แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของกิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของกิน แสดงบทความทั้งหมด

21/04/2569

หมี่ผัด ธรรมด้า ธรรมดา ที่กาดเจดีย์แม่ครัว

เคยไหมครับ... กินของธรรมดาโดยไม่ได้คาดหวัง ไม่คิดว่าจะอร่อย แถมตอนนั้นไม่ได้หิวเลยแม้แต่นิดเดียว แค่อยากกินให้มันหมด ๆ ไป แต่กลับอร่อยถูกใจเฉยเลย!

ภาพสเก็ตช์หมี่ผัด ที่กาดเจดีย์แม่ครัว โดย Monkeynumber4

เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนผมไปเชียงใหม่ครับ ทางรีสอร์ทที่คุยงานกันไว้ ส่งรถมารับผมที่สนามบิน ตอนนั้นบ่ายกว่า ๆ แล้ว ตั้งแต่เช้าผมเพิ่งกินแซนด์วิชชิ้นเล็ก ๆ ไปชิ้นเดียว เลยขอให้คนขับช่วยหาที่แวะหน่อย ระหว่างทาง

เขาก็แวะให้ที่ 'กาดเจดีย์แม่ครัว' อ.สันทราย ตลาดนี้ใหญ่และคึกคักมากครับ มีทุกอย่างตั้งแต่ของพื้นบ้านยันเสื้อผ้า เดินสนุก เพลินจนลืมเวลา ... จนพี่คนขับเขามาตาม ... สรุปว่าผมได้ขนมไทยเป็นข้าวเหนียวมา 2-3 ห่อ, ลำไย 1 กิโล, และอะไรอีกก็ไม่รู้ยิบย่อยจำไม่ได้ (ของแม่ลิงกับลูกลิง) แล้วก็หมี่ผัดห่อเล็ก ๆ 10 บาท 1 ห่อ

พอมาถึงรีสอร์ทที่แม่แตง ปรากฏว่าเขาเตรียมอาหารไว้ให้ (อ้า ... ตายละ -○-") เป็นข้าวหมูกระเทียมกับแกงจืดผักรวม ดูธรรมดาแต่อร่อยมาก เพราะที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องอาหารออร์แกนิค ที่ปรุงรสแบบธรรมชาติ ... ผมกินจนอิ่มแปล้ แล้วก็เข้าห้องพัก เตรียมตัวเริ่มทำงาน วันรุ่งขึ้น

เพราะฉะนั้น ของที่ซื้อมาจากตลาดก็กลายเป็นภาระ (หัวเราะ) ... พอพักจนหายเหนื่อยแล้ว ผมก็ค่อยๆ เลือกดูว่าอะไรพอเก็บได้บ้าง อะไรไม่ควร แล้วก็ทยอยจัดการไปทีละอย่างสองอย่าง จนมาถึงหมี่ผัดห่อนั้น ตอนแรกกะจะชิมแค่นิดเดียว ถ้าไม่อร่อยหรือเสียก็จะทำใจทิ้งไป ... แต่พอกินคำแรกก็ต้องเอามือถือมาถ่ายรูปเก็บไว้เลย คำที่ 2 "คุ้น ๆ เหมือนเคยกินที่ไหนนะ" คำที่ 3 "นี่จะไม่ใส่หมูมาให้หน่อยเหรอ แต่มันก็นัวดี" คำที่ 4, 5 และคำต่อ ๆ ไป สุดท้ายก็กินหมดไม่รู้ตัว

อาจจะเป็นเพราะมันน้อยหรือบังเอิญรสชาติถูกปาก ก็ไม่รู้ ... แต่ถ้าลองวิเคราะห์ดู อาจเป็นเพราะในช่วงเวลาที่เรากำลังมีความสุขกับสิ่งที่ได้รับ ร่างกายมันก็คงอยากจะซึมซับและเก็บทุกอย่างไว้เป็นความทรงจำที่สวยงามละมั้ง?

