แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เชียงใหม่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เชียงใหม่ แสดงบทความทั้งหมด

21/04/2569

หมี่ผัด ธรรมด้า ธรรมดา ที่กาดเจดีย์แม่ครัว

เคยไหมครับ... กินของธรรมดาโดยไม่ได้คาดหวัง ไม่คิดว่าจะอร่อย แถมตอนนั้นไม่ได้หิวเลยแม้แต่นิดเดียว แค่อยากกินให้มันหมด ๆ ไป แต่กลับอร่อยถูกใจเฉยเลย!

ภาพสเก็ตช์หมี่ผัด ที่กาดเจดีย์แม่ครัว โดย Monkeynumber4

เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนผมไปเชียงใหม่ครับ ทางรีสอร์ทที่คุยงานกันไว้ ส่งรถมารับผมที่สนามบิน ตอนนั้นบ่ายกว่า ๆ แล้ว ตั้งแต่เช้าผมเพิ่งกินแซนด์วิชชิ้นเล็ก ๆ ไปชิ้นเดียว เลยขอให้คนขับช่วยหาที่แวะหน่อย ระหว่างทาง

เขาก็แวะให้ที่ 'กาดเจดีย์แม่ครัว' อ.สันทราย ตลาดนี้ใหญ่และคึกคักมากครับ มีทุกอย่างตั้งแต่ของพื้นบ้านยันเสื้อผ้า เดินสนุก เพลินจนลืมเวลา ... จนพี่คนขับเขามาตาม ... สรุปว่าผมได้ขนมไทยเป็นข้าวเหนียวมา 2-3 ห่อ, ลำไย 1 กิโล, และอะไรอีกก็ไม่รู้ยิบย่อยจำไม่ได้ (ของแม่ลิงกับลูกลิง) แล้วก็หมี่ผัดห่อเล็ก ๆ 10 บาท 1 ห่อ

พอมาถึงรีสอร์ทที่แม่แตง ปรากฏว่าเขาเตรียมอาหารไว้ให้ (อ้า ... ตายละ -○-") เป็นข้าวหมูกระเทียมกับแกงจืดผักรวม ดูธรรมดาแต่อร่อยมาก เพราะที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องอาหารออร์แกนิค ที่ปรุงรสแบบธรรมชาติ ... ผมกินจนอิ่มแปล้ แล้วก็เข้าห้องพัก เตรียมตัวเริ่มทำงาน วันรุ่งขึ้น

เพราะฉะนั้น ของที่ซื้อมาจากตลาดก็กลายเป็นภาระ (หัวเราะ) ... พอพักจนหายเหนื่อยแล้ว ผมก็ค่อยๆ เลือกดูว่าอะไรพอเก็บได้บ้าง อะไรไม่ควร แล้วก็ทยอยจัดการไปทีละอย่างสองอย่าง จนมาถึงหมี่ผัดห่อนั้น ตอนแรกกะจะชิมแค่นิดเดียว ถ้าไม่อร่อยหรือเสียก็จะทำใจทิ้งไป ... แต่พอกินคำแรกก็ต้องเอามือถือมาถ่ายรูปเก็บไว้เลย คำที่ 2 "คุ้น ๆ เหมือนเคยกินที่ไหนนะ" คำที่ 3 "นี่จะไม่ใส่หมูมาให้หน่อยเหรอ แต่มันก็นัวดี" คำที่ 4, 5 และคำต่อ ๆ ไป สุดท้ายก็กินหมดไม่รู้ตัว

อาจจะเป็นเพราะมันน้อยหรือบังเอิญรสชาติถูกปาก ก็ไม่รู้ ... แต่ถ้าลองวิเคราะห์ดู อาจเป็นเพราะในช่วงเวลาที่เรากำลังมีความสุขกับสิ่งที่ได้รับ ร่างกายมันก็คงอยากจะซึมซับและเก็บทุกอย่างไว้เป็นความทรงจำที่สวยงามละมั้ง?

