28/10/2569

ญี่ปุ้น ญี่ปุ่น 101

บันทึกอาหารในทริปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกของผม ... สุ่มกินไปเรื่อยเปื่อย ดูรีวิวมาบ้าง แต่ไม่มีแผน ไม่ได้ล็อคเป้า ร้านไหนดี น่ากิน ดูหน้าร้านถ้าถูกชะตาและราคาไม่แรงก็เข้าไปเลย 😅 ประมาณนี้ครับ

พิกัด เกียวโต - โอซาก้า 6 คืน 5 วัน ช่วงเดือนพฤษภาคม
ภาพสเก็ตช์อาหารบนเครื่องบิน JAL โดย Monkeynumber4
ภาพสเก็ตช์อุด้งหน้าเนื้อร้าน Mimikuo-Kyoto โดย Monkeynumber4
ภาพสเก็ตช์อาหารในร้าน Saizeriya โดย Monkeynumber4
ภาพสเก็ตช์ข้าวห่อสาหร่าย ร้าน Kyoto Onimaru โดย Monkeynumber4
ภาพสเก็ตช์แซนด์วิชแฮมกับไข่คน Daily Yamazaki โดย Monkeynumber4
ภาพสเก็ตช์ขนมญี่ปุ่นร้าน Tsuboniya Risshun โดย Monkeynumber4
ภาพสเก็ตช์ไทยากิร้าน Mamemono to taiyaki โดย Monkeynumber4
ภาพสเก็ตช์โอโคโนมิยากิ ที่ Dotonburi โดย Monkeynumber4
ภาพสเก็ตช์อาหารในร้าน Three Broomstricks ใน USJ โดย Monkeynumber4
ภาพสเก็ตช์ชุดอาหารกลางวันแบบญี่ปุ่น โดย Monkeynumber4

ของแถมเป็นของที่ไปกินมาแต่ก็ไม่ได้วาดครับ แหะ ๆ (^_^")

จบไปแล้วครับ รู้สึกเลยว่าของกินหลายอย่างที่ญี่ปุ่นอร่อยกว่าในเมืองไทยจริง ๆ แต่ก็มีบางอย่างที่ธรรมด้า...ธรรมดา อยู่เหมือนกัน โดยรวมแล้วถือว่าทริปนี้เป็นการทำความรู้จักกันเบื้องต้นเนอะ คราวหน้าสัญญาว่าจะวางแผนและหาข้อมูลไปลุยตะลุยกินอย่างจริงจังแน่นอนครับ!

ใครอ่านแล้วชอบ อยากเห็นทริปถัดไปสมทบทุนได้ ใน ko-fi ข้างใต้นี้นะครับ

21/04/2569

หมี่ผัด ธรรมด้า ธรรมดา ที่กาดเจดีย์แม่ครัว

เคยไหมครับ... กินของธรรมดาโดยไม่ได้คาดหวัง ไม่คิดว่าจะอร่อย แถมตอนนั้นไม่ได้หิวเลยแม้แต่นิดเดียว แค่อยากกินให้มันหมด ๆ ไป แต่กลับอร่อยถูกใจเฉยเลย!

ภาพสเก็ตช์หมี่ผัด ที่กาดเจดีย์แม่ครัว โดย Monkeynumber4

เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนผมไปเชียงใหม่ครับ ทางรีสอร์ทที่คุยงานกันไว้ ส่งรถมารับผมที่สนามบิน ตอนนั้นบ่ายกว่า ๆ แล้ว ตั้งแต่เช้าผมเพิ่งกินแซนด์วิชชิ้นเล็ก ๆ ไปชิ้นเดียว เลยขอให้คนขับช่วยหาที่แวะหน่อย ระหว่างทาง

เขาก็แวะให้ที่ 'กาดเจดีย์แม่ครัว' อ.สันทราย ตลาดนี้ใหญ่และคึกคักมากครับ มีทุกอย่างตั้งแต่ของพื้นบ้านยันเสื้อผ้า เดินสนุก เพลินจนลืมเวลา ... จนพี่คนขับเขามาตาม ... สรุปว่าผมได้ขนมไทยเป็นข้าวเหนียวมา 2-3 ห่อ, ลำไย 1 กิโล, และอะไรอีกก็ไม่รู้ยิบย่อยจำไม่ได้ (ของแม่ลิงกับลูกลิง) แล้วก็หมี่ผัดห่อเล็ก ๆ 10 บาท 1 ห่อ