25/02/2569

บันทึกอาหารโรงพยาบาล มื้อฟื้นฟู ผ่านภาพสเก็ตช์

เคยได้ยินเขาเถียงกันว่าคนเราควร "กินเพื่ออยู่" หรือ "อยู่เพื่อกิน" แต่สำหรับผม "ชีวิต" กับ "การกิน" มันคือเรื่องเดียวกันครับ การที่เรายังสามารถเพลิดเพลินไปกับมื้ออาหารได้หลังจากผ่านเเรื่องหนัก ๆ มา ถือเป็นเรื่องที่วิเศษจริง ๆ

ในรูปแรกคือสำรับแบบจริงจังมื้อแรกหลังจากผ่าตัดครับ ตอนนั้นจำได้ว่าอร่อยมาก อาจเพราะอดอาหารมานานตั้งแต่ก่อนเข้าห้องผ่าตัด พอเริ่มกลับมากินได้ก็ดีใจจนเนื้อเต้น อะไรที่ไม่เคยชอบอย่างมะเขือเทศ ผมก็พยายามกินจนหมดเกลี้ยงเลย (ฮ่า ๆ)

ภาพวาดสเก็ตช์อาหารในโรงพยาบาล ประกอบด้วยข้าวสวย ไข่เจียวใส่มะเขือเทศ แกงจืดตำลึงหมูเด้ง และผัดผักรวม โดย Monkeynumber4

เช้าวันต่อมา ผมสังเกตว่าในเมนูมีเซ็ต Breakfast แบบที่มีตามโรงแรมด้วย เลยขอลองสั่งมาดู สรุปว่าหน้าตาหรูหราหมาเห่ามากครับ จัดวางมาสวยเชียว ไว้แข็งแรงแล้วหาโอกาสไปกินอะไรแบบนี้ที่โรงแรมน่าจะฟินกว่า

ภาพวาดสเก็ตช์อาหารเช้าในโรงพยาบาล ประกอบด้วย ออมเล็ต อกไก่อบ ผักย่าง ขนมปังและผลไม้ โดย Monkeynumber4

มื้อส่งท้ายเป็นข้าวผัดทะเลครับ มีปลาหมึกชิ้นโตกับกุ้งตัวเบ้อเริ่มซุกอยู่ในข้าว รู้สึกว่าโรงพยาบาลพยายามจัดอาหารที่เน้นโปรตีนและปรุงรสอ่อน ๆ มาให้ ซึ่งผมชอบนะครับ (ยกเว้นมะเขือเทศ ... แหมมีทุกมื้อเลย 😅) มันให้ความรู้สึกสะอาดและได้สัมผัสรสชาติของวัตถุดิบคุณภาพดีจริง ๆ

ภาพวาดสเก็ตช์อาหารในโรงพยาบาล ประกอบด้วย ข้าวผัดทะเล ฮะเก๋า ผลไม้ โดย Monkeynumber4

ขอบคุณร่างกายที่กลับมาหิว และขอบคุณอาหารมื้อฟื้นฟูเหล่านี้ครับ



19/10/2568

บันทึกของกินรายทาง ขับรถเที่ยวเชียงใหม่ 4 วัน 3 คืน

ตั้งใจจะไปพักผ่อน แต่ไหงกลายเป็นทริปตะลอนกินไปได้ก็ไม่รู้ ... บันทึกทุกเมนูที่ได้ลิ้มลอง ตั้งแต่กล้วยทอดใต้สะพานที่ตาก, ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นที่เชียงใหม่, อาหารเหนือจากแม่อุ๊ย, จนถึงเส้นเล็กต้มยำแห้งที่กำแพงเพชร เป็นทริปที่กินสนุกจน ... น้ำหนักขึ้น (ฮ่า)

01/05/2568 : มุ่งสู่เมืองตากและมื้อแรกที่เชียงใหม่

เช้าวันนี้เราออกเดินทาง มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ กินเสบียงที่ตุนไว้บนรถเป็นอาหารเช้า มีทั้งซาลาเปา อัลมอนด์ครัวซองต์ (จาก Au Bon Pain) กาแฟและผลไม้อย่างมะม่วง ขนุน และสับปะรด ขับรถไป กินไป เรื่อย ๆ ถือเป็นการอุ่นเครื่องเบา ๆ

บ่ายโมงตรงก็ถึงจังหวัดตาก คิดว่าต่อจากนี้ไปน่าจะหาของกินยาก เพราะเคยหิ้วท้องไปจนถึง อ. เถิน จังหวัดลำปางถึงจะหาร้านอร่อยกินได้ เพราะฉะนั้นควรแวะพักกินกลางวันที่นี่แหละ ที่ตากปลอดภัยสุด

