงๆมา กับพวกทัวร์รถตู้อีกนิดหน่อย มาเป็นระลอกๆ แต่ถ้าเทียบกับที่ไฮไลท์อย่าง วัดมหาธาตุ กับวัดศรีชุม แล้วนับว่าเงียบเหงามาก

คงเพราะ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน? แต่ละวัดมีอะไร? สำคัญแค่ไหน? ไปแล้วจะยังไง? ทำอะไรได้บ้าง? 
ข้าวในนาหน้าวัดเจดีย์สี่ห้อง
รวงข้าวใหม่ ๆ ยามเช้า ที่หน้าวัดเจดีย์สี่ห้อง

04/06/2557

สุโขไกด์ ┊7┊สุขอมไท?

คืนที่สองที่สุโขทัย ก็ผ่านไปได้ด้วยดี  เช้านี้ผมตั้งใจว่า จะเที่ยวชมวัดอื่นๆในเมืองสุโขทัยให้ครบ ... ระหว่างอ่านไกด์บุคไปพร้อมกับกินมื้อเช้า พบว่า ยังมีโบราณสถานที่น่าสนใจอีกเยอะ ทั้งใน และนอกกำแพงเมือง   คงต้องใช้เวลาทั้งวัน ไม่เหลือแรงขับรถกลับกรุงเทพฯแน่ๆ เลยตัดสินใจนอนต่ออีกสักคืน จะได้เที่ยวได้อย่างสบายใจ

ออกจากที่พัก ผมวนไปวัดนอกกำแพงเมืองทางทิศใต้ก่อน เพราะอยู่ใกล้ เส้นทางก็สะดวกดี จะได้ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา และตรงนี้มีวัดสำคัญ  แต่ผมจะกั๊กเอาไว้ก่อนไม่เล่าตอนนี้ เพราะมีเรื่องอื่นที่อยากจะเล่ามากกว่า มันติดพันมาจากตอนที่แล้ว ... ตอนที่พาไปเที่ยวเมืองเชลียงที่ศรีสัชนาลัย นั่นก็คือเรื่องของ "ขอม"

ปูนปั้นที่วัดศรีสวาย
ปูนปั้นที่วัดศรีสวาย

08/05/2557

สุโขไกด์ ┊6┊เมืองเชลียง ศรีสัชนาลัยเก่ากับความหลัง

ออกจากเมืองศรีสัชนาลัยก็ได้เวลากินมื้อเที่ยงพอดี ... แถวนี้ไม่ค่อยมีร้านอาหารใหญ่ๆ ดังๆ สักเท่าไหร่ ในหนังสือนายรอยรู้ (ฉบับสุโขทัย) บอกว่า มีอยู่ร้านเดียว อยู่ตรงกลางระหว่างทางไปวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ตรงข้ามวัดโคกสิงคาราม ชื่อร้าน "แก่งสัก"

ภายในร้านก็ร่มรื่นแบบสวนอาหาร ส่วนที่นั่งกินเป็นเรือนไม้ริมแม่น้ำยม มีลมพัดเอื่อยๆ เรียกว่า บรรยากาศดีน่านอนกันเลยทีเดียว อาหารขึ้นชื่อเป็นเมนูแนะนำของที่นี่ส่วนใหญ่เป็นพวกปลาแม่น้ำ เราก็เน้นไปที่ปลา ที่สั่งมี ต้มยำปลาเค้า ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม แล้วก็ยำไข่ดาว ... ถึงปลาเค้าจะต้องเปลี่ยนเป็นปลากระพง (ซึ่งทางร้านก็ยืนยันว่าเป็นกระพงแม่น้ำ) แต่ทุกจานก็อร่อยเกินคาด โดยเฉพาะ ยำไข่ดาว นับเป็นมื้อเที่ยงที่ฟินดีจริงๆ

แม่น้ำยมมองจากร้านแก่งสัก

28/04/2557

สุโขไกด์┊5┊ศรีสัชนาลัย เมืองโบราณในอุดมคติ

คืนแรกที่สุโขทัยผ่านไปด้วยดี อาจเป็นเพราะเหนื่อยจากการเดินทาง ผมนอนหลับสนิทและตื่นเช้ามาอย่างสดชื่น มีแรงพร้อมจะเที่ยวต่อ ... เช้านี้ ตามแผน คือ เราจะไปเที่ยวศรีสัชนาลัยกัน

หลังจากจัดการกับบุฟเฟต์เช้าของเกสเฮ้าส์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็มุ่งหน้าสู่อำเภอศรีสัชนาลัย  ผมใช้ทางหลวงหมายเลข 1113 ซึ่ง เชื่อว่าเป็นแนวเดียวกับ "ถนนพระร่วง" ในสมัยสุโขทัย  ผมไม่แน่ใจว่าเมื่อ 700 ปีที่แล้วทางเส้นนี้จะเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ดูทิวทัศน์ข้างทางก็ยังสวยงามไม่ต่างจากสมัยที่ผมมาทัศนศึกษาเมื่อ 20 ปีที่แล้วเท่าไหร่นัก ถนนเส้นนี้ยังเป็นถนนสายรอง เล็ก ๆ ตรง ๆ ข้างทางมีแต่ทุ่งนา ... ตอนนี้ช่วงปลายหน้าฝน ทุ่งนาก็เขียวกว่าเมื่อก่อนหน่อย และที่มีเพิ่มขึ้นมาก็เป็นแปลงผัก

ทิวทัศนข้างทางหลวงหมายเลข 1113

11/04/2557

สุโขไกด์ ┊4┊วัดมหาธาตุหัวใจที่ยังคงเต้นอยู่ ... แม้จะเป็นคนละจังหวะก็ตาม

จากเขตอรัญญิกของกำแพงเพชร ผมกลับมาใช้ทางหลวงหมายเลข 101 มุ่งหน้าสู่สุโขทัย ... ถ้าผมมาที่นี่เมื่อ 700 ปีที่แล้ว และกำลังจะไปสุโขทัยก็คงต้องใช้เส้นทางนี้เหมือนกัน เพราะทางหลวงหมายเลข 101 นี้เป็นแนวเดียวกับ "ถนนพระร่วง" ในสมัยสุโขทัย