พอมาถึงรีสอร์ทที่แม่แตง ปรากฏว่าเขาเตรียมอาหารไว้ให้ (อ้า ... ตายละ -○-") เป็นข้าวหมูกระเทียมกับแกงจืดผักรวม ดูธรรมดาแต่อร่อยมาก เพราะที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องอาหารออร์แกนิค ที่ปรุงรสแบบธรรมชาติ ... ผมกินจนอิ่มแปล้ แล้วก็เข้าห้องพัก เตรียมตัวเริ่มทำงาน วันรุ่งขึ้น

เพราะฉะนั้น ของที่ซื้อมาจากตลาดก็กลายเป็นภาระ (หัวเราะ) ... พอพักจนหายเหนื่อยแล้ว ผมก็ค่อยๆ เลือกดูว่าอะไรพอเก็บได้บ้าง อะไรไม่ควร แล้วก็ทยอยจัดการไปทีละอย่างสองอย่าง จนมาถึงหมี่ผัดห่อนั้น ตอนแรกกะจะชิมแค่นิดเดียว ถ้าไม่อร่อยหรือเสียก็จะทำใจทิ้งไป ... แต่พอกินคำแรกก็ต้องเอามือถือมาถ่ายรูปเก็บไว้เลย คำที่ 2 "คุ้น ๆ เหมือนเคยกินที่ไหนนะ" คำที่ 3 "นี่จะไม่ใส่หมูมาให้หน่อยเหรอ แต่มันก็นัวดี" คำที่ 4, 5 และคำต่อ ๆ ไป สุดท้ายก็กินหมดไม่รู้ตัว

อาจจะเป็นเพราะมันน้อยหรือบังเอิญรสชาติถูกปาก ก็ไม่รู้ ... แต่ถ้าลองวิเคราะห์ดู อาจเป็นเพราะในช่วงเวลาที่เรากำลังมีความสุขกับสิ่งที่ได้รับ ร่างกายมันก็คงอยากจะซึมซับและเก็บทุกอย่างไว้เป็นความทรงจำที่สวยงามละมั้ง?

25/02/2569

บันทึกอาหารโรงพยาบาล มื้อฟื้นฟู ผ่านภาพสเก็ตช์

เคยได้ยินเขาเถียงกันว่าคนเราควร "กินเพื่ออยู่" หรือ "อยู่เพื่อกิน" แต่สำหรับผม "ชีวิต" กับ "การกิน" มันคือเรื่องเดียวกันครับ การที่เรายังสามารถเพลิดเพลินไปกับมื้ออาหารได้หลังจากผ่านเเรื่องหนัก ๆ มา ถือเป็นเรื่องที่วิเศษจริง ๆ

ในรูปแรกคือสำรับแบบจริงจังมื้อแรกหลังจากผ่าตัดครับ ตอนนั้นจำได้ว่าอร่อยมาก อาจเพราะอดอาหารมานานตั้งแต่ก่อนเข้าห้องผ่าตัด พอเริ่มกลับมากินได้ก็ดีใจจนเนื้อเต้น อะไรที่ไม่เคยชอบอย่างมะเขือเทศ ผมก็พยายามกินจนหมดเกลี้ยงเลย (ฮ่า ๆ)

ภาพวาดสเก็ตช์อาหารในโรงพยาบาล ประกอบด้วยข้าวสวย ไข่เจียวใส่มะเขือเทศ แกงจืดตำลึงหมูเด้ง และผัดผักรวม โดย Monkeynumber4

เช้าวันต่อมา ผมสังเกตว่าในเมนูมีเซ็ต Breakfast แบบที่มีตามโรงแรมด้วย เลยขอลองสั่งมาดู สรุปว่าหน้าตาหรูหราหมาเห่ามากครับ จัดวางมาสวยเชียว ไว้แข็งแรงแล้วหาโอกาสไปกินอะไรแบบนี้ที่โรงแรมน่าจะฟินกว่า

