แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เที่ยวตลาด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เที่ยวตลาด แสดงบทความทั้งหมด

21/04/2569

หมี่ผัด ธรรมด้า ธรรมดา ที่กาดเจดีย์แม่ครัว

เคยไหมครับ... กินของธรรมดาโดยไม่ได้คาดหวัง ไม่คิดว่าจะอร่อย แถมตอนนั้นไม่ได้หิวเลยแม้แต่นิดเดียว แค่อยากกินให้มันหมด ๆ ไป แต่กลับอร่อยถูกใจเฉยเลย!

ภาพสเก็ตช์หมี่ผัด ที่กาดเจดีย์แม่ครัว โดย Monkeynumber4

เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนผมไปเชียงใหม่ครับ ทางรีสอร์ทที่คุยงานกันไว้ ส่งรถมารับผมที่สนามบิน ตอนนั้นบ่ายกว่า ๆ แล้ว ตั้งแต่เช้าผมเพิ่งกินแซนด์วิชชิ้นเล็ก ๆ ไปชิ้นเดียว เลยขอให้คนขับช่วยหาที่แวะหน่อย ระหว่างทาง

เขาก็แวะให้ที่ 'กาดเจดีย์แม่ครัว' อ.สันทราย ตลาดนี้ใหญ่และคึกคักมากครับ มีทุกอย่างตั้งแต่ของพื้นบ้านยันเสื้อผ้า เดินสนุก เพลินจนลืมเวลา ... จนพี่คนขับเขามาตาม ... สรุปว่าผมได้ขนมไทยเป็นข้าวเหนียวมา 2-3 ห่อ, ลำไย 1 กิโล, และอะไรอีกก็ไม่รู้ยิบย่อยจำไม่ได้ (ของแม่ลิงกับลูกลิง) แล้วก็หมี่ผัดห่อเล็ก ๆ 10 บาท 1 ห่อ

พอมาถึงรีสอร์ทที่แม่แตง ปรากฏว่าเขาเตรียมอาหารไว้ให้ (อ้า ... ตายละ -○-") เป็นข้าวหมูกระเทียมกับแกงจืดผักรวม ดูธรรมดาแต่อร่อยมาก เพราะที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องอาหารออร์แกนิค ที่ปรุงรสแบบธรรมชาติ ... ผมกินจนอิ่มแปล้ แล้วก็เข้าห้องพัก เตรียมตัวเริ่มทำงาน วันรุ่งขึ้น

เพราะฉะนั้น ของที่ซื้อมาจากตลาดก็กลายเป็นภาระ (หัวเราะ) ... พอพักจนหายเหนื่อยแล้ว ผมก็ค่อยๆ เลือกดูว่าอะไรพอเก็บได้บ้าง อะไรไม่ควร แล้วก็ทยอยจัดการไปทีละอย่างสองอย่าง จนมาถึงหมี่ผัดห่อนั้น ตอนแรกกะจะชิมแค่นิดเดียว ถ้าไม่อร่อยหรือเสียก็จะทำใจทิ้งไป ... แต่พอกินคำแรกก็ต้องเอามือถือมาถ่ายรูปเก็บไว้เลย คำที่ 2 "คุ้น ๆ เหมือนเคยกินที่ไหนนะ" คำที่ 3 "นี่จะไม่ใส่หมูมาให้หน่อยเหรอ แต่มันก็นัวดี" คำที่ 4, 5 และคำต่อ ๆ ไป สุดท้ายก็กินหมดไม่รู้ตัว

อาจจะเป็นเพราะมันน้อยหรือบังเอิญรสชาติถูกปาก ก็ไม่รู้ ... แต่ถ้าลองวิเคราะห์ดู อาจเป็นเพราะในช่วงเวลาที่เรากำลังมีความสุขกับสิ่งที่ได้รับ ร่างกายมันก็คงอยากจะซึมซับและเก็บทุกอย่างไว้เป็นความทรงจำที่สวยงามละมั้ง?

19/10/2568

บันทึกของกินรายทาง ขับรถเที่ยวเชียงใหม่ 4 วัน 3 คืน

ตั้งใจจะไปพักผ่อน แต่ไหงกลายเป็นทริปตะลอนกินไปได้ก็ไม่รู้ ... บันทึกทุกเมนูที่ได้ลิ้มลอง ตั้งแต่กล้วยทอดใต้สะพานที่ตาก, ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นที่เชียงใหม่, อาหารเหนือจากแม่อุ๊ย, จนถึงเส้นเล็กต้มยำแห้งที่กำแพงเพชร เป็นทริปที่กินสนุกจน ... น้ำหนักขึ้น (ฮ่า)

01/05/2568 : มุ่งสู่เมืองตากและมื้อแรกที่เชียงใหม่

เช้าวันนี้เราออกเดินทาง มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ กินเสบียงที่ตุนไว้บนรถเป็นอาหารเช้า มีทั้งซาลาเปา อัลมอนด์ครัวซองต์ (จาก Au Bon Pain) กาแฟและผลไม้อย่างมะม่วง ขนุน และสับปะรด ขับรถไป กินไป เรื่อย ๆ ถือเป็นการอุ่นเครื่องเบา ๆ