19/10/2568

บันทึกของกินรายทาง ขับรถเที่ยวเชียงใหม่ 4 วัน 3 คืน

ตั้งใจจะไปพักผ่อน แต่ไหงกลายเป็นทริปตะลอนกินไปได้ก็ไม่รู้ ... บันทึกทุกเมนูที่ได้ลิ้มลอง ตั้งแต่กล้วยทอดใต้สะพานที่ตาก, ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นที่เชียงใหม่, อาหารเหนือจากแม่อุ๊ย, จนถึงเส้นเล็กต้มยำแห้งที่กำแพงเพชร เป็นทริปที่กินสนุกจน ... น้ำหนักขึ้น (ฮ่า)

01/05/2568 : มุ่งสู่เมืองตากและมื้อแรกที่เชียงใหม่

เช้าวันนี้เราออกเดินทาง มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ กินเสบียงที่ตุนไว้บนรถเป็นอาหารเช้า มีทั้งซาลาเปา อัลมอนด์ครัวซองต์ (จาก Au Bon Pain) กาแฟและผลไม้อย่างมะม่วง ขนุน และสับปะรด ขับรถไป กินไป เรื่อย ๆ ถือเป็นการอุ่นเครื่องเบา ๆ

บ่ายโมงตรงก็ถึงจังหวัดตาก คิดว่าต่อจากนี้ไปน่าจะหาของกินยาก เพราะเคยหิ้วท้องไปจนถึง อ. เถิน จังหวัดลำปางถึงจะหาร้านอร่อยกินได้ เพราะฉะนั้นควรแวะพักกินกลางวันที่นี่แหละ ที่ตากปลอดภัยสุด

ที่ตาก เราแวะร้าน "กล้วยทอดใต้สะพาน" อยู่ใต้สะพานกิตติขจรก่อนเข้าเมืองตาก ได้กล้วยทอดมาพร้อมเต้าหู้ทอดและขนมขาหมู กล้วยทอดอร่อยมาก เขาใช้กล้วยห่ามกำลังดี แป้งกรอบ แต่ควรกินตอนร้อน ๆ เพราะถ้าตากแอร์ทิ้งไว้นานจะแข็งและค่อนข้างเหนียว เต้าหู้เนื้อดีแต่มีกลิ่นเฉพาะตัว (เต้าฮู้ ...เต้าหู้) แม่ลิงบอกว่าพอกินกับน้ำจิ้มแล้วอร่อย ส่วนขนมขาหมูแปลกตรงที่ใช้ถั่วเขียวแทนถั่วดำ ซึ่งก็อร่อยดี

เดิมทีตั้งใจจะกินสุกี้และตือฮวน ที่ร้าน ชิวกิมเลิศรส แต่ของหมดเสียก่อน เลยเปลี่ยนไปลองก๋วยเตี๋ยวไทยที่ร้าน แม่บางหัวเดียด แทน ก๋วยเตี๋ยวไทยก็คล้ายกับก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยนั่นแหละ (แค่อยู่จังหวัดอื่น) โดยทั่วไปเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำน้ำใสโรยเครื่องเยอะ มีผักลวก ถั่วงอก ถั่วฝักยาว กับของกรอบ ๆ อย่างแคบหมูหรือเกี๊ยวกรอบ แต่ของที่นี่มีผักแนมแปลกตา คือมะม่วงเปรี้ยวซอย เอามาโรยกินกับก๋วยเตี๋ยวต้มยำ เผ็ด ๆ หวาน ๆ เค็ม ๆ หอมน้ำปลา คลุกไปคลุกมา เปรี้ยวเค็มกลมกล่อม บวกกับความกรอบของแคบหมูกับแป้งเกี๊ยวกรอบ บอกเลยว่ากินสนุกมาก