ภาพวาดสเก็ตช์อาหารเช้าในโรงพยาบาล ประกอบด้วย ออมเล็ต อกไก่อบ ผักย่าง ขนมปังและผลไม้ โดย Monkeynumber4

มื้อส่งท้ายเป็นข้าวผัดทะเลครับ มีปลาหมึกชิ้นโตกับกุ้งตัวเบ้อเริ่มซุกอยู่ในข้าว รู้สึกว่าโรงพยาบาลพยายามจัดอาหารที่เน้นโปรตีนและปรุงรสอ่อน ๆ มาให้ ซึ่งผมชอบนะครับ (ยกเว้นมะเขือเทศ ... แหมมีทุกมื้อเลย 😅) มันให้ความรู้สึกสะอาดและได้สัมผัสรสชาติของวัตถุดิบคุณภาพดีจริง ๆ

ภาพวาดสเก็ตช์อาหารในโรงพยาบาล ประกอบด้วย ข้าวผัดทะเล ฮะเก๋า ผลไม้ โดย Monkeynumber4

ขอบคุณร่างกายที่กลับมาหิว และขอบคุณอาหารมื้อฟื้นฟูเหล่านี้ครับ



21/01/2569

บันทึก เมื่อผมต้องลาขาดจากต่อมไทรอยด์

จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เคยกลัวลุงคนหนึ่ง แถวบ้านยายที่ปากน้ำชุมพรมาก ๆ แกเป็นคนตัวใหญ่ แถมมีก้อนเนื้อประหลาดที่คอ ดูเหมือนสวมหมอนรองคอไว้ตลอดเวลา เดินผ่านหน้าบ้านทีไร ผมก็อดจ้องมองคอแกไม่ได้ บางครั้งแกรู้ตัวหันควับมา ก็ต้องรีบหลบ 'กลัว' รู้สึกเหมือนเป็นยักษ์ที่จ้องจะจับเด็กสอดรู้สอดเห็น ...

ในตำราเรียนสอนกันมาว่า "โรคคอพอก" เกิดจากการขาดไอโอดีน ผมนึกขำอยู่ในใจ เพราะที่ปากน้ำชุมพรน่ะ แค่หายใจยังได้กลิ่นเกลือ แม้แต่น้ำในแม่น้ำยังเป็นน้ำกร่อย นึกไม่ออกจริง ๆ ว่า คนที่อาศัยอยู่แถวนี้จะขาดไอโอดีนไปได้อย่างไร

ความทรงจำเรื่องลุงคนนั้นเลือนหายไปนานแล้ว เพิ่งนึกได้ตอนที่คลำเจอก้อนที่คอนี่แหละ

หลังผ่าตัดเสร็จ ผมถามคุณหมอถึงสาเหตุ แต่คำตอบที่ได้รับคือ "ระบุไม่ได้ครับ" หมอยืนยันว่าไม่ใช่เพราะการใช้ชีวิต บุหรี่ หรือแม้แต่กรรมพันธุ์ สรุปคือจู่ๆ มันก็เกิดขึ้นมาเองตามดวง... หวังว่าก้อนนี้คงไม่ใช่ "ผลกรรม" ที่ผมเคยไปยืนจ้องคอลุงแกในวันนั้นหรอกนะ!
บันทึกประสบการณ์ส่วนตัวเมื่อคลำเจอก้อนที่ต่อมไทรอยด์ โดย Monkeynumber4
ภาพอธิบายรูปร่างของต่อมไทรอยด์ที่เกิดซีสต์ โดย Monkeynumber4