แนวถนนพระร่วงเที่ยบทางหลวงในปัจจุบัน
แนวถนนพระร่วงเที่ยบกับทางหลวงในปัจจุบัน

ถนนพระร่วง คือ คันดินยาวที่เชื่อมต่อระหว่างเมือง จากกำแพงเพชร สุโขทัย ไปจนถึงศรีสัชนาลัย บางคนเชื่อว่าคันดินนี้เป็นถนนโบราณ  แต่จากการสำรวจพบว่า คันดินไม่ได้ต่อเนื่องตลอดทาง ขาดเป็นช่วงๆ และที่สันก็เป็นยอดสามเหลี่ยม อีกหลายคนจึงเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นถนน แต่น่าจะเป็นคันกั้นนำ้ขนาดใหญ่ ที่ใช้ป้องกันน้ำหลากจากเทือกเขาด้านทิศตะวันตก  แต่ผมคิดว่าถนนพระร่วงนี้น่าจะถูกใช้ประโยชน์ทั้งสองกรณี เพราะถึงสันคันกันน้ำจะไม่กว้างพอสำหรับคาราวานเกวียน แต่บริเวนที่น้ำท่วมขังก็น่าจะมีเฉพาะฝั่งตะวันตก อีกด้านคงพอใช้ได้ และด้วยความที่เป็นแนวยาวเชื่อมเมืองทั้งสามเข้าไว้ด้วยกัน การเดินทางตามแนวจึงเป็นเรื่องสะดวก (ไม่ต้องกลัวหลง) และมีเมืองเล็กๆ ย่อยๆ เป็นจุดพักเกิดขึ้นตลอดแนวนี้มากมาย

แนวถนนพระร่วงถ้าเทียบกับทางในปัจจุบัน เป็นถนนหลายเส้น คือ จากกำแพงเพชรจะเป็นทางหลวงหมายเลข 101 พอถึงอำเภอคีรีมาส ก็วกเข้าเลียบเขาหลวง เส้น 1319 ซึ่งตัดผ่าหน้าเมืองสุโขทัยเก่าพอดีตรงเส้น 1272 และจากเมืองสุโขทัยไปศรีสัชนาลัยคือ ทางหลาวงหมายเลข 1113

ผมวิ่งรถมาตามถนนพระร่วงในจินตนาการ ไม่นานก็มาถึงสุโขทัย ถึงแล้วก็จัดการเรื่องที่พักที่จองไว้ ... อาบน้ำอาบท่า พักพ่อนพอสมควร แล้วก็ออกมาเดินเล่นที่วัดมหาธาตุ ไปไหว้อนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง และก็ไปดูพระอาทิตย์ตกที่เขาล่ำลือกัน ... เสร็จแล้วก็จะได้ไปหามื้อเย็นกินกันในตัวเมือง 

ความจริงแล้ว วันแรกนี่ผมมาแค่ซึมซับบรรยากาศเฉยๆ ไม่ค่อยได้ดูอะไรจริงจัง  แต่ตลอดเวลาที่อยู่สุโขทัย ผมก็เข้าๆ ออกๆ มาเดินเล่นวัดนี้เกือบทุกวัน เลยจะยกรายละเอียดมาเล่ารวมๆ กันไปเลย ... นะครับ

--- กลางเมืองสุโขทัย มี "วัดมหาธาตุ" ซึ่งถือเป็นวัดสำคัญที่สุดและเป็นศูนย์กลางของเมือง ตามคติการตั้งเมืองในพุทธศาสนาแบบเถรวาท ที่มักจะนิยมสร้างเจดีย์ไว้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ (วัดมหาธาตุ) ไว้กลางเมือง ---

แผนผังวัดมหาธาตุสุโขทัย

ที่ด้านหน้าของวัด มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากอยู่ที่หนึ่ง แต่ไม่ค่อยมีคนสนใจเพราะไม่ค่อยเหลืออะไรให้ดูแล้ว นั่นคือ "เนินปราสาท" ปัจจุบันมีแต่ฐานอาคารก่ออิฐขนาดใหญ่ คาดว่าแต่เดิมที่บนฐานนั้นน่าจะเป็นอาคารเครื่องไม้ เดิมเชื่อว่าเป็นพระราชวัง แต่จากหลักฐานที่พบทำให้เชื่อว่าบริเวณนี้น่าจะส่วนหนึ่งของวัดมหาธาตุ และอาจจะเป็นศาลาปรุงยาตาแบบวัดในลังกา หรืออาจะเป็นศาลาการเปรียญของวัดก็เป็นได้  ที่ว่าสำคัญเพราะมีบันทึกว่าพระยาลิไททรงผนวชที่นี่ และต่อมารัชกาลที่ 4 ก็ทรงพบศิลาจารึกหลักที่ 1 (พ่อขุนรามคำแหง) สมัยที่พระองค์ยังเป็นพระภิกษุและเสด็จธุดงค์มายังสุโขทัย ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นให้มีคนสนใจศึกษาประวัติศาสตร์สุโขทัย

เนินปราสาท
เนินปราสาท

เข้ามาในวัดจะเจอ "วิหารสูง" เป็นศิลปะอยุธยาแบบที่พบได้ทั่วในกำแพงเพชร คาดว่าสร้างภายหลังสมัยที่อยุธยามีอำนาจเหนือสุโขทัย