ที่ตาก เราแวะร้าน "กล้วยทอดใต้สะพาน" อยู่ใต้สะพานกิตติขจรก่อนเข้าเมืองตาก ได้กล้วยทอดมาพร้อมเต้าหู้ทอดและขนมขาหมู กล้วยทอดอร่อยมาก เขาใช้กล้วยห่ามกำลังดี แป้งกรอบ แต่ควรกินตอนร้อน ๆ เพราะถ้าตากแอร์ทิ้งไว้นานจะแข็งและค่อนข้างเหนียว เต้าหู้เนื้อดีแต่มีกลิ่นเฉพาะตัว (เต้าฮู้ ...เต้าหู้) แม่ลิงบอกว่าพอกินกับน้ำจิ้มแล้วอร่อย ส่วนขนมขาหมูแปลกตรงที่ใช้ถั่วเขียวแทนถั่วดำ ซึ่งก็อร่อยดี

เดิมทีตั้งใจจะกินสุกี้และตือฮวน ที่ร้าน ชิวกิมเลิศรส แต่ของหมดเสียก่อน เลยเปลี่ยนไปลองก๋วยเตี๋ยวไทยที่ร้าน แม่บางหัวเดียด แทน ก๋วยเตี๋ยวไทยก็คล้ายกับก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยนั่นแหละ (แค่อยู่จังหวัดอื่น) โดยทั่วไปเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำน้ำใสโรยเครื่องเยอะ มีผักลวก ถั่วงอก ถั่วฝักยาว กับของกรอบ ๆ อย่างแคบหมูหรือเกี๊ยวกรอบ แต่ของที่นี่มีผักแนมแปลกตา คือมะม่วงเปรี้ยวซอย เอามาโรยกินกับก๋วยเตี๋ยวต้มยำ เผ็ด ๆ หวาน ๆ เค็ม ๆ หอมน้ำปลา คลุกไปคลุกมา เปรี้ยวเค็มกลมกล่อม บวกกับความกรอบของแคบหมูกับแป้งเกี๊ยวกรอบ บอกเลยว่ากินสนุกมาก

ถึงเชียงใหม่ 6 โมงเย็น เหนื่อยเลยหาอะไรใกล้ ๆ โรงแรมกิน

ร้านข้างแกงกะหรี่ญี่ปุ่น ชื่อ kare rice ชอบแกงกะหรี่ จัดดร้านได้น่ารักมากเหมือนไปกินที่ญี่ปุ่นเลย เข้าไปก็เจอลูกค้าเป็นคนญี่ปุ่นหลายโต๊ะ คิดว่าต้องอร่อยแน่ ๆ ... สั่งข้าวหมูทอด เพราะไม่หิว เห็นในเมนูราคาไม่แพงคิดว่าน่าจะถ้วยเล็ก แต่ที่ไหนได้พอมาจริง ๆ ชามเบ้อเร่ม (ฮ่า) ... ข้าวญี่ปุ่นนุ่มดี หมูทอดน่าจะทอดนานไปหน่อย ลองชิมของคนอื่นบ้าง แกงกะหรี่เครื่ยงเทศเข้มข้นมาก หมูห่อชีสค่อนข้างเลี่ยน ออมเล็ทธรรมดา สรุปโดยรวมแล้วสำหรับผมถือว่า "กินได้ ให้เยอะดี"

 02/05/2568 : ตะลุยตลาดและร้านโปรดของเจ้าถิ่น

เช้านี้ไปเดินเล่นและหาอาหารเช้าที่ กาดบ้านฮ่อ (ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่) ได้ลองของกินอาหารพื้นเมืองแปลก ๆ ตามที่คนอื่นรีวิวไว้เกือบครบ ในตลาดมี วัดถุดิบหลากหลาย ผักและผลไม้เมืองหนาวละลานตาน่าซื้อมาก ... เห็นแล้วเลือดพ่อบ้านในตัวมันพลุ่งพล่านอยากจ่ายตลาด (ฮา) แต่ก็กลัวว่ากว่าจะกลับกรุงเทพ ของสดที่ซื้อไปถ้าไม่เหี่ยวก็น่าจะเสียซะก่อน

