แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุโขทัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุโขทัย แสดงบทความทั้งหมด

09/06/2557

สุโขไกด์ ┊8┊วัดนอกกำแพงเมือง นอกกระแส?

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของผมแล้วที่สุโขทัย เลยตั้งใจว่าจะตระเวนเก็บวัดรอบๆกำแพงเมืองเก่าให้ครบ จะได้ไม่มีอะไรค้างคาใจ ... แต่เท่าที่ไปมา ผมแปลกใจที่ไม่ค่อยมีใครสนใจวัดบริเวณนี้เลย จะมีก็แต่ พวกแบ็คแพ็กเกอร์หลงๆมา กับพวกทัวร์รถตู้อีกนิดหน่อย มาเป็นระลอกๆ แต่ถ้าเทียบกับที่ไฮไลท์อย่าง วัดมหาธาตุ กับวัดศรีชุม แล้วนับว่าเงียบเหงามาก

คงเพราะ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน? แต่ละวัดมีอะไร? สำคัญแค่ไหน? ไปแล้วจะยังไง? ทำอะไรได้บ้าง? 
ข้าวในนาหน้าวัดเจดีย์สี่ห้อง
รวงข้าวใหม่ ๆ ยามเช้า ที่หน้าวัดเจดีย์สี่ห้อง

04/06/2557

สุโขไกด์ ┊7┊สุขอมไท?

คืนที่สองที่สุโขทัย ก็ผ่านไปได้ด้วยดี  เช้านี้ผมตั้งใจว่า จะเที่ยวชมวัดอื่นๆในเมืองสุโขทัยให้ครบ ... ระหว่างอ่านไกด์บุคไปพร้อมกับกินมื้อเช้า พบว่า ยังมีโบราณสถานที่น่าสนใจอีกเยอะ ทั้งใน และนอกกำแพงเมือง   คงต้องใช้เวลาทั้งวัน ไม่เหลือแรงขับรถกลับกรุงเทพฯแน่ๆ เลยตัดสินใจนอนต่ออีกสักคืน จะได้เที่ยวได้อย่างสบายใจ

ออกจากที่พัก ผมวนไปวัดนอกกำแพงเมืองทางทิศใต้ก่อน เพราะอยู่ใกล้ เส้นทางก็สะดวกดี จะได้ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา และตรงนี้มีวัดสำคัญ  แต่ผมจะกั๊กเอาไว้ก่อนไม่เล่าตอนนี้ เพราะมีเรื่องอื่นที่อยากจะเล่ามากกว่า มันติดพันมาจากตอนที่แล้ว ... ตอนที่พาไปเที่ยวเมืองเชลียงที่ศรีสัชนาลัย นั่นก็คือเรื่องของ "ขอม"

ปูนปั้นที่วัดศรีสวาย
ปูนปั้นที่วัดศรีสวาย

11/04/2557

สุโขไกด์ ┊4┊วัดมหาธาตุหัวใจที่ยังคงเต้นอยู่ ... แม้จะเป็นคนละจังหวะก็ตาม

จากเขตอรัญญิกของกำแพงเพชร ผมกลับมาใช้ทางหลวงหมายเลข 101 มุ่งหน้าสู่สุโขทัย ... ถ้าผมมาที่นี่เมื่อ 700 ปีที่แล้ว และกำลังจะไปสุโขทัยก็คงต้องใช้เส้นทางนี้เหมือนกัน เพราะทางหลวงหมายเลข 101 นี้เป็นแนวเดียวกับ "ถนนพระร่วง" ในสมัยสุโขทัย

แนวถนนพระร่วงเที่ยบทางหลวงในปัจจุบัน
แนวถนนพระร่วงเที่ยบกับทางหลวงในปัจจุบัน

ถนนพระร่วง คือ คันดินยาวที่เชื่อมต่อระหว่างเมือง จากกำแพงเพชร สุโขทัย ไปจนถึงศรีสัชนาลัย บางคนเชื่อว่าคันดินนี้เป็นถนนโบราณ  แต่จากการสำรวจพบว่า คันดินไม่ได้ต่อเนื่องตลอดทาง ขาดเป็นช่วงๆ และที่สันก็เป็นยอดสามเหลี่ยม อีกหลายคนจึงเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นถนน แต่น่าจะเป็นคันกั้นนำ้ขนาดใหญ่ ที่ใช้ป้องกันน้ำหลากจากเทือกเขาด้านทิศตะวันตก  แต่ผมคิดว่าถนนพระร่วงนี้น่าจะถูกใช้ประโยชน์ทั้งสองกรณี เพราะถึงสันคันกันน้ำจะไม่กว้างพอสำหรับคาราวานเกวียน แต่บริเวนที่น้ำท่วมขังก็น่าจะมีเฉพาะฝั่งตะวันตก อีกด้านคงพอใช้ได้ และด้วยความที่เป็นแนวยาวเชื่อมเมืองทั้งสามเข้าไว้ด้วยกัน การเดินทางตามแนวจึงเป็นเรื่องสะดวก (ไม่ต้องกลัวหลง) และมีเมืองเล็กๆ ย่อยๆ เป็นจุดพักเกิดขึ้นตลอดแนวนี้มากมาย