พระประธานบนวิหารสูง
พระประธานบนวิหารสูง

หลังวิหารสูงเป็น "วิหารหลวง" เป็นอาคารโถงขนาดใหญ่ ไม่มีผนัง หลังคาเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ชายคาลาดลงมาเกือบถึงพื้น คล้ายกับวิหารของพวกล้านนาหรือลาวล้านช้างทางเหนือ แต่เดิมเป็นที่ประดิษฐาน "พระศรีศากยมุนี" พระสำริดปางมารวิชัยขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในสมัยรัชกาลที่ 1 คราวสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ได้ถูกอัญเชิญมาเป็นพระประธานในพระวิหารที่วัดสุทัศน์ฯ เพื่อเป็นศูนย์กลางของเมือง

>
วิหารหลวงวัดมหาธาตุสุโขทัย
วิหารหลวงวัดมหาธาตุ

เจดีย์ประธานเป็นทรงดอกบัวตูม สัญลักษณ์ของสุโขทัย (ที่ผมยิ่งดู ก็ยิ่งคล้ายกับรูปทรงของพระธาตุแบบอีสาน) มีหมู่เจดีย์บริวารร้อมรอบอยู่ 8 องค์ตามทิศ เชื่อว่ากลุ่มเจดีย์นี้มีการสร้างต่อเติมกันมาหลายสมัย

เจดีย์วัดมหาธาตุ
กลุ่มเจดีย์ประธานวัดมหาธาตุ

เริ่มแรกคงเป็นกลุ่มปราสาท 5 ยอดเรียงกันเป็นแนวกากบาทแบบปราสาทเขมร

กลุ่มเจดีย์วัดมหาธาตุสุโขทัย ยุคแรก โดยสันนิษฐาน

ต่อมามีการปรับเปลี่ยนส่วนยอดให้เป็นทรงระฆังแบบลังกา ในสมัยที่สุโขทัยหันมานับถือศาสนาพุทธเถรวาทแบบลังกา

กลุ่มเจดีย์วัดมหาธาตุสุโขทัย ยุคที่ 2 โดยสันนิษฐาน

ต่อมาในสมัยพระยาลิไท ก็มีการปรับองค์ประธานให้เป็นทรงดอกบัวตูมและเพิ่มเจดีย์ทรงประสาท 5 ยอดไว้ที่มุมทั้ง 4

กลุ่มเจดีย์วัดมหาธาตุสุโขทัยในปัจจุบัน

ท้ายสุดก็มรการก่อฐานไพทีประดับปูนปันรูปพระสาวกกำลังเดินทักษิณาวัตร (เวียนเทียน) ทำให้เจดีย์ทั้งหมดอยู่บนฐานเดียวกัน

ลายปูนปั้นพุทธประวัติ
ปูนปั้นภาพพุทธประวัติ ในหน้าบันแบบลังกา
ปูนปั้นรูปพระสาวกที่ฐานของเจดีย์

รอบๆ วิหารหลวงมีเจดีย์องค์เล็กๆ ย่อยๆ เรียงรายมากมาย คงเป็นที่เก็บอัฐิของเชื้อพระวงศ์ ส่วนใหญ่เป็นเจดีย์ทรงกลมเหรือไม่ก็เป็นทรงดอกบัวตูม แต่มีอยู่ 2 องค์ที่แปลกไป องค์หนึ่งเป็นเจดีย์ 4 เหลี่ยมคล้ายกับเจดีย์กู่กุตที่ลำพูน อีกองค์ก่อด้วยศิลาแลงและไม่น่าจะเป็นเจดีย์ เหมือนปราสาทขอมมากกว่า

เจดีย์ 4 เหลี่ยมแบบกู่กุตที่ลำพูน
ปราสาทขอมที่ปะปนอยู่ในกลุ่มเจดีย์

ด้านทิศใต้ของวิหารหลวง มีเจดีย์องค์ใหญ่อีกองค์ ชาวบ้านเรียกว่า "เจดีย์ 5 ยอด" เป็นทรงดอกบัวตูม ที่ฐานมีลายปูนปั้นประดับ และมีซุ้มมณฑปอยู่ตามทิศ ข้างในมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ เป็นปางมารวิชัย 3 ด้าน ส่วนด้านหน้าเป็นปางไสยาสน์  ด้วยรูปแบบและที่ตั้ง ทำให้เชื่อว่า เจดีย์นี้เป็นที่เก็บอัฐิของพระยาลิไท

เจดีย์ 5 ยอด ที่บรรจุพระอัฐิพระยาลิไท
ลายปูนปั้นที่ฐานเจดีย์ คล้าย ลายปูนปั้นแบบทวาราวดี
แต่มองอีกที ก็เหมือนลายจีน

มีการค้นพบกรุในเจดีย์องค์ย่อมๆ ที่ด้านหน้าเจดีย์ 5 ยอด ภายในมีจารึกที่กล่าวถึงการทำสัตย์สาบานของกษัตร์สุโขทัยพระองค์หนึ่ง ว่า "น้าพระยา" จะไม่ทำร้าย "สมเด็จเจ้าพระยา" (น่าจะเหมายถึงสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ) ในยามที่เดินทางมาไหว้พระอัฐิของพระมหาธรรมราชา (พระยาลิไทย ซึ่งเป็นพระเจ้าตา) มีการฝังพระพุทธรูปแบบอยุธยากับพระพุทธรูปสุโขทัยหันหน้าเข้าหากัน เหมือนเป็นหลักฐานการทำสนธิสัญญาระหว่างสุโขทัยกับอยุธยา อีกด้วย (ปัจจุบันของในกรุจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง)