เจอซาลาเปาร้านหนึ่งไม่รู้ชื่ออะไร เรียก "ซาลาเปาลุง" ก็แล้วกัน หน้าตาดี น่ากิน แป้งสวยดูเป็นแป้งที่ผ่านกระบวนการหมักแบบธรรมชาติแท้ ๆ มีไส้ให้เลือกหลากหลายมาก เช่น มะพร้าว, เบอร์รี่ และอื่น ๆ อีกหลายชนิด ลุงคนขายก็น่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใจ ขยันเล่าเรื่องสนุกสนาน ซึ่งน่าจะเป็นการคุยถ่วงเวลาให้ลูกค้าแก้เซ็งระหว่างรออุ่นซาลาเปาซะมากกว่า (เนื่องจากเตาเล็ก ซึ้งที่นึ่งก็เล็ก ใช้เวลาอุ่นนานมาก) ผมลองแล้ว ไส้หมูสับธรรมดา ไส้หมูแดงมีกลิ่นเต้าหู้ยี้ชัด ไส้ถั่วดำก็เป็นถั่ว ถั้ว ถั่ว ส่วนตัวแล้วคิดว่าเขาทำไส้รสอ่อนไป ... ครั้งหน้าถ้าจะซื้อ คงเลือกหมั่นโถวเพราะว่าแป้งอร่อย

ขนมข้าวโพดทอด หอม ลองแล้วก็เป็นแป้งแน่น ๆ ผสมข้าวโพด แล้วทอด ... นั่นแหละ 

ขนมถ้วยฟู เรียกว่าขนมถ้วยฟูถูกรึเปล่าก็ไม่แน่ใจเพราะเป็นก้อนใหญ่ ๆ คล้ายเค้กนึ่ง มีหลายรส พุทราจีน, มันม่วง, ฟักทอง...อีกอันรสอะไรจำไม่ได้ รสพุทราจีนอร่อย 

ข้าวหนุกงา ข้าวหนุกงาของกาดบ้านฮ่อ เป็นแบบพัฒนาแล้ว ชิ้นใหญ่พอดีกิน ปิ้งแล้วห่อใบตอง ตอนจะกินก็ฉีกใบตองเป็นเส้นเหมือนลอกกระดาษห่อโรตี กินง่าย อร่อยดี คนขายเขาคิดมาแล้ว

ข้าวฟืนอุ่น ขายอยู่โซนร้านอาหาร มีหลายร้าน เมนูเหมือน ๆ กัน เผลอไปกินร้านที่คนน้อยที่สุด อร่อยดีนะ เหมือนกินซุปถั่วนัว ๆ อบอุ่นดี เส้นข้างในก็สัมผัสดี ชอบ แต่คิดว่าร้านที่คนแน่นกว่านี้ต้องอร่อยกว่าแน่ ๆ คราวหน้าจะมาลอง มีหลายอย่างที่พลาดไป มีร้านแกง ข้าวหมกแบบอิสลามน่ากิน เต้าหู้ยี้, ถั่วเน่า, ผักดอง, กุนเชียง, ซาวปิ่ง ... และถ้าจัดการเวลาดี ๆ ก็น่าจะซื้อผักสดกลับมากินที่กรุงเทพได้ 

เดินตลาดเสร็จก็ไปเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ ดูแต่สัตว์อย่างเดียวไม่ได้กินอะไรเลย ซื้อแต่อาหารสัตว์ชุดละ 99 บาท ไปให้กวาง

ตอนบ่ายคิดว่าถ้ายังอยู่ที่สวนสัตว์คงหามื้อเที่ยงกินไม่ได้แน่ ๆ เลยตัดสินใจไป บ้านข้างวัด แทน เจอแต่กองทัพนักท่องเที่ยว มี จีน เกาหลี ไทยกับฝรั่งนิดหน่อย คนเยอะหาร้านนั่งกินยาก เดินวนไปวนมาเกือบทั้งโครงการสุดท้ายไปจบที่ ร้านยุคสมัย ข้าวซอยไก่ (ลูกลิงบอกว่าไก่เยอะไปหน่อย) แต่รวม ๆ ก็พอใช้ได้ ข้าวกะเพราหมูไข่ดาวของผมรสชาติธรรมดา ส่วนข้าวหมูตุ๋นแม่ลิงว่าอร่อยดี โดยรวมอาหารก็โอเค แต่บรรยากาศอาจจะไม่ถูกจริตเราเท่าไหร่... แต่ไอศกรีมที่ร้าน Seasons Premium Homemade Icecream หลังตลาด อร่อยจริง!