แนวถนนพระร่วงถ้าเทียบกับทางในปัจจุบัน เป็นถนนหลายเส้น คือ จากกำแพงเพชรจะเป็นทางหลวงหมายเลข 101 พอถึงอำเภอคีรีมาส ก็วกเข้าเลียบเขาหลวง เส้น 1319 ซึ่งตัดผ่าหน้าเมืองสุโขทัยเก่าพอดีตรงเส้น 1272 และจากเมืองสุโขทัยไปศรีสัชนาลัยคือ ทางหลาวงหมายเลข 1113

ผมวิ่งรถมาตามถนนพระร่วงในจินตนาการ ไม่นานก็มาถึงสุโขทัย ถึงแล้วก็จัดการเรื่องที่พักที่จองไว้ ... อาบน้ำอาบท่า พักพ่อนพอสมควร แล้วก็ออกมาเดินเล่นที่วัดมหาธาตุ ไปไหว้อนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง และก็ไปดูพระอาทิตย์ตกที่เขาล่ำลือกัน ... เสร็จแล้วก็จะได้ไปหามื้อเย็นกินกันในตัวเมือง 

ความจริงแล้ว วันแรกนี่ผมมาแค่ซึมซับบรรยากาศเฉยๆ ไม่ค่อยได้ดูอะไรจริงจัง  แต่ตลอดเวลาที่อยู่สุโขทัย ผมก็เข้าๆ ออกๆ มาเดินเล่นวัดนี้เกือบทุกวัน เลยจะยกรายละเอียดมาเล่ารวมๆ กันไปเลย ... นะครับ

--- กลางเมืองสุโขทัย มี "วัดมหาธาตุ" ซึ่งถือเป็นวัดสำคัญที่สุดและเป็นศูนย์กลางของเมือง ตามคติการตั้งเมืองในพุทธศาสนาแบบเถรวาท ที่มักจะนิยมสร้างเจดีย์ไว้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ (วัดมหาธาตุ) ไว้กลางเมือง ---

แผนผังวัดมหาธาตุสุโขทัย

ที่ด้านหน้าของวัด มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากอยู่ที่หนึ่ง แต่ไม่ค่อยมีคนสนใจเพราะไม่ค่อยเหลืออะไรให้ดูแล้ว นั่นคือ "เนินปราสาท" ปัจจุบันมีแต่ฐานอาคารก่ออิฐขนาดใหญ่ คาดว่าแต่เดิมที่บนฐานนั้นน่าจะเป็นอาคารเครื่องไม้ เดิมเชื่อว่าเป็นพระราชวัง แต่จากหลักฐานที่พบทำให้เชื่อว่าบริเวณนี้น่าจะส่วนหนึ่งของวัดมหาธาตุ และอาจจะเป็นศาลาปรุงยาตาแบบวัดในลังกา หรืออาจะเป็นศาลาการเปรียญของวัดก็เป็นได้  ที่ว่าสำคัญเพราะมีบันทึกว่าพระยาลิไททรงผนวชที่นี่ และต่อมารัชกาลที่ 4 ก็ทรงพบศิลาจารึกหลักที่ 1 (พ่อขุนรามคำแหง) สมัยที่พระองค์ยังเป็นพระภิกษุและเสด็จธุดงค์มายังสุโขทัย ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นให้มีคนสนใจศึกษาประวัติศาสตร์สุโขทัย

เนินปราสาท
เนินปราสาท

เข้ามาในวัดจะเจอ "วิหารสูง" เป็นศิลปะอยุธยาแบบที่พบได้ทั่วในกำแพงเพชร คาดว่าสร้างภายหลังสมัยที่อยุธยามีอำนาจเหนือสุโขทัย

พระประธานบนวิหารสูง
พระประธานบนวิหารสูง

หลังวิหารสูงเป็น "วิหารหลวง" เป็นอาคารโถงขนาดใหญ่ ไม่มีผนัง หลังคาเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ชายคาลาดลงมาเกือบถึงพื้น คล้ายกับวิหารของพวกล้านนาหรือลาวล้านช้างทางเหนือ แต่เดิมเป็นที่ประดิษฐาน "พระศรีศากยมุนี" พระสำริดปางมารวิชัยขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในสมัยรัชกาลที่ 1 คราวสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ได้ถูกอัญเชิญมาเป็นพระประธานในพระวิหารที่วัดสุทัศน์ฯ เพื่อเป็นศูนย์กลางของเมือง

>
วิหารหลวงวัดมหาธาตุสุโขทัย
วิหารหลวงวัดมหาธาตุ

เจดีย์ประธานเป็นทรงดอกบัวตูม สัญลักษณ์ของสุโขทัย (ที่ผมยิ่งดู ก็ยิ่งคล้ายกับรูปทรงของพระธาตุแบบอีสาน) มีหมู่เจดีย์บริวารร้อมรอบอยู่ 8 องค์ตามทิศ เชื่อว่ากลุ่มเจดีย์นี้มีการสร้างต่อเติมกันมาหลายสมัย