บ่ายโมงตรงก็ถึงจังหวัดตาก คิดว่าต่อจากนี้ไปน่าจะหาของกินยาก เพราะเคยหิ้วท้องไปจนถึง อ. เถิน จังหวัดลำปางถึงจะหาร้านอร่อยกินได้ เพราะฉะนั้นควรแวะพักกินกลางวันที่นี่แหละ ที่ตากปลอดภัยสุด

ที่ตาก เราแวะร้าน "กล้วยทอดใต้สะพาน" อยู่ใต้สะพานกิตติขจรก่อนเข้าเมืองตาก ได้กล้วยทอดมาพร้อมเต้าหู้ทอดและขนมขาหมู กล้วยทอดอร่อยมาก เขาใช้กล้วยห่ามกำลังดี แป้งกรอบ แต่ควรกินตอนร้อน ๆ เพราะถ้าตากแอร์ทิ้งไว้นานจะแข็งและค่อนข้างเหนียว เต้าหู้เนื้อดีแต่มีกลิ่นเฉพาะตัว (เต้าฮู้ ...เต้าหู้) แม่ลิงบอกว่าพอกินกับน้ำจิ้มแล้วอร่อย ส่วนขนมขาหมูแปลกตรงที่ใช้ถั่วเขียวแทนถั่วดำ ซึ่งก็อร่อยดี

เดิมทีตั้งใจจะกินสุกี้และตือฮวน ที่ร้าน ชิวกิมเลิศรส แต่ของหมดเสียก่อน เลยเปลี่ยนไปลองก๋วยเตี๋ยวไทยที่ร้าน แม่บางหัวเดียด แทน ก๋วยเตี๋ยวไทยก็คล้ายกับก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยนั่นแหละ (แค่อยู่จังหวัดอื่น) โดยทั่วไปเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำน้ำใสโรยเครื่องเยอะ มีผักลวก ถั่วงอก ถั่วฝักยาว กับของกรอบ ๆ อย่างแคบหมูหรือเกี๊ยวกรอบ แต่ของที่นี่มีผักแนมแปลกตา คือมะม่วงเปรี้ยวซอย เอามาโรยกินกับก๋วยเตี๋ยวต้มยำ เผ็ด ๆ หวาน ๆ เค็ม ๆ หอมน้ำปลา คลุกไปคลุกมา เปรี้ยวเค็มกลมกล่อม บวกกับความกรอบของแคบหมูกับแป้งเกี๊ยวกรอบ บอกเลยว่ากินสนุกมาก

ถึงเชียงใหม่ 6 โมงเย็น เหนื่อยเลยหาอะไรใกล้ ๆ โรงแรมกิน

ร้านข้างแกงกะหรี่ญี่ปุ่น ชื่อ kare rice ชอบแกงกะหรี่ จัดดร้านได้น่ารักมากเหมือนไปกินที่ญี่ปุ่นเลย เข้าไปก็เจอลูกค้าเป็นคนญี่ปุ่นหลายโต๊ะ คิดว่าต้องอร่อยแน่ ๆ ... สั่งข้าวหมูทอด เพราะไม่หิว เห็นในเมนูราคาไม่แพงคิดว่าน่าจะถ้วยเล็ก แต่ที่ไหนได้พอมาจริง ๆ ชามเบ้อเร่ม (ฮ่า) ... ข้าวญี่ปุ่นนุ่มดี หมูทอดน่าจะทอดนานไปหน่อย ลองชิมของคนอื่นบ้าง แกงกะหรี่เครื่ยงเทศเข้มข้นมาก หมูห่อชีสค่อนข้างเลี่ยน ออมเล็ทธรรมดา สรุปโดยรวมแล้วสำหรับผมถือว่า "กินได้ ให้เยอะดี"

 02/05/2568 : ตะลุยตลาดและร้านโปรดของเจ้าถิ่น

เช้านี้ไปเดินเล่นและหาอาหารเช้าที่ กาดบ้านฮ่อ (ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่) ได้ลองของกินอาหารพื้นเมืองแปลก ๆ ตามที่คนอื่นรีวิวไว้เกือบครบ ในตลาดมี วัดถุดิบหลากหลาย ผักและผลไม้เมืองหนาวละลานตาน่าซื้อมาก ... เห็นแล้วเลือดพ่อบ้านในตัวมันพลุ่งพล่านอยากจ่ายตลาด (ฮา) แต่ก็กลัวว่ากว่าจะกลับกรุงเทพ ของสดที่ซื้อไปถ้าไม่เหี่ยวก็น่าจะเสียซะก่อน