ถึงเชียงใหม่ 6 โมงเย็น เหนื่อยเลยหาอะไรใกล้ ๆ โรงแรมกิน

ร้านข้างแกงกะหรี่ญี่ปุ่น ชื่อ kare rice ชอบแกงกะหรี่ จัดดร้านได้น่ารักมากเหมือนไปกินที่ญี่ปุ่นเลย เข้าไปก็เจอลูกค้าเป็นคนญี่ปุ่นหลายโต๊ะ คิดว่าต้องอร่อยแน่ ๆ ... สั่งข้าวหมูทอด เพราะไม่หิว เห็นในเมนูราคาไม่แพงคิดว่าน่าจะถ้วยเล็ก แต่ที่ไหนได้พอมาจริง ๆ ชามเบ้อเร่ม (ฮ่า) ... ข้าวญี่ปุ่นนุ่มดี หมูทอดน่าจะทอดนานไปหน่อย ลองชิมของคนอื่นบ้าง แกงกะหรี่เครื่ยงเทศเข้มข้นมาก หมูห่อชีสค่อนข้างเลี่ยน ออมเล็ทธรรมดา สรุปโดยรวมแล้วสำหรับผมถือว่า "กินได้ ให้เยอะดี"

 02/05/2568 : ตะลุยตลาดและร้านโปรดของเจ้าถิ่น

เช้านี้ไปเดินเล่นและหาอาหารเช้าที่ กาดบ้านฮ่อ (ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่) ได้ลองของกินอาหารพื้นเมืองแปลก ๆ ตามที่คนอื่นรีวิวไว้เกือบครบ ในตลาดมี วัดถุดิบหลากหลาย ผักและผลไม้เมืองหนาวละลานตาน่าซื้อมาก ... เห็นแล้วเลือดพ่อบ้านในตัวมันพลุ่งพล่านอยากจ่ายตลาด (ฮา) แต่ก็กลัวว่ากว่าจะกลับกรุงเทพ ของสดที่ซื้อไปถ้าไม่เหี่ยวก็น่าจะเสียซะก่อน

เจอซาลาเปาร้านหนึ่งไม่รู้ชื่ออะไร เรียก "ซาลาเปาลุง" ก็แล้วกัน หน้าตาดี น่ากิน แป้งสวยดูเป็นแป้งที่ผ่านกระบวนการหมักแบบธรรมชาติแท้ ๆ มีไส้ให้เลือกหลากหลายมาก เช่น มะพร้าว, เบอร์รี่ และอื่น ๆ อีกหลายชนิด ลุงคนขายก็น่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใจ ขยันเล่าเรื่องสนุกสนาน ซึ่งน่าจะเป็นการคุยถ่วงเวลาให้ลูกค้าแก้เซ็งระหว่างรออุ่นซาลาเปาซะมากกว่า (เนื่องจากเตาเล็ก ซึ้งที่นึ่งก็เล็ก ใช้เวลาอุ่นนานมาก) ผมลองแล้ว ไส้หมูสับธรรมดา ไส้หมูแดงมีกลิ่นเต้าหู้ยี้ชัด ไส้ถั่วดำก็เป็นถั่ว ถั้ว ถั่ว ส่วนตัวแล้วคิดว่าเขาทำไส้รสอ่อนไป ... ครั้งหน้าถ้าจะซื้อ คงเลือกหมั่นโถวเพราะว่าแป้งอร่อย

ขนมข้าวโพดทอด หอม ลองแล้วก็เป็นแป้งแน่น ๆ ผสมข้าวโพด แล้วทอด ... นั่นแหละ 

ขนมถ้วยฟู เรียกว่าขนมถ้วยฟูถูกรึเปล่าก็ไม่แน่ใจเพราะเป็นก้อนใหญ่ ๆ คล้ายเค้กนึ่ง มีหลายรส พุทราจีน, มันม่วง, ฟักทอง...อีกอันรสอะไรจำไม่ได้ รสพุทราจีนอร่อย 

ข้าวหนุกงา ข้าวหนุกงาของกาดบ้านฮ่อ เป็นแบบพัฒนาแล้ว ชิ้นใหญ่พอดีกิน ปิ้งแล้วห่อใบตอง ตอนจะกินก็ฉีกใบตองเป็นเส้นเหมือนลอกกระดาษห่อโรตี กินง่าย อร่อยดี คนขายเขาคิดมาแล้ว