ต้นไทรสวยดี

--- วัดมหาธาตุนี้นอกจากจะเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวเมืองสุโขทัยแล้ว ยังถูกใช้เป็นศูนย์กลางทางกายภาพอีกด้วย คือเป็นบริเวณที่ใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญต่างๆของแคว้น คล้ายกับจตุรัสกลางเมือง ของเมืองสมัยใหม่ทั่วไป  ในศิลาจารึกหลักที่ 1 บรรยายถึงสภาพบ้านเมืองในสุโขทัยและกล่าวถึงพระวิหารขนาดใหญ่ ว่า ในยามที่มีงานนักขัตฤกษ์ จะมีผู้คนพากันเบียดเสียดเข้ามาในเมือง เข้ามาจุดเทียนเผาไฟไหว้พระกัน ซึ่งน่าจะหมายถึงวัดมาหาธาตุนี่แหละครับ (ตรงนี้น่าจะเป็นเหตุให้เข้าใจผิดว่าสุโขทัยมีประเพณีลอยกระทง จน ททท. จัดงานแสดงแสง สี เสียง ขึ้นที่นี่ในช่วงวันลอยกระทง)

ในอดีต บรรดาประชากรชาวสุโขทัยที่มาชุมนุมกันตอนนั้น ถ้าดูตามรูปแบบศิลปกรรมในวัดมหาธาตุเอง ก็น่าจะประกอบไปด้วยคนหลากหลายเชื้อชาติ ... คนไทยและไทใหญ่จากทางเหนือ ... พวกลาวจากหลวงพระบางและเวียงจันท์ ... คนมอญ คนจีน และพระจากลังกา ... พวกคนสุพรรณที่พูดสำเนียงเหน่อๆ และก็พวกลูกครึ่งเขมรจากลพบุรี (ละโว้)  สมัยนั้น ... ทุกคนคงมาทำบุญกัน ด้วยหวังจะได้มีโอกาสเกิดใหม่ในยุคพระศรีอารย์

ส่วนในปัจจุบัน แม้ว่าวันที่ผมไปจะไม่ใช่วันนักขัตฤกษ์ หรือมีการจัดงานอะไร แต่ ผู้คนต่างเชื้อชาติก็ยังพากันเบียดเสียดเข้ามาชุมนุมกันที่นี่เหมือนเมื่อ 700 ปีที่แล้ว คนพวกเดิมน่าจะหลอมรวมกันเป็นคนไทยหมดแล้ว และก็มีพวกฝรั่งยุโรปกับญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมาหน่อย  สมัยนี้ ... ไม่มีใครมาไหว้พระหรือทำบุญกันแล้ว พระศรีอารย์ก็ไม่รู้จะมีจริงรึปล่าว? ทุกคนเขามาเพื่อชมพระอาทิตย์ตกกันต่างหาก

พระอาทิตย์ตกที่วัดมหาธาตุ
พื้นที่จัดงานลอยกระทง (ทั้งๆ ที่ สุโขทัยไม่เคยมีประเพณีนี้มาก่อน)
วัดมหาธาตุจากมุมมองของ นักถ้ำมอง อิอิ

ที่วัดมหาธาตุนี้กลายเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามได้อย่างประหลาด ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่บนที่สูงเห็นทิวทัศน์ได้กว้าง แต่ด้วยวิหารที่ไม่มีหลังคา (เหลือแต่เสา) ทำเห็นมองเห็นรูปทรงที่สวยงามขององค์พระธาตุได้ชัดเจน บวกกับสระน้ำรอบๆวัด ที่คอยสะท้อนสีสันของท้องฟ้ายามเย็น ทำให้ที่นี่เหมาะที่จะถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกเอามากๆ จะเก็บภาพ อัพเฟส เช็คอิน ที่นี่ก็เหมาะสำหรับเรียกไลค์ ... หรือไม่ แค่นั่งชมเฉยๆ ก็ทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มใจอย่างประหลาด

ใจอิ่มแต่ท้องหิว เมื่อพระอาทิตย์ตกสนิทแล้ว ผมก็เลยพาครอบครัวไปหาอะไรกินในตัวเมือง ไปเจอบะหมี่ร้านอร่อยร้านหนึ่ง เป็นแผงข้างทางแถวๆ หน้าธนาคารออมสิน ถนนจรดวิถีว่อง ชื่อร้าน "บะหมี่เส้นสด" เส้นเขาสดอร่อยจริงๆ นะครับ (ไม่ใช่เพราะหิว) ใครไม่เชื่อ ... ไปลองดูได้ครับ ;) 

21/03/2557

สุโขไกด์ ┊3┊กำแพงเพชรเขตวัดป่า หรือจะเป็นเมืองแห่งการศึกษา?

จากเขตเมืองเก่ากำแพงเพชร ผมใช้ทางหลวงหมายเลข 101 มาประมาณ 200 เมตร ก็พบป้ายทางเข้าเขตอรัญญิก (เขตวัดป่า)  แต่ผมสองจิตสองใจ ลังเล ใจหนึ่งอยากรีบไปให้ถึงสุโขทัยก่อนค่ำ อีกใจก็อยากจะแวะดูเพราะตรงนี้ยังไม่เคยมา ... โชคดีที่ขับรถเลยมาเกือบ 2  กิโล เจอทางเข้าอีกทางด้านหลัง เหมือนจะบอกว่า ... "แวะเถอะยังมีโอกาส นะ"

แผนที่เขตอรัญญิกของกำแพงเพชร

เขตอรัญญิกของกำแพงเพชรตั้งอยู่บนเนินขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ ใต้เนินดินเป็นแหล่งศิลาแลง ที่ประตูทางเข้าด้านหลัง (ด้านที่ผมหลงมาเข้า) มีวัดชื่อ "วัดอาวาสใหญ่" ... ซึ่ง ใหญ่จริงๆ  ความใหญ่โตของซากวัดที่อยู่ท่ามกลางสวนป่า ให้ความรู้สึกน่าค้นหาอย่างประหลาด ... ภาพที่เห็นเชิญชวนให้ผมคิดว่า เอาหละไหนไหนก็มาแล้ว ตระเวนชมวัดเก่าเมืองกำแพงอีกสักหน่อยจะเป็นไรไป