ตอนเย็นเจ้าถิ่นพาไปนั่ง ร้านโบ๊ทเบเกอรี่ แถว ๆ หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รู้สึกเหมือนเจอขุมทรัพย์ ร้านนี้บรรยากาศดีมาก ย้อนยุคหน่อย ๆ รู้สึกอบอุ่นและนั่งสบาย มีที่จอดรถ ขายอาหารและเบเกอรี่ทำนองเดียวกับร้าน S&P อาหารอร่อย ราคาไม่แพง ... แต่เพราะเกรงใจเจ้าถิ่นแถมตะลุยกินมาหนักตั้งแต่เช้าก็เลยสั่งแต่ของว่างเบา ๆ ขนมปังหน้าหมู ปอเปี๊ยะ ส้มตำ ยำวุ้นเส้น อร่อยถูกปากทุกอย่างเลย ตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสขึ้นมาเชียงใหม่อีก จะฝากท้องไว้ร้านนี้ 

03/05/2568 : ตลาดงานฝีมือและมื้อที่ลำปาง

วันนี้เริ่มต้นด้วยการไปชอปปิ้งและหาอาหารกินที่ กาดจริงใจ คอมมูนิตี้มอลล์ ที่เน้นพืชผักออร์แกนิคและงานฝีมือ มีงานคราฟต์สวย ๆ ทั้งเสื้อผ้าและเซรามิก แม้จะน่าซื้อแต่ราคาก็ค่อนข้างสูง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า ด้านหลังเป็นศูนย์อาหารและตลาดผักออร์แกนิก มีร้านอาหารมังสวิรัติ จัดอาหารใส่ในกระทงเล็ก ๆ น่ารัก ให้ลูกค้าเดินเลือกหยิบเองทีละกระทง สนุกดี ... แต่ถ้าอยากกินอะไรที่จริงจังและอยู่ท้องหน่อย แนะนำให้เดินลึกเข้าไปซื้ออาหารพื้นบ้านจากบรรดา แม่อุ๊ย (คุณยาย) ที่อยู่ด้านในตลาดดีกว่า ลูกลิงบอกว่าขนมจีนน้ำเงี้ยวอร่อยมาก

จากกาดจริงใจตั้งใจไปกินมื้อเที่ยงที่แม่กำปองและขับรถชมวิวไปจนถึงลำปาง พักอีกสักคืนแล้วค่อยกลับกรุงเทพฯ ถึงแม่กำปองแวะร้านดังสั่งผัดไทกับก๋วยเตี๋ยวหมู โชคดีที่บรรยากาศริมลำธารร่มรื่น กินเสร็จเดินเล่นสักพักก็ตัดสินใจไปนั่งคาเฟ่ชมวิวมหาชนด้านบน โชคดีที่เค้กอร่อย 

จากแม่กำปอง เราแวะขับออกนอกเส้นทางหลัก ใช้เส้นทางบนเขาลัดเลาะไปทาง อ. แม่ทา จะไป สะพานขาวทาชมพู (ตอนแรกดูจาก Google Map กะว่าจะขับทะลุหมู่บ้านแม่กำปองข้ามเขาไปเลย แต่เห็นความชันของเส้นทางที่ผ่านมาแล้วก็เริ่มกลัว เลยย้อนกลับมาวิ่งทางอ้อมข้างล่างดีกว่า แหะ ๆ) วิวสวยงามดี ก่อนจะเดินทางตรงไปยังลำปาง

เราถึงลำปางตอนเย็น ตั้งใจจะหาอะไรกินที่ถนนคนเดิน กาดกองต้า กาดกองต้าเดินสนุก ของราคาถูกกว่าเชียงใหม่มาก ซื้อง่าย แต่ไม่ค่อยมีร้านอาหารแบบจริงจังเลย แถมฝนก็ทำท่าจะตก สุดท้ายจึงต้องหลบฝนไปกิน บะหมี่กาดกองต้า แทน ซึ่งบะหมี่ร้อน ๆ อร่อยมาก น้ำซุปใสและรสชาติดี กินแล้วรู้สึกสบายใจ