ข้าวฟืนอุ่น ขายอยู่โซนร้านอาหาร มีหลายร้าน เมนูเหมือน ๆ กัน เผลอไปกินร้านที่คนน้อยที่สุด อร่อยดีนะ เหมือนกินซุปถั่วนัว ๆ อบอุ่นดี เส้นข้างในก็สัมผัสดี ชอบ แต่คิดว่าร้านที่คนแน่นกว่านี้ต้องอร่อยกว่าแน่ ๆ คราวหน้าจะมาลอง มีหลายอย่างที่พลาดไป มีร้านแกง ข้าวหมกแบบอิสลามน่ากิน เต้าหู้ยี้, ถั่วเน่า, ผักดอง, กุนเชียง, ซาวปิ่ง ... และถ้าจัดการเวลาดี ๆ ก็น่าจะซื้อผักสดกลับมากินที่กรุงเทพได้ 

เดินตลาดเสร็จก็ไปเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ ดูแต่สัตว์อย่างเดียวไม่ได้กินอะไรเลย ซื้อแต่อาหารสัตว์ชุดละ 99 บาท ไปให้กวาง

ตอนบ่ายคิดว่าถ้ายังอยู่ที่สวนสัตว์คงหามื้อเที่ยงกินไม่ได้แน่ ๆ เลยตัดสินใจไป บ้านข้างวัด แทน เจอแต่กองทัพนักท่องเที่ยว มี จีน เกาหลี ไทยกับฝรั่งนิดหน่อย คนเยอะหาร้านนั่งกินยาก เดินวนไปวนมาเกือบทั้งโครงการสุดท้ายไปจบที่ ร้านยุคสมัย ข้าวซอยไก่ (ลูกลิงบอกว่าไก่เยอะไปหน่อย) แต่รวม ๆ ก็พอใช้ได้ ข้าวกะเพราหมูไข่ดาวของผมรสชาติธรรมดา ส่วนข้าวหมูตุ๋นแม่ลิงว่าอร่อยดี โดยรวมอาหารก็โอเค แต่บรรยากาศอาจจะไม่ถูกจริตเราเท่าไหร่... แต่ไอศกรีมที่ร้าน Seasons Premium Homemade Icecream หลังตลาด อร่อยจริง!

ตอนเย็นเจ้าถิ่นพาไปนั่ง ร้านโบ๊ทเบเกอรี่ แถว ๆ หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รู้สึกเหมือนเจอขุมทรัพย์ ร้านนี้บรรยากาศดีมาก ย้อนยุคหน่อย ๆ รู้สึกอบอุ่นและนั่งสบาย มีที่จอดรถ ขายอาหารและเบเกอรี่ทำนองเดียวกับร้าน S&P อาหารอร่อย ราคาไม่แพง ... แต่เพราะเกรงใจเจ้าถิ่นแถมตะลุยกินมาหนักตั้งแต่เช้าก็เลยสั่งแต่ของว่างเบา ๆ ขนมปังหน้าหมู ปอเปี๊ยะ ส้มตำ ยำวุ้นเส้น อร่อยถูกปากทุกอย่างเลย ตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสขึ้นมาเชียงใหม่อีก จะฝากท้องไว้ร้านนี้ 

03/05/2568 : ตลาดงานฝีมือและมื้อที่ลำปาง

วันนี้เริ่มต้นด้วยการไปชอปปิ้งและหาอาหารกินที่ กาดจริงใจ คอมมูนิตี้มอลล์ ที่เน้นพืชผักออร์แกนิคและงานฝีมือ มีงานคราฟต์สวย ๆ ทั้งเสื้อผ้าและเซรามิก แม้จะน่าซื้อแต่ราคาก็ค่อนข้างสูง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า ด้านหลังเป็นศูนย์อาหารและตลาดผักออร์แกนิก มีร้านอาหารมังสวิรัติ จัดอาหารใส่ในกระทงเล็ก ๆ น่ารัก ให้ลูกค้าเดินเลือกหยิบเองทีละกระทง สนุกดี ... แต่ถ้าอยากกินอะไรที่จริงจังและอยู่ท้องหน่อย แนะนำให้เดินลึกเข้าไปซื้ออาหารพื้นบ้านจากบรรดา แม่อุ๊ย (คุณยาย) ที่อยู่ด้านในตลาดดีกว่า ลูกลิงบอกว่าขนมจีนน้ำเงี้ยวอร่อยมาก