วัดอาวาสใหญ่ มีบ่อน้ำใหญ่อยู่หน้าวัด ชาวบ้านเรียกว่า "บ่อสามแสน" มีเจดีย์ประธานฐานย่อมุม (สูงมาก) ปัจจุบันเหลือแต่ฐาน หน้าเจดีย์เป็นวิหารขนาดใหญ่ ข้างวิหารทั้งซ้ายขวา มีเจดีย์รายขนาดค่อนข้างใหญ่ วัดนี้อะไรๆก็ใหญ่ไปหมด

แผนผังวัดอาวาสใหญ่
เจดีย์รายวัดอาวาสใหญ่
เจดีย์รายที่วัดอาวาสใหญ่ 
บ่อสามแสน
บ่อสามแสน หน้าวัดอาวาสใหญ่ เดิมเป็นบ่อศิลาแลงที่น่าจะใหญ่และลึกที่สุดในประเทศไทย เชื่อว่า หลังจากขุดศิลาแลงมาใช้ก่อสร้างแล้ว ก็ใช้เป็นบ่อเก็บน้ำไว้ใช้ในเมือง

จากวัดอาวาสใหญ่ ผมขับรถมาเรื่อยๆ ตามถนนเล็กๆ ในอุทยานฯ  ไม่นานก็มาถึงบริเวณที่น่าจะเป็นศูนย์กลางของเขตอรัญญิกนี้  มีวัดขนาดใหญ่ตั้งเรียงขนานกัน 4-5 วัด ที่สำคัญคือ วัดสิงห์, วัดพระสี่อิริยาบถ และวัดพระนอน ทุกวัดมีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่โตไม่แพ้วัดในวัง (หรือ บางทีอาจจะใหญ่กว่า) 

วัดสิงห์ มีสิ่งที่น่าสนใจคือ อุโบสถขนาดใหญ่ อยู่บนฐานสูงแบบอยุธยาตอนต้น มีร่องรอยของสิงห์ปูนปั้นที่ประดับบันไดทางขึ้น ก็เลยชื่อวัดสิงห์  การมีอุโบสถขนาดใหญ่และตั้งเป็นประธานของวัด แสดงว่าที่นี่มีคนบวชเป็นพระจำพรรษาเยอะ จำเป็นต้องมีอุโบสถ (หอประชุม) เพื่อใช้เป็นที่ "สังฆกรรม" ระหว่างพระด้วยกันเอง และถ้าจะให้ทำสังฆกรรมได้ทุกประเภทแล้ว อุโบสถจะต้องมีขนาดใหญ่พอ จุพระได้ไม่น้อยกว่า 20 รูป

วัดสิงห์
อุโบสถวัดสิงห์
ร่องรอยของสิงห์ที่เฝ้าหน้าโบสถ์

ถัดจากวัดสิงห์ลงมาทางใต้คือ วัดพระสี่อิริยาบถ สิ่งก่อสร้างที่เป็นประธานของวัดนี้ คือ มณฑปพระสี่อิริยาบถ ในมณฑปมีพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ 4 องค์ 4 ปาง (ท่า) หันหลังชนกันและหันหน้าไปตามทิศทั้งสี่  ทางตะวันออกเป็นปางลีลา (พระเดิน) ด้านใต้เป็นพระนั่งปางมารวิชัย ด้านตะวันตกสมบูรณ์ที่สุดเป็นปางประธานอภัย ส่วนด้านทิศเหนือเป็นพระนอนหรือปางไสยาสน์  พระสี่อิริยาบถนี้ เข้าใจว่าได้แบบอย่างมาจากลังกา หรืออาจมาจากศิลปะพุกามในพม่า  เป็นที่นิยมสร้างกันมากในสมัยสุโขทัย และถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของแคว้น

วัดพระสี่อิริยาบท
คููหาด้านตะวันออก (หน้าวัด) เป็นปางลีลา
ด้านทิศใต้เป็นปางมารวิชัย
ด้านตะวันตกปางประธานอภัย
ตอนแรกดูเหมือนว่าองค์พระจะดูไหล่กว้างแปลกๆ แต่ถ้าดูในมุมจริงๆ สมัยที่มณฑปนี้ยังมีหลังคา ดูแล้วสมส่วนสวยงาม
ทิศเหนือเป็นพระนอน

รอบๆวัดมีบ่อน้ำเก่าอยู่หลายบ่อ บางบ่อเป็นบ่อศิลาแลงเก่าเหมือนบ่อสามแสนที่วัดอาวาสใหญ่ บางบ่อมีขอบบ่อ อาจจะเป็นที่สรงน้ำของพระเณร ส่วนบางบ่อไม่มีขอบ เขาว่ากันว่าเป็นบ่อส้วมครับ

ฐานกุฎิ? หลังวัด
บ่อน้ำรอบๆวัด อันนี้อาจเป็นบ่อส้วม
บ่อนี้อาจเป็นบ่อศิลาแลงเก่า
เนื่องจากเป็นบ่อ มีจอมปลวก และอยู่ในแคว้นสุโขทัย
จะมีใครนึกถึงพญานาคก็คงไม่แปลกอะไร ;)

กระทงหรือบายศรี รูปพญานาคสีเจ็บ

ถัดจากวัดพระสี่อิริยาบถก็เป็น วัดพระนอน วัดนี้ก็มีอุโบสถขนาดใหญ่และอยู่ในแกนประธานของวัดเช่นเดียวกับที่วัดสิงห์ หลังอุโบสถเป็นวิหารพระนอน ปัจจุบันไม่เหลือร่องรอยขององค์พระแล้ว แต่สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจก็คือ เสาขนาดใหญ่ของวิหารนี้ แต่ละต้นเป็นศิลาแลงทั้งก้อน และเป็นก้อนมโหฬารที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยทีเดียว ด้านหลังสุดเป็นเจดีย์ทรงกลมองค์ใหญ่ สัดส่วนสวยงามตามแบบช่างเมืองกำแพงเพชร

เสาศิลาแลงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
เสาศิลาแลงขนาดมหึมา
เจดีย์ประธานวัดพระนอน กำแพงเพชร
เจดีย์ประธาน สวยเพรียวแบบกำแพงเพชร

จากความใหญ่โตโอ่อ่าของบรรดาวัดในบริเวณนี้ ทำให้นักวิชาการด้านโบราณคดีหลายท่าน เชื่อว่า บริเวณนี้ไม่น่าจะเป็นเขตวัดป่าที่เน้นด้านวิปัสสนาธุระ อย่างที่สุโขทัยหรือศรีสัชนาลัย  แต่อาจจะเป็นชุมชนที่ขยายออกมาจากตัวเมืองที่คับแคบ หรือเป็นที่พำนักของพระเถระผู้ใหญ่ที่ อิมพอร์ต มาจากลังกาและเมืองพันของมอญ มากกว่า

ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพ ผมว่า ... เขตอรัญญิกของเมืองกำแพงเพชรนี้ น่าจะเป็นสถานที่ที่สำนักสงฆ์จากลังกาและเมืองมอญ เข้ามาเปิดวิทยาเขตกัน และคงมีหลายสำนักด้วย ... นอกจากด้านพุทธศาสนาแล้ว เมืองนี่น่าจะมีความเจริญด้านวิชาการอื่น เช่น วิศวกรรม สถาปัตยกรรม และศิลปกรรมอีกด้วย หรือจะเรียกว่าเป็นเมืองแห่งการศึกษาของแคว้นสุโขทัย ก็คงได้ 

ถัดจากวัดพระนอน เป็นวัดนาคเจ็ดเศียร แต่เหลือบดูเวลาก็ปาเข้าไป 4 โมงกว่าแล้ว นอกจากวัดนาคเจ็ดเศียรแล้วยังเหลือวัดสำคัญที่ไม่ควรพลาดอีก คือ วัดช้างรอบ แต่เวลาที่เหลืออยู่คงไม่พอให้เดินเที่ยวต่อ ถ้ามัวโอ้เอ้ คงไปถึงสุโขทัยค่ำมืดเกินไปแน่ๆ ต้องออกเดินทางได้แล้ว วัดที่เหลือก็ใช้วิธีขับรถโฉบไปดูแทนก็แล้วกัน

ระหว่างเดินกลับมาที่รถ ผมก็เจอเด็กสาว ม.ปลายจับกลุ่มกันอยู่สามสี่คน  จริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะตลอดทางที่เดินชมโบราณสถานมา ก็รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในสวนสาธารณะข้างสถานศึกษา  ผมเจอเด็กวัยรุ่นหลายกลุ่ม บางกลุ่มก็มาซ้อมเต้น บางกลุ่มก็มาซ้อมละคร บางกลุ่มก็มาติวหนังสือ

แต่สาวๆ กลุ่มที่ผมเพิ่งเจอนี่ พวกเธอทำอะไรที่แปลกไป คือ พวกเธอมาพร้อมกล้องวิดีโอ มาดักรอสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวและก็ได้เหยื่อพอดีตอนผมเดินมา เสียงสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ ฉะฉาน มั่นใจ เห็นแล้วอดชื่นชมไม่ได้ ... กระชุ่มกระชวยดีแท้

ผมเชื่อว่า สถานที่ต่างๆ จะเก็บสะสมพลังงานของคนที่เคยใช้มันไว้ ถึงแม้เวลาจะผ่านไป พลังงานดังกล่าวก็ยังอยู่ และจะถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังรับรู้ หรือถูกชักนำไปตามรูปแบบของพลังนั้นๆ ... ในที่นี้ พลังงานที่ว่านั่นน่าจะเป็น พลังงานแห่งการเรียนรู้ หรืออาจจะเป็นไฟของวัยหนุ่มสาว ... อิอิ

กลับมาถึงรถ ขึ้นรถแล้วก็ขับวนหาวัดช้างรอบ วนได้สองรอบก็ถอดใจ  วัดช้างรอบอยู่ห่างออกไปนิดหน่อย และก็ไม่มีป้ายบอกทาง เวลาก็บีบ อารมณ์ลูกสาวก็เริ่มบูด (คงจะเหนื่อย) ก็เลยต้องปล่อยผ่านไปอย่างน่าเสียดาย ... ยิ่งมารู้ตอนหลังว่า เจดีย์วัดช้างรอบนี้ถือเป็นเจดีย์ช้างล้อมที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นสุโขทัย ยิ่งเสียดายกันเข้าไปใหญ่ ... "ถ้าใครที่อ่าน blog นี้แล้วมีโอกาสไปกำแพงเพชร ... ฝากเที่ยวต่อให้ด้วยนะครับ"

พระสี่อิริยาบท
รูปพระสี่อิริยาบถ ฝีมือลูกสาวผมเองครับ
คนวาดภาพสุดท้าย เริ่มเบื่อมาตั้งแต่วัดพระนอนแล้วหละ ถ้ายังขืนเดินต่อคงเรื่องใหญ่ ^^"
มุ่งหน้าสู่สุโขทัย ยัย ยัย ยัย....