เจอซาลาเปาร้านหนึ่งไม่รู้ชื่ออะไร เรียก "ซาลาเปาลุง" ก็แล้วกัน หน้าตาดี น่ากิน แป้งสวยดูเป็นแป้งที่ผ่านกระบวนการหมักแบบธรรมชาติแท้ ๆ มีไส้ให้เลือกหลากหลายมาก เช่น มะพร้าว, เบอร์รี่ และอื่น ๆ อีกหลายชนิด ลุงคนขายก็น่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใจ ขยันเล่าเรื่องสนุกสนาน ซึ่งน่าจะเป็นการคุยถ่วงเวลาให้ลูกค้าแก้เซ็งระหว่างรออุ่นซาลาเปาซะมากกว่า (เนื่องจากเตาเล็ก ซึ้งที่นึ่งก็เล็ก ใช้เวลาอุ่นนานมาก) ผมลองแล้ว ไส้หมูสับธรรมดา ไส้หมูแดงมีกลิ่นเต้าหู้ยี้ชัด ไส้ถั่วดำก็เป็นถั่ว ถั้ว ถั่ว ส่วนตัวแล้วคิดว่าเขาทำไส้รสอ่อนไป ... ครั้งหน้าถ้าจะซื้อ คงเลือกหมั่นโถวเพราะว่าแป้งอร่อย

ขนมข้าวโพดทอด หอม ลองแล้วก็เป็นแป้งแน่น ๆ ผสมข้าวโพด แล้วทอด ... นั่นแหละ 

ขนมถ้วยฟู เรียกว่าขนมถ้วยฟูถูกรึเปล่าก็ไม่แน่ใจเพราะเป็นก้อนใหญ่ ๆ คล้ายเค้กนึ่ง มีหลายรส พุทราจีน, มันม่วง, ฟักทอง...อีกอันรสอะไรจำไม่ได้ รสพุทราจีนอร่อย 

ข้าวหนุกงา ข้าวหนุกงาของกาดบ้านฮ่อ เป็นแบบพัฒนาแล้ว ชิ้นใหญ่พอดีกิน ปิ้งแล้วห่อใบตอง ตอนจะกินก็ฉีกใบตองเป็นเส้นเหมือนลอกกระดาษห่อโรตี กินง่าย อร่อยดี คนขายเขาคิดมาแล้ว

ข้าวฟืนอุ่น ขายอยู่โซนร้านอาหาร มีหลายร้าน เมนูเหมือน ๆ กัน เผลอไปกินร้านที่คนน้อยที่สุด อร่อยดีนะ เหมือนกินซุปถั่วนัว ๆ อบอุ่นดี เส้นข้างในก็สัมผัสดี ชอบ แต่คิดว่าร้านที่คนแน่นกว่านี้ต้องอร่อยกว่าแน่ ๆ คราวหน้าจะมาลอง มีหลายอย่างที่พลาดไป มีร้านแกง ข้าวหมกแบบอิสลามน่ากิน เต้าหู้ยี้, ถั่วเน่า, ผักดอง, กุนเชียง, ซาวปิ่ง ... และถ้าจัดการเวลาดี ๆ ก็น่าจะซื้อผักสดกลับมากินที่กรุงเทพได้ 

เดินตลาดเสร็จก็ไปเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ ดูแต่สัตว์อย่างเดียวไม่ได้กินอะไรเลย ซื้อแต่อาหารสัตว์ชุดละ 99 บาท ไปให้กวาง

ตอนบ่ายคิดว่าถ้ายังอยู่ที่สวนสัตว์คงหามื้อเที่ยงกินไม่ได้แน่ ๆ เลยตัดสินใจไป บ้านข้างวัด แทน เจอแต่กองทัพนักท่องเที่ยว มี จีน เกาหลี ไทยกับฝรั่งนิดหน่อย คนเยอะหาร้านนั่งกินยาก เดินวนไปวนมาเกือบทั้งโครงการสุดท้ายไปจบที่ ร้านยุคสมัย ข้าวซอยไก่ (ลูกลิงบอกว่าไก่เยอะไปหน่อย) แต่รวม ๆ ก็พอใช้ได้ ข้าวกะเพราหมูไข่ดาวของผมรสชาติธรรมดา ส่วนข้าวหมูตุ๋นแม่ลิงว่าอร่อยดี โดยรวมอาหารก็โอเค แต่บรรยากาศอาจจะไม่ถูกจริตเราเท่าไหร่... แต่ไอศกรีมที่ร้าน Seasons Premium Homemade Icecream หลังตลาด อร่อยจริง!

ตอนเย็นเจ้าถิ่นพาไปนั่ง ร้านโบ๊ทเบเกอรี่ แถว ๆ หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รู้สึกเหมือนเจอขุมทรัพย์ ร้านนี้บรรยากาศดีมาก ย้อนยุคหน่อย ๆ รู้สึกอบอุ่นและนั่งสบาย มีที่จอดรถ ขายอาหารและเบเกอรี่ทำนองเดียวกับร้าน S&P อาหารอร่อย ราคาไม่แพง ... แต่เพราะเกรงใจเจ้าถิ่นแถมตะลุยกินมาหนักตั้งแต่เช้าก็เลยสั่งแต่ของว่างเบา ๆ ขนมปังหน้าหมู ปอเปี๊ยะ ส้มตำ ยำวุ้นเส้น อร่อยถูกปากทุกอย่างเลย ตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสขึ้นมาเชียงใหม่อีก จะฝากท้องไว้ร้านนี้ 