จากกาดจริงใจตั้งใจไปกินมื้อเที่ยงที่แม่กำปองและขับรถชมวิวไปจนถึงลำปาง พักอีกสักคืนแล้วค่อยกลับกรุงเทพฯ ถึงแม่กำปองแวะร้านดังสั่งผัดไทกับก๋วยเตี๋ยวหมู โชคดีที่บรรยากาศริมลำธารร่มรื่น กินเสร็จเดินเล่นสักพักก็ตัดสินใจไปนั่งคาเฟ่ชมวิวมหาชนด้านบน โชคดีที่เค้กอร่อย 

จากแม่กำปอง เราแวะขับออกนอกเส้นทางหลัก ใช้เส้นทางบนเขาลัดเลาะไปทาง อ. แม่ทา จะไป สะพานขาวทาชมพู (ตอนแรกดูจาก Google Map กะว่าจะขับทะลุหมู่บ้านแม่กำปองข้ามเขาไปเลย แต่เห็นความชันของเส้นทางที่ผ่านมาแล้วก็เริ่มกลัว เลยย้อนกลับมาวิ่งทางอ้อมข้างล่างดีกว่า แหะ ๆ) วิวสวยงามดี ก่อนจะเดินทางตรงไปยังลำปาง

เราถึงลำปางตอนเย็น ตั้งใจจะหาอะไรกินที่ถนนคนเดิน กาดกองต้า กาดกองต้าเดินสนุก ของราคาถูกกว่าเชียงใหม่มาก ซื้อง่าย แต่ไม่ค่อยมีร้านอาหารแบบจริงจังเลย แถมฝนก็ทำท่าจะตก สุดท้ายจึงต้องหลบฝนไปกิน บะหมี่กาดกองต้า แทน ซึ่งบะหมี่ร้อน ๆ อร่อยมาก น้ำซุปใสและรสชาติดี กินแล้วรู้สึกสบายใจ

 04/05/2568 : เก็บตกของฝากและกลับกรุงเทพฯ

ว่าจะเดินตลาดข้างหลังโรงแรมแม่บุญทอง (ตลาดบริบูรณ์ปราการ) แต่เดินคนเดียวไม่มีใครตื่นมาเดินเป็นเพื่อนเลย แถมเจอหมา ก็เลยกลับไปกินข้าวต้มที่โรงแรมดีกว่า ข้าวต้มหมูอร่อยดี 

ระหว่างทางนึกได้ว่ายังไม่ได้ซื้อของฝากเลย แวะ ร้านเดอะโคโค่นครลำปาง (The Coco Lampang) ร้านของฝากชื่อดังที่ อ.เกาะคา ได้ของฝากติดไม้ติดมือมาเพียบเลย

ตอนเที่ยงแวะกิน เซี้ยงบะหมี่ ที่กำแพงเพชร เส้นเล็กต้มยำแห้งอร่อยมาก คุ้น ๆ เหมือนเคยกินร้านนี้แล้ว แต่เมื่อก่อนไม่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำก็เลยจำไม่ได้ แต่คราวนี้พอมาได้กินอีกทีก็นึกออก ... กินเสร็จก็รีบขับรถกลับกรุงเทพ หิวก็แวะเซเว่นในปั้มไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันอีกเลย



12/03/2561

จักรวาลของชาวล้านนา ที่เชียงใหม่

ที่ตั้งชื่อเรื่องว่า "จักรวาลของ ... " เพราะรู้สึกว่าคำนี้มันคุ้นดี  เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็พูดถึงจักรวาลของมาเวลบ้าง จักรวาลของดีซีมั่ง จักรวาลของนู่นนี่นั่น ... ประกอบกับเรื่องที่จะเล่านี้ก็สื่อถึงจักรวาลเหมือนกัน เป็นจักรวาลแบบพุทธศาสนาตามคติความเชื่อของชาวล้านนา ครับ