12/03/2557

สุโขไกด์ ┊2┊กำแพงเพชร รอยต่อระหว่างสุโขทัยกับอยุธยา

และแล้ว ก็ได้ฤกษ์ออกเดินทางกันเสียที ... เส้นทางมาตรฐาน สำหรับการเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ทั้ง 3 ให้ครบถ้วน (จากกรุงเทพฯ) คือ ... เริ่มต้นที่กำแพงเพชรเป็นออร์เดิร์ฟ ให้สุโขทัยกับศรีสัชนาลัยเป็นเมนคอร์ส และตบท้ายด้วยของหวาน คือไปกราบพระพุทธชินราชที่พิษณุโลก  เพราะฉะนั้น จุดหมายแรกของเรา ก็คือ กำแพงเพชร

ผมออกจากบ้านตอนเช้า ประมาณ 8 โมงกว่าๆ มีแค่กาแฟกับซาลาเปารองท้อง กะว่าจะไปแวะซื้อกล้วยไข่ไว้เป็นเสบียง และหามื้อเช้ากินแบบเหมารวม (เพล) ที่ตัวเมืองกำแพงเพชร  ได้ยินเขาลือกันว่าบะหมี่ที่นั่นอร่อยมาก ห้ามพลาดกันเลยทีเดียว ไปกันเลย...

แปลกใจจริงแขกชอบอะไร ลูกหยี เม็ดก๋วยจี๊ แตงไทย แขกชอบกล้วยไข่ ... แล้วยังได้กินบะหมี่ ... ลั้ลลัลลา ♫

ที่ว่ามานั่นเป็นแค่ความคิด ... ความจริงคือ พอเริ่มเข้าเขตกำแพงเพชร ผมก็ต้องตั้งใจเต็มที่ มีสมาธิจริงจังกับการขับรถ  ไหนจะต้องหนีรถกระบะคันใหญ่ๆที่ไล่จี้ตูด  ไหนจะต้องเร่งแซงรถพ่วงบรรทุกอ้อย  ทั้งยังต้องระวังมอเตอร์ไซต์หวานเย็นข้างทาง ... รู้ตัวอีกทีก็เลยแผงขายกล้วยไข่มาแล้ว ร้านบะหมี่ที่อยากกินก็หาไม่เจอ สุดท้ายเลยต้องไปฝากท้องกับร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ต้มยำ (ซึ่งไม่ว่าจะสั่งอะไร ยังไง สิ่งที่จะได้ก็คือ "ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ") ข้างกำแพงเมืองเก่า และก็ได้หนังไก่ทอดไปเป็นเสบียงแทน  อิ่มหนำกันแล้วก็ไปเที่ยวเลยดีกว่า

--- ตัวเมืองกำแพงเพชรในปัจจุบัน ตั้งอยู่บนเมืองโบราณ 2 เมือง  เมืองแรกคือ "เมืองนครชุม" ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ปัจจุบันเป็นย่านตลาดเก่าตรงที่ผมหาทางเข้าไปกินบะหมี่ไม่เจอนั่นแหละครับ  ศูนย์กลางของเมืองนี้อยู่ที่ "พระธาตุนครชุม" ---

เมืองนครชุมนี้ เป็นเมืองที่พระยาลิไทสถาปนาให้เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม และเป็นหัวเมืองสำคัญเทียบเท่า ศรีสัชนาลัยหรือเมืองพิษณุโลก (สองแคว)  ทั้งนี้เห็นได้จาก การสร้างพระธาตุและศิลาจารึก (หลักที่ 3 นครชุม)  แสดงถึงการพยายามแผ่อิทธิพลมาควบคุมบ้านเมืองในลุ่มน้ำปิง

ต่อมาเมื่อพระองค์ (พระยาลิไท) เริ่มมีปัญหากับอยุธยา พระเจ้าอู่ทองจึงส่ง "ขุนหลวงพะงั่ว" เจ้าเมืองสุพรรณบุรีและเป็นต้นราชวงศ์สุพรรณภูมิ ขึ้นมาเจรจาต่อรองแกมบังคับ  ทำให้พระยาลิไทจำเป็นต้องจำกัดพระราชอำนาจของพระองค์เองเพื่อแลกกับเมืองพิษณุโลก และมีการสร้าง "เมืองกำแพงเพชร" ที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิงตรงข้ามกับเมืองนครชุม เพื่อเป็นจุดยุทธศาสตร์ใช้ควบคุมเฝ้าดูสุโขทัย  ต่อมาเมืองนี้ก็กลายเป็นฐานกำลังของเจ้าชายเลือดผสมระหว่างพระร่วงกับสุพรรณภูมิ ในการชิงอำนาจจากราชวงศ์อู่ทองที่อยุธยา ... และเมืองกำแพงเพชรก็กลายเป็นหัวเมืองสำคัญ (เมืองหน้าด่าน) ของอยุธยามาตลอดจนกระทั่งเสียกรุงครั้งที่ 2

--- เนื่องจากได้รับอิทธิพลทั้งจากสุโขทัยและอยุธยา (โดยเฉพาะสุพรรณภูมิ)  รูปแบบศิลปกรรมในกำแพงเพชรจึงเป็นแบบผสม ผสมกันจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าศึกษา เรียกว่า "สกุลช่างกำแพงเพชร" ---

เมืองกำแพงเพชร มีคูเมือง มีกำแพงศิลาแลงสูงใหญ่แข็งแรงสมชื่อ บนกำแพงมีป้อมปืนแบบฝรั่ง ตามอุดมคติของเมืองหน้าด่านที่ใช้รับศึก  ภายในกำแพงเมืองมี พระอารามหลวง (เขตพุทธาวาสของวัง) ขนาดใหญ่ มีสิ่งก่อสร้างเรียงตัวกันเป็นแนวยาวตามแกนตะวันออก-ตะวันตก ในแผ่นพับของทางอุทยานฯ บอกว่ามี 2 วัด คือ "วัดพระแก้ว" กับ "วัดพระธาตุ"  แต่ถ้าจะแยกตามรูปแบบศิลปกรรมแล้ว จะเห็นว่าอารามหลวงนี้มีการบูรณะเพิ่มเติมสืบต่อกันมาหลายสมัย ส่วนที่เป็นวัดพระแก้วอาจแยกได้ 3 วัด