03/05/2568 : ตลาดงานฝีมือและมื้อที่ลำปาง

วันนี้เริ่มต้นด้วยการไปชอปปิ้งและหาอาหารกินที่ กาดจริงใจ คอมมูนิตี้มอลล์ ที่เน้นพืชผักออร์แกนิคและงานฝีมือ มีงานคราฟต์สวย ๆ ทั้งเสื้อผ้าและเซรามิก แม้จะน่าซื้อแต่ราคาก็ค่อนข้างสูง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า ด้านหลังเป็นศูนย์อาหารและตลาดผักออร์แกนิก มีร้านอาหารมังสวิรัติ จัดอาหารใส่ในกระทงเล็ก ๆ น่ารัก ให้ลูกค้าเดินเลือกหยิบเองทีละกระทง สนุกดี ... แต่ถ้าอยากกินอะไรที่จริงจังและอยู่ท้องหน่อย แนะนำให้เดินลึกเข้าไปซื้ออาหารพื้นบ้านจากบรรดา แม่อุ๊ย (คุณยาย) ที่อยู่ด้านในตลาดดีกว่า ลูกลิงบอกว่าขนมจีนน้ำเงี้ยวอร่อยมาก

จากกาดจริงใจตั้งใจไปกินมื้อเที่ยงที่แม่กำปองและขับรถชมวิวไปจนถึงลำปาง พักอีกสักคืนแล้วค่อยกลับกรุงเทพฯ ถึงแม่กำปองแวะร้านดังสั่งผัดไทกับก๋วยเตี๋ยวหมู โชคดีที่บรรยากาศริมลำธารร่มรื่น กินเสร็จเดินเล่นสักพักก็ตัดสินใจไปนั่งคาเฟ่ชมวิวมหาชนด้านบน โชคดีที่เค้กอร่อย 

จากแม่กำปอง เราแวะขับออกนอกเส้นทางหลัก ใช้เส้นทางบนเขาลัดเลาะไปทาง อ. แม่ทา จะไป สะพานขาวทาชมพู (ตอนแรกดูจาก Google Map กะว่าจะขับทะลุหมู่บ้านแม่กำปองข้ามเขาไปเลย แต่เห็นความชันของเส้นทางที่ผ่านมาแล้วก็เริ่มกลัว เลยย้อนกลับมาวิ่งทางอ้อมข้างล่างดีกว่า แหะ ๆ) วิวสวยงามดี ก่อนจะเดินทางตรงไปยังลำปาง

เราถึงลำปางตอนเย็น ตั้งใจจะหาอะไรกินที่ถนนคนเดิน กาดกองต้า กาดกองต้าเดินสนุก ของราคาถูกกว่าเชียงใหม่มาก ซื้อง่าย แต่ไม่ค่อยมีร้านอาหารแบบจริงจังเลย แถมฝนก็ทำท่าจะตก สุดท้ายจึงต้องหลบฝนไปกิน บะหมี่กาดกองต้า แทน ซึ่งบะหมี่ร้อน ๆ อร่อยมาก น้ำซุปใสและรสชาติดี กินแล้วรู้สึกสบายใจ

 04/05/2568 : เก็บตกของฝากและกลับกรุงเทพฯ

ว่าจะเดินตลาดข้างหลังโรงแรมแม่บุญทอง (ตลาดบริบูรณ์ปราการ) แต่เดินคนเดียวไม่มีใครตื่นมาเดินเป็นเพื่อนเลย แถมเจอหมา ก็เลยกลับไปกินข้าวต้มที่โรงแรมดีกว่า ข้าวต้มหมูอร่อยดี 

ระหว่างทางนึกได้ว่ายังไม่ได้ซื้อของฝากเลย แวะ ร้านเดอะโคโค่นครลำปาง (The Coco Lampang) ร้านของฝากชื่อดังที่ อ.เกาะคา ได้ของฝากติดไม้ติดมือมาเพียบเลย

ตอนเที่ยงแวะกิน เซี้ยงบะหมี่ ที่กำแพงเพชร เส้นเล็กต้มยำแห้งอร่อยมาก คุ้น ๆ เหมือนเคยกินร้านนี้แล้ว แต่เมื่อก่อนไม่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำก็เลยจำไม่ได้ แต่คราวนี้พอมาได้กินอีกทีก็นึกออก ... กินเสร็จก็รีบขับรถกลับกรุงเทพ หิวก็แวะเซเว่นในปั้มไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันอีกเลย



18/06/2567

บันทึกของกินจุ๊บจิ๊บของผมที่ตรัง

ตั้งใจว่าทริปนี้จะเป็นทริปตามใจปากโดยแท้ นั่งรถไฟไปตรัง ตะลอนกินไปเรื่อย บนรถ ในเมือง ตามตลาด คาเฟ่ ติ๋มซำ โรตี ข้าวแกง ข้าวต้ม ... ฯลฯ ทำตัวให้เหมือนกับคนตรังที่เขาลือกันว่ากินกันวันละ 9 มื้อ ...