เจดีย์วัดมหาธาตุ
กลุ่มเจดีย์ประธานวัดมหาธาตุ

เริ่มแรกคงเป็นกลุ่มปราสาท 5 ยอดเรียงกันเป็นแนวกากบาทแบบปราสาทเขมร

กลุ่มเจดีย์วัดมหาธาตุสุโขทัย ยุคแรก โดยสันนิษฐาน

ต่อมามีการปรับเปลี่ยนส่วนยอดให้เป็นทรงระฆังแบบลังกา ในสมัยที่สุโขทัยหันมานับถือศาสนาพุทธเถรวาทแบบลังกา

กลุ่มเจดีย์วัดมหาธาตุสุโขทัย ยุคที่ 2 โดยสันนิษฐาน

ต่อมาในสมัยพระยาลิไท ก็มีการปรับองค์ประธานให้เป็นทรงดอกบัวตูมและเพิ่มเจดีย์ทรงประสาท 5 ยอดไว้ที่มุมทั้ง 4

กลุ่มเจดีย์วัดมหาธาตุสุโขทัยในปัจจุบัน

ท้ายสุดก็มรการก่อฐานไพทีประดับปูนปันรูปพระสาวกกำลังเดินทักษิณาวัตร (เวียนเทียน) ทำให้เจดีย์ทั้งหมดอยู่บนฐานเดียวกัน

ลายปูนปั้นพุทธประวัติ
ปูนปั้นภาพพุทธประวัติ ในหน้าบันแบบลังกา
ปูนปั้นรูปพระสาวกที่ฐานของเจดีย์

รอบๆ วิหารหลวงมีเจดีย์องค์เล็กๆ ย่อยๆ เรียงรายมากมาย คงเป็นที่เก็บอัฐิของเชื้อพระวงศ์ ส่วนใหญ่เป็นเจดีย์ทรงกลมเหรือไม่ก็เป็นทรงดอกบัวตูม แต่มีอยู่ 2 องค์ที่แปลกไป องค์หนึ่งเป็นเจดีย์ 4 เหลี่ยมคล้ายกับเจดีย์กู่กุตที่ลำพูน อีกองค์ก่อด้วยศิลาแลงและไม่น่าจะเป็นเจดีย์ เหมือนปราสาทขอมมากกว่า

เจดีย์ 4 เหลี่ยมแบบกู่กุตที่ลำพูน
ปราสาทขอมที่ปะปนอยู่ในกลุ่มเจดีย์

ด้านทิศใต้ของวิหารหลวง มีเจดีย์องค์ใหญ่อีกองค์ ชาวบ้านเรียกว่า "เจดีย์ 5 ยอด" เป็นทรงดอกบัวตูม ที่ฐานมีลายปูนปั้นประดับ และมีซุ้มมณฑปอยู่ตามทิศ ข้างในมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ เป็นปางมารวิชัย 3 ด้าน ส่วนด้านหน้าเป็นปางไสยาสน์  ด้วยรูปแบบและที่ตั้ง ทำให้เชื่อว่า เจดีย์นี้เป็นที่เก็บอัฐิของพระยาลิไท

เจดีย์ 5 ยอด ที่บรรจุพระอัฐิพระยาลิไท
ลายปูนปั้นที่ฐานเจดีย์ คล้าย ลายปูนปั้นแบบทวาราวดี
แต่มองอีกที ก็เหมือนลายจีน

มีการค้นพบกรุในเจดีย์องค์ย่อมๆ ที่ด้านหน้าเจดีย์ 5 ยอด ภายในมีจารึกที่กล่าวถึงการทำสัตย์สาบานของกษัตร์สุโขทัยพระองค์หนึ่ง ว่า "น้าพระยา" จะไม่ทำร้าย "สมเด็จเจ้าพระยา" (น่าจะเหมายถึงสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ) ในยามที่เดินทางมาไหว้พระอัฐิของพระมหาธรรมราชา (พระยาลิไทย ซึ่งเป็นพระเจ้าตา) มีการฝังพระพุทธรูปแบบอยุธยากับพระพุทธรูปสุโขทัยหันหน้าเข้าหากัน เหมือนเป็นหลักฐานการทำสนธิสัญญาระหว่างสุโขทัยกับอยุธยา อีกด้วย (ปัจจุบันของในกรุจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง)

ต้นไทรสวยดี

--- วัดมหาธาตุนี้นอกจากจะเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวเมืองสุโขทัยแล้ว ยังถูกใช้เป็นศูนย์กลางทางกายภาพอีกด้วย คือเป็นบริเวณที่ใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญต่างๆของแคว้น คล้ายกับจตุรัสกลางเมือง ของเมืองสมัยใหม่ทั่วไป  ในศิลาจารึกหลักที่ 1 บรรยายถึงสภาพบ้านเมืองในสุโขทัยและกล่าวถึงพระวิหารขนาดใหญ่ ว่า ในยามที่มีงานนักขัตฤกษ์ จะมีผู้คนพากันเบียดเสียดเข้ามาในเมือง เข้ามาจุดเทียนเผาไฟไหว้พระกัน ซึ่งน่าจะหมายถึงวัดมาหาธาตุนี่แหละครับ (ตรงนี้น่าจะเป็นเหตุให้เข้าใจผิดว่าสุโขทัยมีประเพณีลอยกระทง จน ททท. จัดงานแสดงแสง สี เสียง ขึ้นที่นี่ในช่วงวันลอยกระทง)