แผนผังวัดพระแก้วกำแพงเพชร

เริ่มจากอันที่เก่าที่สุดคือ "วัดช้างเผือก" (เรียกตาม อ.ศรีศักร วัลลิโภดม) ด้านตะวันตก ติดกับศาลหลักเมือง วัดนี้มีสถูปทรงกลม ที่ฐานมีช้างล้อมตามแบบสุโขทัย

เจดีย์ช้างล้อมที่วัดช้างเผือก กำแพงเพชร
#1 เจดีย์ช้างล้อม ของวัดช้างเผือก ส่วนยอดหักเสียแล้ว
ช้างปูนปั้นที่ฐานเจดีย์วัดช้างเผือก กำแพงเพชร
#2 ช้างที่ล้อมรอบฐานเจดีย์ ส่วนใหญ่ปั้นขึ้นมาใหม่
หลักฐานว่าเป็นศิลปะสมัยสุโขทัย เอ๊ย! ปั้นใหม่ครับ ^^
#3 กลุ่มเจดีย์บริวารของเจดีย์ช้างล้อม

ถัดมาเป็น "วัดสองพี่น้อง" มีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ 3 องค์ ศิลปะอู่ทองตอนต้น รอบๆวิหารเคยมีภาพปูนปั้นเรื่องรามเกียรติ์ประดับอยู่ แต่ไม่มีเหลือให้ดูแล้ว

พระประธาน 3 องค์ที่วิหารวัดสองพี่น้อง กำแพงเพชร
#4 พระประธาน 3 องค์ในวิหารวัดสองพี่น้อง
ผมคิดเล่นๆว่า ถ้าในอดีต กษัตริย์เปรียบเสมือนพระโพธิสัตว์ผู้ที่ไม่ยอมไปนิพพาน จะอยู่ช่วยเหลือปุถุชนด้วยความเมตตา พระพุทธรูปนอกจากจะเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้าแล้ว อีกนัยหนึ่งก็อาจจะหมายถึงกษัตริย์ได้อย่างไม่ขัดเขิน  พระปางไสยาสน์ข้างหน้าอาจจะหมายถึง พระยาลิไท ส่วนพระปางมารวิชัยอีก 2 องค์ด้านหลัง อาจจะเป็น พระเจ้าอู่ทองกับขุนหลวงพะงั่ว ที่คอยเฝ้าคุมอยู่ และคล้ายกับจะพูดว่า "นิมนต์ให้นอนเสียเถิดนะ พระคุณท่าน ..."

ถัดจากวัดสองพี่น้องก็เป็น "วัดพระแก้ว" ที่ชื่อวัดพระแก้วเพราะเชื่อกันว่า วัดนี้เคยเป็นที่ประดิษฐาน พระแก้วมรกตและพระพุทธสิหิงค์  ด้านหน้าเป็นวิหารฐานสูง เจดีย์ประธานเป็นทรงกลม มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปรอบๆ 16 ซุ้ม  ที่ฐานมีร่องรอยสิงห์ล้อมรอบอยู่ แบบเดียวกับวัดธรรมิกราชที่อยุธยา

วัดพระแก้ว กำแพงเพชร
วัดพระแก้ว
เจดีย์สิงห์ล้อมวัดพระแก้ว กำแพงเพชร
#5 ซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปรอบเจดีย์ มี 16 ซุ้ม
#6 สิงห์ที่ล้อมเจดีย์ เหลือแต่ขา บางตัวก็มีแต่ตัว
ลวดลายประดับบนตัวสิงห์ (เขาว่าเป็นแบบเขมร)

เข้าใจว่าสิงห์ที่ล้อมเจดีย์อยู่นี่ดัดแปลงมาจากเจดีย์ช้างล้อมแบบสุโขทัย และได้รับอิทธิพลมาจากเขมรก็เลยเป็นสิงห์ (แบบเขมร) แทน  แต่ผมดูแล้วกลับไปนึกถึง สิงห์บนเสาอโศกของพระเจ้าอโศกฯ ให้บังเอิญเพราะ ราชวงศ์สุพรรณภูมิผู้สร้างเมืองนี้ ก็ยึดถือคติ "จักรพรรดิราช" ตามแบบพระเจ้าอโศกฯตลอดมา

ด้านหน้าสุดเป็น "วัดพระธาตุ" คาดว่าสร้างหลังสุด และเป็นแบบอยุธยาล้วนๆ แต่คงสร้างตามแบบสกุลช่างกำแพงเพชร สังเกตได้จากองค์ระฆังของเจดีย์ มีขนาดเล็กและเรียวตามความนิยมของสกุลช่างนี้

แผนผังวัดพระธาตุ กำแพงเพชร
#1 ลายปูนปั้นบัวคว่ำบัวหงายที่องค์ระฆังของเจดีย์ประธานวัดพระธาตุ
#2 ฐานเสาข้างวิหาร (ผมเดาว่าอาจจะเป็นเสาหงส์ เพราะกำแพงเพชรใกล้เมืองมอญมาก)

จริงๆแล้วในเขตกำแพงเมืองยังมีที่น่าสนใจอีกหลายที่ เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร และศาลพระอิศวร  แต่เนื่องจากบรรยากาศร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ที่วัดพระแก้ว ทำให้ผมเผลอเดินลอยชายจนลืมเวลา รู้ตัวอีกทีก็เกือบบ่ายสามโมงแล้ว ยังเหลือเขตวัดป่าอีกที่อยากไปดู  ผมเลยต้องหยุดการชมเมืองกำแพงในกำแพงเมืองไว้แค่นี้

นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่
กลับมาที่รถ บนเบาะคนขับมีถุงหนังไก่ทอดจากร้านก๋วยเตี๋ยว ข้างในยังเหลืออยู่สองสามชิ้น ... กร่วม ๆ ... อร่อยจริง ๆ แฮะ ... ยังกรอบอยู่เลย