แต่ก็ต้องยอมแพ้ กินได้ไม่กี่อย่าง ไว้โอกาสหน้าจะฟิตร่างกายให้ระบบเผาผลาญดีขึ้นแล้วกลับไปแก้มือ ... นะ

ผมและครอบครัวเดินทางด้วยรถไฟด่วนขบวน 83 กรุงเทพอภิวัฒน์ - ตรัง เพราะเป็นสถานีใหม่ ไม่คุ้นเคย ก็เลยต้องรีบไปก่อนตั้งแต่บ่าย 4 โมง จะได้มีเวลาเตรียมพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตบนรถไฟ 15 ชั่วโมง

เตรียมแล้ว พร้อมแล้ว ... ใกล้จะเบื่อแล้ว 18:50 น. เป๊ะๆ ก็ได้เวลาออกเดินทาง

ขึ้นรถไฟเที่ยวนี้จะต้องลองกินก๋วยเตี๋ยวรถไฟให้ได้ ถึงสถานีศาลายาก็มีแม่ค้าหิ้วตะกร้ามาเดินยั่ว มีข้าวเหนียวหมูปิ้ง ขนมหม้อแกง กุนเชียง และก็ก๋วยเตี๋ยวแห้งที่รอคอย เลยจัดไป 1 ห่อ แบ่งกันชิมกับลูกลิงได้คนละคำสองคำ ... อร่อยดี แต่คิดว่าคงดีกว่านี้ถ้าได้กิน "คนเดียว!" 2 ห่อ 😅

กินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ ก็ได้เวลาพนักงานมาปรับเบาะ ปูเตียง นั่งด้วยกันลำบากก็แยกกันนอนดีกว่า ที่นั่งใครที่นั่งมัน พรุ่งนี้เจอกัน

พระอาทิตย์ขึ้นที่สถานีนาสาร สุราษฎร์ธานี แต่กว่าจะรู้สึกว่าเช้าแล้วจริงๆ ก็เมื่อรถไฟถึงทุ่งสง ที่นี่สถานีใหญ่ รถจอดนาน ผู้โดยสารขึ้นลงเยอะ พ่อค้าแม่ค้าก็หาบของกินขึ้นมาขายกันเยอะ ... แน่นอนมีการค้าก็ต้องมีเหยื่อทางการตลาด 😅 ลูกลิงซื้อข้าวเหนียวไก่ทอดสีแดงๆมากิน บอกเค็มๆ มีแต่เค็ม 🤣 ส่วนแม่ลิงก็ซื้อข้าวต้มใบกะพ้อมา 1 พวง ไม่กินแล้วก็เอามาให้ผม 🤨 คงเห็นว่าเป็นของแปลก?

รถไฟมาถึงตรังตามเวลา 8:50 น. (ตรงตามเวลาจริงๆ ไม่ใช่มุกที่ว่า เวลามาก่อนแล้วรถค่อยตามมา ฮ่า) เรายืนเงอะงะ เกะกะ ดูรถไฟ ดูคนกันสักพักที่สถานี แล้วตัดสินใจรีบเดินไปที่พักที่จองไว้ ถึงจะยังเช็คอินไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็จะได้ฝากกระเป๋า และเขาคงมีห้องน้ำให้เราล้างหน้าล้างตาบ้างแหละ ...

ระหว่างทางมีร้านขนมครก พ่อค้ากำลังหยอด กำลังแคะกันอย่างเมามัน ส่งกลิ่นหวานๆ เกรียมๆ กลิ่นกะทิหอมฟุ้ง ก็เกิดเหยื่อทางการตลาดขึ้นมาอีกราย ... 🤣

ฝากกระเป๋าเป็นที่เรียบร้อย เราก็เดินข้ามถนนไปเริ่มมื้อเช้าอย่างเป็นทางการที่ร้านข้าวแกงหน้าโรงแรม (ซึ่งอร่อยมาก แต่จะอุบไว้เล่าตอนต่อไปนะครับ) กินเสร็จก็ไปเดินเล่นในเมือง กะว่าจะหาคาเฟ่นั่ง เดินดูตึก ถ่ายรูปคู่กราฟิตี้ ดูนู่นนี่นั่นไปตามเรื่อง แต่แดดแรงมหาโหดเหมือนโกรธกัน เผาเอาจนหมดสนุก ฝืนทนเดินอยู่พักใหญ่ให้ได้เวลาเช็คอิน ... คิดว่ากลับไปอาบน้ำนอนที่โรงแรมดีกว่า 🥵🥵🥵

สลบไปนาน กว่าจะฟื้นอีกทีเกือบจะ 6 โมงเย็นเพราะหิว ตอนนี้แดดคงไปหมดแล้ว อากาศด้านนอกน่าจะเย็นสบายพอเดินได้

หาข้อมูลมาว่า ในเมืองตรังจะมีแหล่งกินตอนค่ำอยู่ 2 แห่ง ที่แรกคือ "ตลาดเซ็นเตอร์พอยท์" อยู่ในซอยรื่นรมย์แถวๆศาลากลางจังหวัดตรัง ใกล้วงเวียนพะยูน ห่างจากที่พักไปประมาณ 1 กิโล เปิดวันธรรมดา (หรือทุกวันไม่แน่ใจ) และวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จะมีถนนคนเดินที่หน้าสถานีรถไฟ อยู่ใกล้ที่พักเราไม่เกิน 200 เมตร ... ซึ่งวันที่เราไปเป็นวันดี วันพฤหัสบดี เลยได้ออกกำลังกายแหะๆ