ในอดีต บรรดาประชากรชาวสุโขทัยที่มาชุมนุมกันตอนนั้น ถ้าดูตามรูปแบบศิลปกรรมในวัดมหาธาตุเอง ก็น่าจะประกอบไปด้วยคนหลากหลายเชื้อชาติ ... คนไทยและไทใหญ่จากทางเหนือ ... พวกลาวจากหลวงพระบางและเวียงจันท์ ... คนมอญ คนจีน และพระจากลังกา ... พวกคนสุพรรณที่พูดสำเนียงเหน่อๆ และก็พวกลูกครึ่งเขมรจากลพบุรี (ละโว้)  สมัยนั้น ... ทุกคนคงมาทำบุญกัน ด้วยหวังจะได้มีโอกาสเกิดใหม่ในยุคพระศรีอารย์

ส่วนในปัจจุบัน แม้ว่าวันที่ผมไปจะไม่ใช่วันนักขัตฤกษ์ หรือมีการจัดงานอะไร แต่ ผู้คนต่างเชื้อชาติก็ยังพากันเบียดเสียดเข้ามาชุมนุมกันที่นี่เหมือนเมื่อ 700 ปีที่แล้ว คนพวกเดิมน่าจะหลอมรวมกันเป็นคนไทยหมดแล้ว และก็มีพวกฝรั่งยุโรปกับญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมาหน่อย  สมัยนี้ ... ไม่มีใครมาไหว้พระหรือทำบุญกันแล้ว พระศรีอารย์ก็ไม่รู้จะมีจริงรึปล่าว? ทุกคนเขามาเพื่อชมพระอาทิตย์ตกกันต่างหาก

พระอาทิตย์ตกที่วัดมหาธาตุ
พื้นที่จัดงานลอยกระทง (ทั้งๆ ที่ สุโขทัยไม่เคยมีประเพณีนี้มาก่อน)
วัดมหาธาตุจากมุมมองของ นักถ้ำมอง อิอิ

ที่วัดมหาธาตุนี้กลายเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามได้อย่างประหลาด ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่บนที่สูงเห็นทิวทัศน์ได้กว้าง แต่ด้วยวิหารที่ไม่มีหลังคา (เหลือแต่เสา) ทำเห็นมองเห็นรูปทรงที่สวยงามขององค์พระธาตุได้ชัดเจน บวกกับสระน้ำรอบๆวัด ที่คอยสะท้อนสีสันของท้องฟ้ายามเย็น ทำให้ที่นี่เหมาะที่จะถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกเอามากๆ จะเก็บภาพ อัพเฟส เช็คอิน ที่นี่ก็เหมาะสำหรับเรียกไลค์ ... หรือไม่ แค่นั่งชมเฉยๆ ก็ทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มใจอย่างประหลาด

ใจอิ่มแต่ท้องหิว เมื่อพระอาทิตย์ตกสนิทแล้ว ผมก็เลยพาครอบครัวไปหาอะไรกินในตัวเมือง ไปเจอบะหมี่ร้านอร่อยร้านหนึ่ง เป็นแผงข้างทางแถวๆ หน้าธนาคารออมสิน ถนนจรดวิถีว่อง ชื่อร้าน "บะหมี่เส้นสด" เส้นเขาสดอร่อยจริงๆ นะครับ (ไม่ใช่เพราะหิว) ใครไม่เชื่อ ... ไปลองดูได้ครับ ;) 

04/03/2557

สุโขไกด์ ┊1┊หนึ่งโหลเกี่ยวกับสุโขทัย ... เอาไว้โม้

เมื่อปลายปีที่แล้ว (2556)  ผมพาครอบครัวไปเที่ยวสุโขทัยมาครับ แต่กว่าจะกล่อมแม่ลิง ลูกลิง สำเร็จ ก็ต้องขุดเอาความประทับใจสมัยที่ไปทัศนศึกษากับเพื่อนที่มหาวิทยาลัย โฆษณา โน้มน้าวเข้าไปทุกวัน ว่าสวยอย่างนั้น อากาศดีอย่างนี้ ... สุดท้ายก็ใจอ่อน ... รอดตัวไปทีที่ทริปนี้ไม่ทำให้พวกเธอผิดหวัง

สุโขทัยเป็นเมืองสงบน่ารัก มีอุทยานประวัติศาสตร์ที่สวยงามเรียบร้อยจนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็น "มรดกโลกทางวัฒนธรรม" แต่การเที่ยวชมให้สนุกซึ้งใจนั้น ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจ ทั้งด้าน ประวัติศาสตร์, โบราณคดีและศิลปะไทย บ้าง ... ผมจึงตั้งใจเขียน Blog ตอนนี้ให้เป็น Guidebook ว่าจะไปดูอะไรแปลก ๆ สวย ๆ ได้ที่ไหน เวลาตามรอยจะได้ร้อง "ว้าว!" ... บ้าง เหมือนกันกับผม 
(^▽^)