 04/05/2568 : เก็บตกของฝากและกลับกรุงเทพฯ

ว่าจะเดินตลาดข้างหลังโรงแรมแม่บุญทอง (ตลาดบริบูรณ์ปราการ) แต่เดินคนเดียวไม่มีใครตื่นมาเดินเป็นเพื่อนเลย แถมเจอหมา ก็เลยกลับไปกินข้าวต้มที่โรงแรมดีกว่า ข้าวต้มหมูอร่อยดี 

ระหว่างทางนึกได้ว่ายังไม่ได้ซื้อของฝากเลย แวะ ร้านเดอะโคโค่นครลำปาง (The Coco Lampang) ร้านของฝากชื่อดังที่ อ.เกาะคา ได้ของฝากติดไม้ติดมือมาเพียบเลย

ตอนเที่ยงแวะกิน เซี้ยงบะหมี่ ที่กำแพงเพชร เส้นเล็กต้มยำแห้งอร่อยมาก คุ้น ๆ เหมือนเคยกินร้านนี้แล้ว แต่เมื่อก่อนไม่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำก็เลยจำไม่ได้ แต่คราวนี้พอมาได้กินอีกทีก็นึกออก ... กินเสร็จก็รีบขับรถกลับกรุงเทพ หิวก็แวะเซเว่นในปั้มไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันอีกเลย



18/06/2567

บันทึกของกินจุ๊บจิ๊บของผมที่ตรัง

ตั้งใจว่าทริปนี้จะเป็นทริปตามใจปากโดยแท้ นั่งรถไฟไปตรัง ตะลอนกินไปเรื่อย บนรถ ในเมือง ตามตลาด คาเฟ่ ติ๋มซำ โรตี ข้าวแกง ข้าวต้ม ... ฯลฯ ทำตัวให้เหมือนกับคนตรังที่เขาลือกันว่ากินกันวันละ 9 มื้อ ...

แต่ก็ต้องยอมแพ้ กินได้ไม่กี่อย่าง ไว้โอกาสหน้าจะฟิตร่างกายให้ระบบเผาผลาญดีขึ้นแล้วกลับไปแก้มือ ... นะ

ผมและครอบครัวเดินทางด้วยรถไฟด่วนขบวน 83 กรุงเทพอภิวัฒน์ - ตรัง เพราะเป็นสถานีใหม่ ไม่คุ้นเคย ก็เลยต้องรีบไปก่อนตั้งแต่บ่าย 4 โมง จะได้มีเวลาเตรียมพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตบนรถไฟ 15 ชั่วโมง

เตรียมแล้ว พร้อมแล้ว ... ใกล้จะเบื่อแล้ว 18:50 น. เป๊ะๆ ก็ได้เวลาออกเดินทาง

ขึ้นรถไฟเที่ยวนี้จะต้องลองกินก๋วยเตี๋ยวรถไฟให้ได้ ถึงสถานีศาลายาก็มีแม่ค้าหิ้วตะกร้ามาเดินยั่ว มีข้าวเหนียวหมูปิ้ง ขนมหม้อแกง กุนเชียง และก็ก๋วยเตี๋ยวแห้งที่รอคอย เลยจัดไป 1 ห่อ แบ่งกันชิมกับลูกลิงได้คนละคำสองคำ ... อร่อยดี แต่คิดว่าคงดีกว่านี้ถ้าได้กิน "คนเดียว!" 2 ห่อ 😅

กินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ ก็ได้เวลาพนักงานมาปรับเบาะ ปูเตียง นั่งด้วยกันลำบากก็แยกกันนอนดีกว่า ที่นั่งใครที่นั่งมัน พรุ่งนี้เจอกัน

พระอาทิตย์ขึ้นที่สถานีนาสาร สุราษฎร์ธานี แต่กว่าจะรู้สึกว่าเช้าแล้วจริงๆ ก็เมื่อรถไฟถึงทุ่งสง ที่นี่สถานีใหญ่ รถจอดนาน ผู้โดยสารขึ้นลงเยอะ พ่อค้าแม่ค้าก็หาบของกินขึ้นมาขายกันเยอะ ... แน่นอนมีการค้าก็ต้องมีเหยื่อทางการตลาด 😅 ลูกลิงซื้อข้าวเหนียวไก่ทอดสีแดงๆมากิน บอกเค็มๆ มีแต่เค็ม 🤣 ส่วนแม่ลิงก็ซื้อข้าวต้มใบกะพ้อมา 1 พวง ไม่กินแล้วก็เอามาให้ผม 🤨 คงเห็นว่าเป็นของแปลก?