ขากลับ เดินมาทางถนนเพชรเกษม ผ่านสถานีตำรวจ ผ่านศาล ผ่านศรีตรังต้นใหญ่กำลังออกดอกแต่ก็มืดเสียแล้ว มองไม่เห็น ... เราเดินมาเรื่อยๆจนถึงตลาดสดเทศบาล ทะลุเข้าซอยมืดๆ ไปโผล่หลังร้านโกปี๊สมบัติเฉยเลย

สมเป็นร้านชื่อดังประจำเมืองตรัง คนแน่นเอี้ยด แต่โชคดี เราจังหวะดีโผล่มาตอนโต๊ะว่างพอดี เลยได้ลองหลายอย่างตามแบบที่ YouTuber เขารีวิวกัน หมี่ฮุ้น โจ๊ก ปาท่องโก๋ ขนมจีบติ๋มซำนึ่งทอดสารพัด ...ฯลฯ รวมๆก็ไม่ได้พิเศษเท่าที่เห็นในรีวิว แต่กินได้ อร่อยดี (ขอสารภาพตามตรง ว่าไม่ชอบน้ำจิ้มที่เขาเรียกว่า กำเจือง ค่อมเจือง หรือส้มเจือง ... เลย สังขยาที่ใช้จิ้มปาท่องโก๋ก็หวานมันเข้มข้นเกินไปสำหรับผม T_T) กินเสร็จก็รีบกลับที่พัก รีบนอนเอาแรงเพราะพรุ่งนี้จะไปเที่ยวเกาะกระดาน ... เย้

วันที่เที่ยวเกาะกระดานกับวันก่อนกลับ พวกเราไม่ได้กินอะไรจุ๊บจิ๊บเรื่อยเปื่อยเลย เหมือนความอยากอาหารมันระเหยหมดไปกับไอแดด ส่วนใหญ่จะกินเป็นมื้อ ... เพราะฉะนั้นจะขอเก็บไว้เล่าตอนถัดไปนะครับ

ตัดมาบนรถไฟขากลับเลยแล้วกันครับ 😅 บนรถผมเจอของกินน่าประทับใจ สมควรวาดรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกอัน

ถ้าเทียบกัน รู้สึกว่าการขายของบนรถไฟสมัยนี้เงียบเหงาและจืดชืดกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย ไม่มีอีกแล้วไอ้ประเภท "จับ ไข่ แข็ง ปั๋ง~" หรือ "หอม อม ดม หม่อง ~" (หรือเป็นเพราะนั่งรถนอนชั้น 2 ก็ไม่แน่ใจ) แต่ที่สถานีทุ่งสงผมเจอลุงคนหนึ่ง ท่าทางอารมณ์ดี สุภาพ บุคลิกคล้ายๆลุงสีเทาในเรื่องมหา'ลัยเหมืองแร่ ขึ้นรถมาแล้วร้องขาย

"ยาโหนมมม...ไมคร้าบ~ ..
หมวกก็มีน่ะคร้าบ ใส่แล้วเสียงดี หมวกมี ยาหนมก็มีน่ะคร้าบ~"
(ทำนองเพลง สมหวังนะครับ ของ ก็อต จักรพันธ์)

สรุป ลุงแกขายยาหนมกับหมวกใบมะพร้าว ... "ยาหนม" ที่ว่าก็คือกาละแมนั่นแหละ ลุงว่าเป็นขนมประเภทเดียวกัน ผมชิมก็กาละแม หลับตาชิมก็กาละแม😅 ส่วนหมวกก็สานเอง สานเล่นๆ ขายเล่นๆแก้เซ็ง ลุงแกว่างั้น

ขายได้แล้วก็ เดินร้องขายต่อตู้ถัดไป เหมือนเสียงจะดังกังวานขี้นนิดนึง ...

ขากลับแกไม่ร้องขายของแล้ว แต่ร้องเป็นเพลงเลย ตอนเดินผ่านที่นั่งผม ลุงแกบอก "ขอบคุณนะลูก" แล้วยิ้ม ผมก็ยิ้มตอบ 😊

ยาหนมเก่าหน่อย แต่ก็อร่อยดีน่ะคร้าบบบ~ ผมฮัมเพลงตอบในใจ
... แหม ทำนองติดหูจังแฮะ

04/03/2562

วัน by One ┊ภูหินร่องกล้า และพื้นที่ใกล้เคียง (วันที่ 4 สุดท้ายแล้ว)

ลองเรือแม่น้ำสะแกกรัง ปลากรอบป้าแต๋ว บะหมี่ไข่เจ้เน้ย อุทัยธานี

เนื่องจากเมื่อวานเดินทางมาก เหนื่อย วันนี้ก็เลยเริ่มต้นอย่างเนือย ๆ ... ตื่นเกือบ 8 โมงเช้า โชคดีที่ตลาดเช้ายังไม่วายแต่ก็โหรงเหรงเต็มที ... เดินหาของกินได้ปลาแรดทอดมาหนึ่งตัว กินสลับกับปาท่องโก๋แกล้มกับกาแฟสด ก็อร่อยดี ... กินเสร็จก็ข้ามฝั่งไปไหว้พระที่วัดโบสถ์