ก่อนจะเล่าเรื่องการเดินทาง เพื่อความเข้าใจ ผมเลยหาเรื่องราวเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยว "สุโขทัย" มาฝาก ... เอาสักหนึ่งโหลนะครับ
แผนที่สุโขทัย
แผนที่แสดงเมืองโบราณร่วมสมัยกับสุโขทัยและเส้นทางการค้าในสมัยนั้น

1. ชื่อสุโขทัย

สุโขทัยเป็นแคว้นโบราณตั้งอยู่บริเวณ 3 ลุ่มน้ำ คือ ยม ปิง น่าน ทางตอนล่าง บริเวณรอยต่อระหว่างภาคเหนือกับภาคกลางของไทยในปัจจุบัน เป็นครือข่ายของเมืองหลายเมือง โดยมีเมืองสุโขทัยเป็นศูนย์กลาง มีอาณาเขต โดยประมาณ คือ ทางเหนือสุดที่เมืองแพร่  ทางใต้มีเมืองพระบาง (นครสวรรค์)  ทางตะวันตกที่เมืองฉอด (แม่สอด) และทางตะวันออกที่เมืองสะค้าใกล้แม่น้ำโขงในเขตอีสานเหนือ

คำว่า "สุโขทัย" มาจาก "สุข" บวก "อุทัย" รวมกันแปลว่า "รุ่งอรุณแห่งความสุข" แต่ถ้าจะยึดตามคำเดิมที่อยู่ในศิลาจารึกแล้ว จะต้องเขียนว่า "สุโขไท" ซึ่ง "ไท" ในที่นี้หมายถึง คน หรือ อิสระชน รวม ๆ แล้วคำนี้อาจแปลได้ว่า "คนที่มีความสุข" หรือ "ความสุขจากอิสระ" ... หรือ "สบายใจไทยแลนด์"
ヽ(^Д^)ノ

ชื่อสุโขทัยในศิลาจารึก

2. เมืองสถานีการค้า

บริเวณที่ทั้งของแคว้นสุโขทัย เป็นชุมทางการค้า (ทางบก) ที่สำคัญของภูมิภาคนี้  มีเส้นทางโบราณหลักๆ 2 แนว ผ่านเมือง ... แนวแรกคือ "ตะวันออก-ตะวันตก" จากเวียดนามเหนือ ผ่านลาว ผ่านสุโขทัย แล้วไปออกทะเลที่อ่าวเมาะตะมะในพม่า ... อีกแนวคือ "เหนือ-ใต้" จากเมืองในแถบอ่าวไทยหรือเมืองพระนครในเขมร ผ่านลพบุรี ผ่านนครสวรรค์ ผ่านสุโขทัย ไปจนถึงล้านนาและน่านเจ้าทางตอนใต้ของจีน

ด้วยความที่เป็นชุมทางการค้าที่คึกคัก และได้รับการสนับสนุนจากอาณาจักรใหญ่รอบข้าง ทำให้ชุมชนบริเวณนี้พัฒนาตัวเองจนเป็นเมืองสถานีการค้า ... ผมเข้าใจว่า คงคล้ายๆ กับ "จุดพักรถบนทางมอเตอร์เวย์" นั่นแหละครับ  สปอนเซอร์หลักอย่างเป็นทางการในการตั้งเมืองก็คือ ละโว้ (ลพบุรี)

สุโขทัยเมืองสถานีการค้า

3. ชะลอมพระร่วง

ถึงสุโขทัยจะตั้งอยู่ในทำเลการค้าที่ดี แต่บริเวณนี้ก็มีปัญหาสำคัญเรื่อง "น้ำ"  ในหน้าแล้งก็แล้งจริง แหล่งน้ำใต้ดินก็ไม่มี ส่วนหน้าฝนก็มักจะมีน้ำป่าจากภูเขาทางทิศตะวันตกหลากเข้าท่วมเสมอ การที่จะตั้งเมืองให้อยู่ได้นั้นต้องอาศัยระบบจัดการน้ำที่ดี ทำให้มีน้ำใช้ตลอดปี และรอดพ้นจากอุทกภัย มีการก่อคันดินแบบต่างๆ จำนวนมาก หลายแนว เพื่อใช้เป็น Floodway ชะลอน้ำป่า แล้วยังสามารถผันน้ำให้ไหลเข้าไปเก็บไว้ในคูเมืองและตระพังจำนวนมาก (มีการขุดพบท่อน้ำดินเผา ทำหน้าที่กระจายน้ำไปจุดต่างๆ ในตัวเมือง)

เรื่องการจัดการน้ำนี้ ทำให้ผมนึกถึงนิทานเรื่อง "พระร่วง" ที่ใช้ชะลอมตักน้ำส่งส่วยให้ขอม  ชะลอมที่มีรูพรุนกลับเก็บกักน้ำได้ด้วยอิทธิฤทธิ์ของพระองค์ ... บางทีนิทานเรื่องนี้อาจเป็นการเปรียบเปรย ชะลอมที่ว่าอาจจะหมายถึงเมืองสุโขทัยทั้งเมือง เลยก็เป็นได้ใครจะไปรู้ ...