ถ้าใครเคยไปไหว้พระทางภาคเหนือ คงต้องผ่านตากันบ้างหละ เชิงเทียนไม้แกะสลักสวยแปลกอันใหญ่ รูปทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่วคล้ายหน้าบัน มีที่ปักเทียนอยู่เจ็ดที่ ตรงกลางสูงสุดและลดหลั่นกันลงมาด้านละสาม  ชาวเหนือเขาเรียกว่า "สัตตภัณฑ์" ถือเป็นเครื่องบูชาที่สำคัญ มักจะตั้งอยู่หน้าพระประธานในโบสถ์วิหารทั่วไปในล้านนา (ผมเดินดูเกือบทั่วเมืองเชียงใหม่เห็นมีแทบทุกวัด ถูกใช้งานบ้าง ถูกเก็บบ้าง ... ว่ากันไป ... ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ในล้านนานั้น ไม่รู้ครับ เพราะยังไม่เคยไปเลย .. แหะ ๆ )

คนล้านนาสร้างวัดขึ้นตามคติความเชื่อเรื่องไตรภูมิ ทุกสิ่งอย่างในวัดจะมีความหมายที่สื่อถึงจักรวาลแบบพุทธศาสนาซ่อนอยู่เสมอ เช่น ซุ้มประตูโขงหน้าวัดที่มีรูปสัตว์ต่าง ๆ ก็คือป่าหิมพานต์ (สุดเขตแดนโลกมนุษย์) เดินเข้ามาผ่านพื้นทรายในวัดก็หมายถึงมหาสมุทร (มหานทีสีทันดร) เข้ามาในวิหารก็เจอ สัตตภัณฑ์ เป็นตัวแทนของเขาสัตตบริภัณฑ์ทั้งเจ็ดลูก ด้านหลังคือพระประธานหรือพระธาตุที่อยู่ด้านหลังเข้าไปอีกก็คือเขาพระสุเมรุศูนย์กลางของจักรวาล

สารภาพตามตรงว่าตอนที่ผมไปเชียงใหม่ ไม่ได้รู้เรื่องสัตตภัณฑ์อะไรนี่มาก่อนเลย ... แค่รู้สึกว่า เชิงเทียนนี่สวยแปลกตาเหมือนจั่วใหญ่ ๆ นึกว่าจะเกะกะ แต่ดูไปก็เป็นจุดนำสายตาที่ดี ทำให้เวลาเรามองรวมกับองค์พระประธานแล้วรู้สึกว่าองค์ประกอบมันสวยดี เทียบกับรูปทรงของพระพุทธรูป มุมหลังคาหรือมุมของกู่พระด้านหลัง มันรับกันพอดีเป๊ะ สมบูรณ์ลงตัว ... และความสมบูรณ์นี้ก็ทำให้เรารู้สึกสงบได้อย่างประหลาด

รู้สึกติดใจก็เลยถ่ายรูปเก็บไว้ เอามาวาด แล้วก็หาข้อมูลมาเล่าให้ฟัง เอ๊ย! อ่าน นี่แหละ ... เก็บไว้เป็นข้อมูล เตือนใจให้เปิดหูเปิดตาดูให้ทั่ว ๆ เวลาไปเที่ยววัดจะได้สนุกยิ่งขึ้น ครับ
ถ้าใครอยากรู้เรื่องสัตตภัณฑ์มากกว่านี้ หรือเรื่องเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมล้านนา ก็เชิญสองลิงค์นี้เลยครับ https://prachatai.com/journal/2009/01/19851, http://www.lanna-arch.net/ ข้อมูลที่ผมเอามาเขียน blog ก็ได้มาจากสองที่นี้แหละครับ ^_^
ของแถม คือ สัตตภัณฑ์และพระประธานที่วัดเชียงมั่น เป็นวัดแรกขอเมืองเชียงใหม่ และวัดแรกของผมด้วย ตอนที่ไหว้พระไม่ได้สังเกตเชิงเทียนเลย มีพานดอกไม้และอะไรต่อมิอะไรบัง มืด ๆ มัว ๆ จนมองไม่เห็น .. แต่พอมาดูรูปแล้วก็เสียดาย