ที่วัดเจอหลวงพี่รูปหนึ่ง เห็นแกยืนเล่าเรื่องภาพจิตรกรรมฝาผนังให้นักท่องเที่ยวฟังอยู่ เราก็แอบเข้าไปฟังบ้าง หลวงพี่เลยชวนให้ไปลองนั่งเรือล่องแม่น้ำสะแกกรังดู ค่าเรือก็ไม่แพงและไหนไหนเราก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วก็เลยลอง

บนเรือ นอกจากจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวแพแล้ว พี่คนขับเรือก็บรรยายเรื่องราวของเมืองอุทัยฯไปด้วย ปล่อยมุกไป ด้วยสนุกดี ระยะทางก็ไม่ใกล้ไม่ไกลนั่งได้เพลิน ๆ  ก่อนจบเรือไปแวะแพปลากรอบของป้าแต๋ว แต่เมื่อเช้าเราซื้อน้ำพริกกับปลาป่นของป้าเขามาแล้วบนตลาดก็เลยไม่รู้จะขึ้นแพไปซื้ออะไร เลยให้เรือวนกลับ ถึงไม่ขึ้น ป้า ๆ เขาก็ยังยิ้มและโบกมือให้อย่างจริงใจ น่ารักจริง ๆ

ล่องเรือเสร็จยังไม่ทันจะเที่ยงดี ก็หิวซะแล้ว ข้ามมาฝั่งตลาด เจอร้านบะหมี่ร้านหนึ่งตรงตีนสะพานชื่อร้าน 'เจ้เน้ย' เห็นแว็บ ๆ ว่าแม่ค้าลวกเส้นน่ารักดี หันไปจะชวนแม่ลิงก็เห็นยืนจ้องเส้นบะหมี่หน้าตู้ ลูกลิงก็กำลังจะเดินเข้าไปเล่นกับลูกแมวข้างใต้ตู้ลวกบะหมี่ ก็เลยรวม ๆ กันเข้าร้านแบบงง ๆ

สรุป บะหมี่อร่อยดี เส้นนุ่มหอม น่าจะมีส่วนผสมของไข่เยอะ ปรุงรสแบบบะหมี่ไทยโบราณ สำหรับผมรสชาติแปลกแต่อร่อยดี กินเสร็จก็กลับไปเก็บของที่โรงแรมแล้วก็กลับกรุงเทพฯ

ถึงจะไม่เป็นไปตามแผนทั้งหมดมีเรื่องผิดพลาดหลายอย่าง แต่ทริปขึ้นเขาคราวนี้ก็สนุกดี ได้เพื่อนใหม่ ได้ประสบการณ์ใหม่ ได้เรียนรู้ว่าจังหวะและเวลาเป็นเรื่องสำคัญ แต่ถ้าเรายืดหยุ่นหน่อยก็จะหาโอกาสและจังหวะใหม่ได้เสมอ ... แล้วจะกลับไปอีก

01/03/2562

วัน by One ┊ภูหินร่องกล้า และพื้นที่ใกล้เคียง (วันที่ 3)

วันสุดท้ายที่ภูหินร่องกล้า เริ่มต้นด้วยการเคลียร์เสบียง อะไรเหลือ ๆ ก็เอามากินให้หมด คนอิ่มแล้วก็ประเคนให้เจ้าชิบะกิน เป็นการสั่งลา ... เก็บของเสร็จ ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก แล้วก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไป 'โรงเรียนการเมืองการทหาร' ไปตามหาใบเมเปิ้ลแดง

ถ้าใครเคยเห็นรูปใบไม้สีแดงร่วงบนหลังคาบ้านไม้หลังเล็ก ๆ ที่มีมอสขึ้นเขียวครึ้มสวยใสตัดกัน ก็ให้รู้ไว้ว่าเขาถ่ายกันที่โรงเรียนการเมืองการทหารนี่แหละครับ ชื่อว่าโรงเรียนแต่จริง ๆ แล้วเป็นเหมือนที่ทำการของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) มากกว่า เพราะเป็นทั้งโรงเรียน ทั้งโรงพยาบาล เป็นบ้านของผู้นำ ผ่ายสื่อสารและคนสำคัญในพรรคฯ ฯลฯ ... ถ้าใครอยากรู้มากกว่านี้ก็คงหาข้อมูลได้เอง ไม่ยาก ซึ่งผมจะข้ามไปเพราะถ้าเล่าก็คง เล่ามั่ว แหะๆ ... ╮(╯_╰)╭

พวกเราก้มหาใบไม้แดงอยู่นาน เจอแค่ใบเล็ก ๆ ใบเดียว คงยังไม่ถึงฤดูของมัน ... ได้แต่คิดในแง่บวกว่า นี่อาจจะเป็นใบแรกของปีก็ได้นะ 