การจัดการน้ำในเมืองสุโขทัย

4. พระร่วง

พระร่วงเป็นชื่อกษัตริย์ในตำนาน เป็นลูกครึ่งพญานาค มีอิทธิฤทธิ์ (วาจาสิทธิ์)  ชาวสุโขทัยมักเอาตำนานพระร่วงไปผูกเป็นเรื่อง เพื่อใช้อธิบายที่มาของสิ่งของหรือสถานที่ เช่น ข้าวตอกพระร่วง ปลาก้างพระร่วง โซกพระร่วงลองพระขรรค์ ... ฯลฯ

เมื่อก่อนผมเข้าใจว่า พระร่วงมีตัวตนจริงและหมายถึง "พ่อขุนรามคำแหง" แต่ที่จริงแล้วพระร่วงเป็นชื่อเรียกกษัตริย์ทุกพระองค์ใน "ราชวงศ์พระร่วง" ของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์  รวมถึงกษัตริย์บางพระองค์ในราชวงศ์สุพรรณภูมิของอยุธยาด้วย เพราะทั้งสองราชวงศ์มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกันอย่างแน่นแฟ้น

พระร่วง

5. ความสัมพันธ์เครือญาติ

การเมืองในสุโขทัยถูกแบ่งเป็น 2 ขั่วอำนาจ มี 2 ราชสกุล ราชวงศ์แรกคือ "ราชวงศ์ศรีนาวนำถุม" ของพ่อขุนผาเมือง มีอิทธิพลอยู่ในแถบลุ่มน้ำน่าน (แถวๆ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร)  อีกราชวงศ์ก็คือ "ราชวงศ์พระร่วง" ซึ่งครองเมืองในลุ่มน้ำยม (สุโขทัย ศรีสัชนาลัย รวมถึงกำแพงเพชร) 

วิธีบริหารความเสี่ยงในการแย่งชิงอำนาจกันเอง ของกษัตริย์โบราณ ทำโดยการเกี่ยวดองเป็นญาติกันเสีย (พ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นพี่เขยพ่อขุนผาเมือง)  เมื่อเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้วก็กระจายบรรดาลูกๆ ญาติๆ ให้ไปครองหัวเมืองต่างๆ อย่างอิสระ รวมกันเป็นแคว้นอย่างหลวมๆ

เป็นธรรมดาที่ไม่มีความสัมพันธ์ไหนที่เที่ยงแท้ หลังจากสิ้นกษัตริย์ที่เข้มแข็งอย่างพ่อขุนรามคำแหง  การเมืองในสุโขทัยก็เริ่มไม่มีเสถียรภาพ จนมาถึงสมัยพระยาลิไท ซึ่งแม้พระองค์จะพยายามอย่างเต็มที่ ทั้งบู๊ ทั้งบุ๋น แต่ก็ไม่สามารถรวมสุโขทัยให้กลับมาเป็นปึกแผ่นได้อีกเลย สุดท้าย ปลายรัชสมัยของพระองค์ สุโขทัยก็ถูกแทรกแซงทางการเมืองและถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของ "ราชอาณาจักรอยุธยา" ในที่สุด

6. ศิลาจารึก

สำหรับสุโขทัยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุด และทำให้เรารู้เรื่องราวในอดีตมากที่สุด ก็คือ "ศิลาจารึก" จารึกที่พบมีหลายหลัก นับร้อย แต่ที่สำคัญคือ หลักที่ 1 (พ่อขุนรามคำแหง) หลักที่ 2 (วัดศรีชุม) และหลักที่ 3 (นครชุม) เป็นต้น ส่วนใหญ่สร้างในสมัยพระยาลิไท

ในจารึกมีเนื้อหาเกี่ยวกับการสรรเสริญบุญบารมีของกษัตริย์หรือเชื้อพระวงศ์ ประวัติความเป็นมา การประกาศการทำกุศล รวมถึงสภาพบ้านเมืองในช่วงเวลานั้นๆ  เพื่อแสดงความชอบธรรม ให้ชนชั้นนำที่อ่านหนังสือออก เช่น พระ ได้นำไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ คล้ายๆ กับการมี ช่องเคเบิลทีวีส่วนตัวนั้นแหละครับ แต่คิดว่าคงไม่รุนแรงดุดันเท่าสื่อสมัยนี้แน่ๆ
(ゝ。∂)

ศิลาจารึก

7. พระมหาธรรมราชาที่ 1 พระยาลิไท

ไหนไหนก็เอ่ยถึงพระยาลิไทมาหลายครั้งแล้ว เล่าเรื่องของพระองค์เลยแล้วกัน  ปกติเมื่อพูดถึงกษัตริย์สุโขทัยแล้ว หลายคนมักจะนึกถึงพ่อขุนรามคำแหง แต่มีกษัตริย์อีกพระองค์ที่มีความสำคัญกับสุโขทัยมาก เพราะถ้าไม่มีพระองค์แล้ว เราคงรู้จักสุโขทัยน้อยลงกว่านี้เยอะเลยหละครับ ซึ่งก็คือ พระยาลิไท