การตรวจร่างกายประจำปี (ปี 67) ครั้งนั้น เหมือนได้เบิกเนตร นอกจากเจาะเลือด เอ็กซเรย์ ดูค่าน้ำตาล ดูไขมันต่าง ๆ ตามปกติแล้ว ผมยังต้องตรวจพิเศษด้วย ต้องเจาะเลือดเพิ่มดูค่าฮอร์โมนไทรอยด์และอัลตราซาวด์บริเวณคอ (ได้แผ่น CD กลับด้วย แต่ไม่รู้จะเปิดดูยังไง 😅) ไทรอยด์คืออะไร หน้าตาเป็นแบบไหน มีหน้าที่อะไร และที่สำคัญคือ 'มันมีปัญหาอะไร' ... กระจ่างแจ้งก็คราวนี้แหละ

แต่ก็นั่นและครับ เหมือนคนเห็น'ผี'คือถ้าเราแค่เห็น แล้วผีมันเฉย ไม่ได้จู่โจม ไม่ได้พุ่งเข้ามาหลอก ... การเมินทำเป็นไม่รู้ ไม่ชี้ ไม่เห็น ไม่พูดถึง ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด ณ ตอนนั้น

หมอบอกว่า มีโอกาสน้อยที่จะเป็นเนื้อร้าย (0.03 %) ผมเองก็ยังไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไรเลย ฮอร์โมนปกติ ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่อึดอัด เจ้าก้อนซีสต์ที่ว่าก็ซ่อนตัวอยู่ใต้เหนียงอย่างแนบเนียน คนอื่นถ้าไม่สังเกตจริงจังหรือไม่เอามือมาคลำที่คอ ก็ไม่น่าจะรู้ ... ผมเลยปล่อยเลยตามเลย ทำเนียนใช้ชีวิตปกติได้พักหนึ่ง

หลังจากทำเป็นทองไม่รู้ร้อนมาได้ร่วมปี ผมเริ่มสังเกตว่า เจ้าซีสต์ที่คอมันเริ่มใหญ่ขึ้น เริ่มมีอาการคอตึง ๆ อึดอัด ๆ บางทีก็ซึม ง่วง เหนื่อยหน่ายผิดปกติ บางครั้งเวลาไอหรือจามแรง ๆ จะมีละอองเลือดปนมา (ซึ่งไม่น่าเกี่ยว น่าจะเป็นเส้นเลือดฝอยในจมูกแตกมากกว่า 😅) แต่ความวิตกกังวลมันห้ามกันไม่ได้ บางครั้ง นอนตกหมอนคอเคล็ดก็เผลอเอามาเชื่อมโยง ... เลยตัดสินใจว่า "หาหมอดีกว่า" แก้ฟุ้งซ่าน จะเป็นอะไรก็เป็น จะรักษาดูแลอย่างไร ... จะได้รู้

ผมเลยไปโรงพยาบาลตามสิทธิ์บัตรทอง ซึ่งถ้าไม่ติดเรื่องที่ต้องรอคิวนาน ก็ถือว่าดีเลยล่ะครับ ทั้งหมอและพยาบาลดูแลเราดีมาก ๆ เครื่องไม้เครื่องมือก็มีครบ เก่าบ้างแต่ยังใช้งานได้ดี

ประสบการณ์การตรวจรักษาซีสต์ในต่อมไทรอยด์ในโรงพยาบาลรัฐ โดย Monkeynumber4

ผมเข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลอยู่เกือบปี ตรวจนู่น นี่ นั่น เจาะชิ้นเนื้อที่คอ ดูดน้ำเอาไปตรวจ เจาะเลือด เข้าอุโมงค์ CT ... สุดท้าย หมอก็สรุปว่า ถึงแม้ก้อนไทรอยด์ของผมจะดูเป็นมิตรดีไม่น่าจะเป็นเนื้อร้ายใด ๆ แต่มันโตมาก (ผล CT ว่าเกือบจะ 6 cm แล้ว) โตจนเบียดทางเดินอาหารซะโค้งเลย แถมทำท่าจะมุดลงไปซ่อนใต้กระดูกหน้าอกอีก ถ้าไม่ผ่าตอนนี้จะผ่ายาก แถมไทรอยด์ข้างขวาก็เริ่มส่งสัญญาณโตตามมาติด ๆ