รถไฟมาถึงตรังตามเวลา 8:50 น. (ตรงตามเวลาจริงๆ ไม่ใช่มุกที่ว่า เวลามาก่อนแล้วรถค่อยตามมา ฮ่า) เรายืนเงอะงะ เกะกะ ดูรถไฟ ดูคนกันสักพักที่สถานี แล้วตัดสินใจรีบเดินไปที่พักที่จองไว้ ถึงจะยังเช็คอินไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็จะได้ฝากกระเป๋า และเขาคงมีห้องน้ำให้เราล้างหน้าล้างตาบ้างแหละ ...

ระหว่างทางมีร้านขนมครก พ่อค้ากำลังหยอด กำลังแคะกันอย่างเมามัน ส่งกลิ่นหวานๆ เกรียมๆ กลิ่นกะทิหอมฟุ้ง ก็เกิดเหยื่อทางการตลาดขึ้นมาอีกราย ... 🤣

ฝากกระเป๋าเป็นที่เรียบร้อย เราก็เดินข้ามถนนไปเริ่มมื้อเช้าอย่างเป็นทางการที่ร้านข้าวแกงหน้าโรงแรม (ซึ่งอร่อยมาก แต่จะอุบไว้เล่าตอนต่อไปนะครับ) กินเสร็จก็ไปเดินเล่นในเมือง กะว่าจะหาคาเฟ่นั่ง เดินดูตึก ถ่ายรูปคู่กราฟิตี้ ดูนู่นนี่นั่นไปตามเรื่อง แต่แดดแรงมหาโหดเหมือนโกรธกัน เผาเอาจนหมดสนุก ฝืนทนเดินอยู่พักใหญ่ให้ได้เวลาเช็คอิน ... คิดว่ากลับไปอาบน้ำนอนที่โรงแรมดีกว่า 🥵🥵🥵

สลบไปนาน กว่าจะฟื้นอีกทีเกือบจะ 6 โมงเย็นเพราะหิว ตอนนี้แดดคงไปหมดแล้ว อากาศด้านนอกน่าจะเย็นสบายพอเดินได้

หาข้อมูลมาว่า ในเมืองตรังจะมีแหล่งกินตอนค่ำอยู่ 2 แห่ง ที่แรกคือ "ตลาดเซ็นเตอร์พอยท์" อยู่ในซอยรื่นรมย์แถวๆศาลากลางจังหวัดตรัง ใกล้วงเวียนพะยูน ห่างจากที่พักไปประมาณ 1 กิโล เปิดวันธรรมดา (หรือทุกวันไม่แน่ใจ) และวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จะมีถนนคนเดินที่หน้าสถานีรถไฟ อยู่ใกล้ที่พักเราไม่เกิน 200 เมตร ... ซึ่งวันที่เราไปเป็นวันดี วันพฤหัสบดี เลยได้ออกกำลังกายแหะๆ

ขากลับ เดินมาทางถนนเพชรเกษม ผ่านสถานีตำรวจ ผ่านศาล ผ่านศรีตรังต้นใหญ่กำลังออกดอกแต่ก็มืดเสียแล้ว มองไม่เห็น ... เราเดินมาเรื่อยๆจนถึงตลาดสดเทศบาล ทะลุเข้าซอยมืดๆ ไปโผล่หลังร้านโกปี๊สมบัติเฉยเลย