เนื่องจากสมัยของพระองค์ สุโขทัยมีปัญหาทางการเมือง พระองค์จึงจำเป็นต้องทำหลายอย่างเพื่อสร้างความชอบธรรม เช่น  สร้างศิลาจารึกหลายหลัก  สร้างพระพุทธรูปสำคัญมากมาย  คิดสร้างสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของแคว้น (เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์)  ผลักดันสุโขทัยให้เป็นศูนย์กลางทางศาสนาโดยเชิญพระเถระผู้ใหญ่จากลังกา ทำให้มีการแต่ง "ไตรภูมิพระร่วง"  สุดท้ายก็ผูกสัมพันธ์กับราชวงศ์สุพรรณภูมิของอยุธยา ทำให้ถึงแม้สุโขทัยจะถูกกลืน แต่ลูกหลานราชวงศ์พระร่วงก็มีบทบาทสำคัญในการปกครอง อาณาจักรอยุธยา ในเวลาต่อมา

8. วัดบ้าน, วัดป่า

ถ้าใครได้ไปเที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์ทั้ง 3 ที่ (สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร) จะเห็นว่ามีการแยกเขตวัดบ้าน (คามวาสี) กับวัดป่า (อรัญวาสี) ออกจากกันอย่างชัดเจน  ธรรมเนียมการแบ่งสงฆ์ออกเป็น 2 ฝ่านนี้มาจากลังกา ครับ

แต่เดิมสมัยพุทธกาลนั้นไม่มีวัด (ที่ใช้ทำพิธีกรรมทางศาสนา) จะมีก็แต่ "สำนักสงฆ์" ที่พระเจ้าแผ่นดิน หรือเศรษฐี สร้างถวาย ให้เป็นที่พักชั่วคราว ในยามที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาที่นั้นๆ  ทั้งนี้เพราะพระพุทธองค์ไม่ประสงค์จะให้พระสงฆ์ยึดติดในทรัพย์สินธ์ทางโลก กำหนดวัตรปฏิบัติให้ออกธุดงค์ (ซึ่งเป็นวัตรปฏิบัติของพระสายวัดป่า)

ต่อมา หลังสมัยพุทธกาล มีการสร้างเจดีย์ให้เป็นที่เคารพ มีคนมาแสวงบุญที่สังเวชนียสถานเหล่านั้นมากมายทั้งพระและชาวบ้าน มีการสร้างที่พัก แล้วก็เกิดเป็นชุมชนรอบๆ จึงมีพระจำนวนหนึ่งตัดสินใจอยู่ในที่พักนั้นเพื่อบำรุงสถานที่ดังกล่าว และให้การศึกษาพระธรรมแก่ชาวบ้าน จึงเกิดเป็น "วัด" ที่สมบูรณ์แบบขึ้น

ฐานส้วมแบบลังกา

9. เจดีย์, พระปรางค์ จุดบรรจบของวิวัฒนาการ

สิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่สุดในวัดไทย โดยเฉพาะสมัยสุโขทัย ก็คือ เจดีย์ หรือไม่ก็พระปรางค์  ทั้งสองอย่างนี้ทำหน้าที่คล้ายกันคือเป็นประธานของวัด ภายในมักจะบรรจุด้วยพระบรมสารีริกธาตุ แสดงการมีอยู่จริงของพระพุทธเจ้า  รูปร่างก็เป็นทรงกรวยคล้ายๆ กัน เป็นสัญลักษณ์ของจักรวาลเหมือนกัน ใช้แทนกันได้ แต่ที่จริงแล้ว ทั้งสองสิ่งนี้มีที่มาแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน เลยทีเดียวหละครับ

เจดีย์เป็นสิ่งก่อสร้างเฉพาะสำหรับพุทธศาสนา อันเก่าที่สุดและเป็นต้นแบบของเจดีย์ทั่วไป คือ "สถูปสาญจี" ที่อินเดีย ส่วนประกอบมาตรฐานคือ โดมกลมวางบนฐา มีบัลลังก์ทรงสี่เหลี่ยมข้างบน แล้วก็มีฉัตรปักอยู่เป็นยอดแสดงความสำคัญ ... แต่ถ้าย้อนไปก่อนพระเจ้าอโศก สมัยที่ยังไม่มีศาสนาพุทธ ไม่มีศาสนาพราหมณ์ จะเห็นว่าเจดีย์ก็คือ "เนินดินฝังศพ" ในวัฒนธรรมดั้งเดิมของอินเดีย ที่ผู้คนยังนับถือผีบรรพบุรุษและเจ้าแม่ (ดิน)

ในขณะที่เจดีย์เป็น เนินหลุมศพที่ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น แต่พระปรางค์กลับเป็นแบบจำลองของภูเขา (เขาพระสุเมรุ หรือเขาไกรลาส ที่หิมาลัย) ตามคติพราหมณ์ ที่นับถือเจ้าพ่อ (ภูเขาหรือฟ้า)