หมอว่า มี 3 ทางเลือก

  1. เก็บไว้ไม่ทำอะไร : แต่สุดท้ายถ้ามันโตขึ้นก็ต้องผ่าอยู่ดี และถ้ารอให้ไทรอยด์มันมุดไปใต้กระดูกหน้าอกจะเรื่องใหญ่ 
  2. ผ่าออกข้างเดียว : แต่อีกข้างก็เริ่มโตแล้วเหมือนกัน และถ้าตรวจชิ้นเนื้อไทรอยด์ (ที่ผ่าไป) แล้วเจอเชื้อมะเร็งซ่อนอยู่ ก็ต้องกลับมาผ่าซ้ำ 
  3. ผ่าต่อมไทรอยด์ออกไปหมดเลยทั้ง 2 ข้าง : หมอแนะนำทางนี้
แล้วหมอก็ถามว่า ..."คนไข้ทำงานที่ต้องใช้เสียงไหมคะ?!"
ความเสี่ยงและผลข้างเคียงในการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ - ฉบับ Monkeynumber4

การผ่าตัดต่อมไทรอยด์เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ถือว่าปลอดภัยสูง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงเพราะอยู่ใกล้กับอวัยวะสำคัญต่าง ๆ ในช่องคอ ไม่ว่าจะเป็นต่อมพาราไทรอยด์ ทางเดินอาหาร หลอดลม หรือกล่องเสียง ทั้งนี้ความยากง่ายนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนด้วย ยิ่งก้อนใหญ่ การผ่าตัดก็ยิ่งซับซ้อน ยิ่งเสี่ยงขึ้น (ซึ่งของเราเองก็ใหญ่ใช่ย่อย ... แหะๆ ^^")

นอกจากความเสี่ยงทั่วไปของการผ่าตัดใหญ่เช่น ผลข้างเคียงจากยาสลบ การเสียเลือดมากและการติดเชื้อแล้ว การผ่าตัดไทรอยด์ยังมี "อาการแทรกซ้อนเฉพาะทาง" อีก คือ

  • เสียงแหบ/เสียงเปลี่ยน : เกิดจากเส้นประสาทที่ควบคุมเส้นเสียงถูกกระทบกระเทือนระหว่างผ่าตัด ส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวที่จะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 1-6 เดือน
  • ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ : เกิดจากต่อมพาราไทรอยด์ (ต่อมไร้ท่อขนาดเล็ก 4 ต่อมที่อยู่ด้านหลังไทรอยด์ ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณแคลเซียมในเลือด) ถูกกระทบกระเทือนส่งผลให้ มีอาการชาตามมือ ตามหน้า ริมฝีปาก หรือเกิดเป็นตะคริวได้
  • กลืนลำบาก : ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก อาจรู้สึกปวด เจ็บคอ หรือเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ในคอ
  • และเมื่อไม่มีต่อมไทรอยด์แล้ว สิ่งที่ต้องยอมรับให้ได้คือ การกินฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทนไปตลอดชีวิต เพราะหากหยุดยา ระบบต่าง ๆ ในร่างกายจะค่อย ๆ ทำงานช้าลง และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต

สารภาพตามตรงว่า รู้แล้ว "กลัว" แต่ถ้าเทียบกับการปล่อยไว้แล้วมานั่งลุ้นว่า ก้อนซีสต์มันจะโตขึ้นไหม? จะกลายเป็นมะเร็งหรือเปล่า? หรือว่า ถ้ารอไป รอไป สุดท้ายอาการหนักขึ้น ก็ต้องผ่าตัดอยู่ดี แถมต้องผ่าในสภาวะที่ยุ่งยากกว่าเดิมหลายเท่า ... ผมว่าผ่าเสียเลยตอนนี้ดีกว่า

หลังจากนอนไม่หลับอยู่ 2-3 คืน ผมก็ทุบกระปุกเงินเก็บ เตรียมตัวไปผ่าตัดกับโรงพยาบาลเอกชน

สภาพผมเองหลังผ่าตัด ในห้อง ICU - (บันทึกส่วนตัว Monkeynumber4)