จากโรงเรียนการเมืองการทหาร ตรงข้ามมีทางเดินเล็ก ๆ ลงไปข้างล่างมีลำธาร น้ำตกแล้วก็มีกังหันน้ำ เขาว่าเป็นกังหันที่เด็กวิศวะจุฬามาสร้างให้ตอนที่หนีเข้าป่าหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ใช้พลังน้ำหมุนกระเดื่องครกตำข้าว อะไรประมาณนั้น ... บรรยากาศร่มรื่นดี แต่ที่ชอบที่สุดก็คือ ขณะที่กำลังเพลินกับน้ำตกอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีนกตัวเล็ก ๆ พวกนกกระจิบ กระจิ๊ด ฯลฯ บินมากลุ่มใหญ่หลายสิบตัว (ที่คนดูนกเขาเรียกกันว่า bird wave) เสียดาย ไม่ได้พกกล้องสองตาไปด้วย

ใกล้เที่ยงแล้วก็ลงเขา แวะกินข้าวที่แถว ๆ ลำน้ำเช็ก ขามาเห็นร้านเยอะดี แล้วก็อยากกินอะไรเป็นเนื้อเป็นหนังบ้าง เพราะกินพวกขนมปัง มาม่า มาหลายมื้อแล้ว ... อิ่มแล้วก็มุ่งหน้าสู่พิจิตร

ถึงพิจิตรตอนบ่าย ขับรถวนในเมือง ไม่เจอที่พักถูกใจเลยแวะวางแผนกันที่บึงสีไฟ แดตก็ร้อน หมาจรก็เยอะ สมงสมองไม่ทำงาน ถามเจ้าของร้านโอท็อปหน้าบึง พี่เขาก็ยิ้มแย้ม ยินดีช่วยเหลือ ให้คำแนะนำแต่นอกจากโรงแรมที่เราหามาแล้วพี่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะให้เราไปนอนที่ไหน จะเที่ยวยังไงดี ... ก็เลยตกลงใจว่า งั้นไปไหว้หลวงพ่อเพชรกันก่อนแล้วค่อยไปพักที่คุ้น ๆ อย่างอุทัยฯ ก็แล้วกัน

มาถึงอุทัยฯตอนเย็น โชคดีมีงานถนนคนเดินที่ตรอกโรงยาพอดี ได้เดินตลาดนัดสมใจ
 ( ・・)つ-●●●

21/02/2560

เดินตลาด ดูปลา ... ดูมันทั้งเช้าทั้งเย็น

ถ้าใครเคยไปจังหวัดอุทัยธานี เคยเข้าไปเดินเล่น หาของกิน ที่ตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง ก็คงหลงเสน่ห์ที่เรียบง่ายและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาของที่นี่ได้ไม่ยาก ... เหมือนผม

ตลาดนี้นอกจากจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารการกินนานาชนิด ในบรรยากาศสบาย ๆ เป็นกันเองบวกกับวิวสวย ๆ ของเรือนแพและวัดอุโบสถารามฝั่งตรงกันข้ามแล้ว ... สิ่งที่ผมคิดว่าโดดเด่นที่สุด คือ ปลาแม่น้ำครับ มีขายกันเต็มตลาดมากมายทั้งปริมาณและชนิด

ที่นี่มีตั้งแต่ ปลาเลี้ยงที่หาดูหากินกันง่าย ๆ อย่าง ปลานิล, ปลาดุก, ปลาช่อน, ปลาแรด, สวาย ... ไปจนถึงของหายาก ๆ อย่าง เทโพ, ปลาเค้า, กา ที่แปลกที่สุดที่ผมเจอ คือ ปลาหว้าหน้านอ

ถ้าใครอยากรู้ว่า ปลาหว้าหน้านอ หน้าตายังไง เข้าไปดูได้ที่ วิกิพีเดีย นะครับ เพราะผมไม่ได้ถ่ายรูปมา
เดินกินหมูปิ้งไปดูปลาดูของไป หรือเดินเหนื่อยแล้ว จะสั่งกาแฟโบราณอุ่น ๆ หอม ๆ มานั่งกินกับขนมครกที่ริมน้ำ สำหรับคนชอบตลาด, ชอบปลา, ชอบกิน อย่างผมก็ถือว่าฟินแล้วครับ

ที่ชอบที่สุดคือที่นี่ไม่ได้มีแค่ตลาดเข้า  ตอนเย็นก็มีตลาดด้วย (เช้าปิดถนนล็อกนึง ตอนเย็นอีกล็อกนึง) เดินได้ทั้งเช้าทั้งเย็น ผมหละอิจฉาคนอุทัยฯจริง ๆ

วัดอุโบสถาราม (วัดโบสถ์)
ฝั่งตลาด / ตัวตลาดอยู่บริเวณตึกแถวสีม่วง
* รูปปลาทั้งหมด วาดจากรูปที่ผมถ่ายไว้ในมือถือ
** ลานสะแกกรัง ยังมีของดีซ่อนไว้อีกเยอะ เช่น โรงหนังเก่าสมัยจอมพล ป., วัดโบราณที่เหลือแต่โบสถ์ซ่อนตัวอยู่กลางตลาด, แม่ค้าแซ่บ ๆ ฯลฯ ... ผมไม่เอามาให้ดูหรอกครับ ฝากหากันเอาเอง อิอิ