วิวัฒนาการของเจดียืกับพระปางค์

10. ศิลาแลง

ศิลาแลงคือวัสดุทางธรรมชาติ กึ่งหินกึ่งอิฐ พบในบริเวณมรสุมเขตร้อน ที่มีฝนตกชุก (น้ำท่วม) สลับกับช่วงฤดูแล้งที่ยาวนาน พบมากที่อินเดียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เกิดจากการสะสมตะกอนของเศษกรวด ทราย บนชั้นดินเหนียว มีส่วนผสมของแร่โลหะ เช่น เหล็ก, อลูมิเนียม และแมงกานีส  มี 2 ชนิด ถ้าเป็นชั้นแผ่นแข็งเรียกว่า "แม่รัง" แต่ถ้ามีลักษณะเป็นเม็ดๆ เรียกว่า "ลูกรัง"

ศิลาแลงเป็นวัสดุก่อสร้างที่นิยมใช้ทั้งในอินเดียใต้และภูมิภาคอุษาคเนย์ ... สำหรับที่สุโขทัย โบราณสถานที่ก่อด้วยศิลาแลงมักจะเก่ากว่าที่ก่อด้วยอิฐ

11. ธรรมเนียมในการบูรณะปฏิสังขรณ์แบบโบราณ

สมัยก่อนถ้าจะต้องซ่อมแซมพระพุทธรูป ปรับปรุง หรือจะเปลี่ยนรูปแบบของศาสนสถาน พวกช่างโบราณเขาจะมีธรรมเนียมปฏิบัติ ที่เก็บรักษาของเดิมไว้อย่างทะนุถนอม ไม่ให้มีแม้แต่รอยขีดข่วน  ทั้งๆที่ ถ้ายอมให้เป็นรอยบ้างหรือรื้อแล้วสร้างใหม่เลย น่าจะทำงานได้สะดวกกว่าแท้ๆ แต่กลับเลือกวิธียากๆ เช่น  ถ้าเป็นการซ่อมพระปูน ก็จะพอกปูนหุ้มไว้เลยโดยไม่ได้ทำร่องรอย (เพื่อให้ปูนเกาะ) อะไรเลย  หรือถ้าเป็นเจดีย์ ก็มักจะก่ออิฐหุ้มเจดีย์องค์เดิมไว้  ซึ่งวิธีนี้เป็นประโยชน์ต่อนักโบราณคดีมากในการกำหนดอายุ ว่าศิลปะรูปแบบไหนเก่ากว่ากัน

ส่วนตัวแล้ว ... ผมคิดว่า การสร้างสรรค์สิ่งใหม่โดยที่ไม่ทำลายสิ่งดีงามเก่าๆ ตามแบบช่างสมัยนั้น เป็นเรื่องน่าชื่นชมและน่าศึกษามาก เหมาะสำครับคนยุคนี้ ยุคที่ เรามุ่งมั่นสร้างอนาคตด้วยการลบล้างอดีต

12. พระพุทธรูปสุโขทัยในกรุงเทพฯ 

สุดท้าย ผมเอารายชื่อพระพุทธรูปสุโขทัยที่ถูกอัญเชิญมาเป็นพระประธานในโบสถ์วิหารตามวัดต่างๆในกรุงเทพฯ มาฝาก ครับ สำหรับคนที่ยังไม่ว่างไปสุโขทัย แต่อยากไหว้พระสุโขทัยแท้ๆในกทม.

  1. พระประธานในพระวิหาร วัดสุทัศน์ฯ (พระศรีศากยมุนี / พระพุทธนาคใหญ่)
  2. พระประธานในพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศฯ (พระพุทธชินสีห์)
  3. พระประธานในพระวิหาร วัดบวรนิเวศฯ (พระศรีศาสดา)
  4. พระประธานในพระอุโบสถ วัดสระเกศฯ
  5. พระประธานในพระวิหารทิศตะวันออก วัดพระเชตุพนฯ
  6. พระประธานในพระวิหารทิศตะวันตก วัดพระเชตุพนฯ
  7. พระประธานในพระวิหารทิศใต้ วัดพระเชตุพนฯ
  8. พระประธานในพระวิหาร วัดไตรมิตรวิทยาราม (พระสุโขทัยไตรมิตร)
  9. พระประธานในพระวิหาร วัดประยุรวงศาวาส (พระพุทธนาคน้อย)
  10. พระประธานในพระวิหาร วัดอนงคาราม (พระพุทธจุลนาค?)
  11. พระประธานในพระอุโบสถ วัดปรินายก (พระสุรภีพุทธพิมพ์)
  12. พระประธานในพระอุโบสถ วัดสุวรรณาราม
  13. พระประธานในพระอุโบสถ วัดทองนพคุณ
  14. พระประธานในพระวิหาร วัดหงส์รัตนาราม
  15. พระประธานในพระวิหาร วัดเศวตฉัตร
  16. พระประธานในพระวิหาร วัดเบญจมบพิตรฯ (พระพุทธชินราชจำลอง)