วันผ่าตัด ผมต้องไปเตรียมตัวที่โรงพยาบาลก่อน ประมาณ 5 ทุ่ม งดอาหาร อาบน้ำ เจาะเข็มน้ำเกลือ แล้วนอนรอเวลาผ่า 7 โมงเช้า

6 โมงเช้า พยาบาลมารับไปเปลี่ยนชุดเขียว พานั่งรถเข็นต่อด้วยเตียง ภาพเดียวที่เห็นคือไฟเพดานที่เลื่อนผ่านไปเรื่อยๆ ทีละดวง ทีละดวง ... จังหวะนั้นถ้ามีเพลงประกอบละก็ ใช่เลย... ฉากจบของหนังชัด ๆ (แต่อาจจะเป็นฉากเปิดเรื่องก็ได้นะ)

ผมถูกเข็นไปพักรอหลังม่าน หมอดมยาสลบแวะมาซักซ้อมรายละเอียด แล้วทิ้งท้ายด้วยคำถามว่า "มีฟันปลอมไหม?" ผมตอบทันควัน "มีแต่ฟันผุครับ" หมอยิ้มมุมปากแล้วจากไป

ในห้องผ่าตัด บรรยากาศเริ่มชุลมุน ทีมพยาบาลรุมล้อมเปลี่ยนเตียง แปะสายวัดหัวใจ ฉีดยาฆ่าเชื้อ พันขา ทุกคนทำงานพร้อมกันจนผมรู้สึกเหมือนรถแข่ง F1 ที่กำลังเข้า "พิท" (Pit Stop) ภาพสุดท้ายที่เห็นคือที่ครอบจมูกพร้อมควันสีขาวเย็น ๆ สูดได้ 2 ที... ภาพก็ตัดไป

ตอนแรกแอบนึกว่าจะได้ฝันเห็นภาพย้อนอดีต (Flashback) หรือมีคนมาจูงมือให้เดินไปตามทางที่มีแสงสว่างแบบในหนัง หรืออย่างน้อยได้ไปเล่นเกมลุ้นตายแบบใน Alice in Borderland บ้าง... 😅 แต่เปล่าเลยครับ ทุกอย่างวูบหายไปดื้อ ๆ รู้สึกตัวอีกทีตอนที่มีเสียงเรียก ว่า "คุณลิงๆ การผ่าตัดเรียบร้อยดีนะครับ" ลืมตามาอีกทีก็เห็นตัวเองอยู่กลางสายระโยงระยางในห้อง ICU เสียแล้ว

ผมนอนสะลึมสะลืออยู่ในห้อง ICU หนึ่งวันหนึ่งคืน เต็ม ๆ (ลูกลิงบอกว่าสภาพตอนนั้นดูอาการหนักมาก) เช้าวันรุ่งขึ้น หมอก็มาเยี่ยม ทดลองให้ "พูด" เช็คเสียงซึ่งโอเคดี แล้วเล่าว่า "ก้อนที่เอาออกมาใหญ่มากเลย กว่าจะเอาออกได้ลุ้นกันทั้งห้องผ่าตัดเลยครับ" ... ผมได้แต่ยิ้ม (แหะ ๆ) หลังจากนั้นคุณหมอกับพยาบาลก็ช่วยกันถอดสายต่าง ๆ ออก เปลี่ยนผ้าพันแผล แล้วย้ายผมไปพักฟื้นต่อที่ห้องผู้ป่วยอีกหนึ่งคืน ก่อนจะได้กลับบ้านในบ่ายวันรุ่งขึ้นครับ

ผ่าแล้วเป็นอย่างไรบ้าง - รีวิวโดย Monkeynumber4

สุดท้ายนี้ ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนจบนะครับ หวังว่าบทความนี้จะสนุกและเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง นะครับ

หากชอบเนื้อหาแบบนี้ อยากสนับสนุนการเขียนของผม (หรืออยากเลี้ยงกาแฟสักแก้ว ☕) สามารถกดสนับสนุนได้ที่ Ko-fi ของผมตามลิงก์นี้เลยครับ ทุกการสนับสนุนคือกำลังใจที่สำคัญมากจริง ๆ ครับ