สมเป็นร้านชื่อดังประจำเมืองตรัง คนแน่นเอี้ยด แต่โชคดี เราจังหวะดีโผล่มาตอนโต๊ะว่างพอดี เลยได้ลองหลายอย่างตามแบบที่ YouTuber เขารีวิวกัน หมี่ฮุ้น โจ๊ก ปาท่องโก๋ ขนมจีบติ๋มซำนึ่งทอดสารพัด ...ฯลฯ รวมๆก็ไม่ได้พิเศษเท่าที่เห็นในรีวิว แต่กินได้ อร่อยดี (ขอสารภาพตามตรง ว่าไม่ชอบน้ำจิ้มที่เขาเรียกว่า กำเจือง ค่อมเจือง หรือส้มเจือง ... เลย สังขยาที่ใช้จิ้มปาท่องโก๋ก็หวานมันเข้มข้นเกินไปสำหรับผม T_T) กินเสร็จก็รีบกลับที่พัก รีบนอนเอาแรงเพราะพรุ่งนี้จะไปเที่ยวเกาะกระดาน ... เย้

วันที่เที่ยวเกาะกระดานกับวันก่อนกลับ พวกเราไม่ได้กินอะไรจุ๊บจิ๊บเรื่อยเปื่อยเลย เหมือนความอยากอาหารมันระเหยหมดไปกับไอแดด ส่วนใหญ่จะกินเป็นมื้อ ... เพราะฉะนั้นจะขอเก็บไว้เล่าตอนถัดไปนะครับ

ตัดมาบนรถไฟขากลับเลยแล้วกันครับ 😅 บนรถผมเจอของกินน่าประทับใจ สมควรวาดรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกอัน

ถ้าเทียบกัน รู้สึกว่าการขายของบนรถไฟสมัยนี้เงียบเหงาและจืดชืดกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย ไม่มีอีกแล้วไอ้ประเภท "จับ ไข่ แข็ง ปั๋ง~" หรือ "หอม อม ดม หม่อง ~" (หรือเป็นเพราะนั่งรถนอนชั้น 2 ก็ไม่แน่ใจ) แต่ที่สถานีทุ่งสงผมเจอลุงคนหนึ่ง ท่าทางอารมณ์ดี สุภาพ บุคลิกคล้ายๆลุงสีเทาในเรื่องมหา'ลัยเหมืองแร่ ขึ้นรถมาแล้วร้องขาย

"ยาโหนมมม...ไมคร้าบ~ ..
หมวกก็มีน่ะคร้าบ ใส่แล้วเสียงดี หมวกมี ยาหนมก็มีน่ะคร้าบ~"
(ทำนองเพลง สมหวังนะครับ ของ ก็อต จักรพันธ์)

สรุป ลุงแกขายยาหนมกับหมวกใบมะพร้าว ... "ยาหนม" ที่ว่าก็คือกาละแมนั่นแหละ ลุงว่าเป็นขนมประเภทเดียวกัน ผมชิมก็กาละแม หลับตาชิมก็กาละแม😅 ส่วนหมวกก็สานเอง สานเล่นๆ ขายเล่นๆแก้เซ็ง ลุงแกว่างั้น

ขายได้แล้วก็ เดินร้องขายต่อตู้ถัดไป เหมือนเสียงจะดังกังวานขี้นนิดนึง ...

ขากลับแกไม่ร้องขายของแล้ว แต่ร้องเป็นเพลงเลย ตอนเดินผ่านที่นั่งผม ลุงแกบอก "ขอบคุณนะลูก" แล้วยิ้ม ผมก็ยิ้มตอบ 😊

ยาหนมเก่าหน่อย แต่ก็อร่อยดีน่ะคร้าบบบ~ ผมฮัมเพลงตอบในใจ
... แหม ทำนองติดหูจังแฮะ

02/05/2562

บันทึกอาหารเจ 2018

รูปวาดอาหารเจ ของคาว รูปวาดอาหารเจ ของหวาน

ต้องออกตัวก่อนนะครับ ว่า ผมไม่ใช่ "สายบุญ" และก็ไม่ได้เป็น "สายสุขภาพ" ด้วย ถ้าจะจัดให้เป็นสายอะไรสักสายในเรื่องเกี่ยวกับอาหารละก็ คงต้องเป็น "สายกิน" ... ที่สนใจอาหารเจ, เทศกาลกินเจ ก็เริ่มต้นมาจากการเป็นคนชอบกินนั่นแหละครับ

สมัยเด็กผมใช้ชีวิตสลับกันไปมาระหว่างกรุงเทพฯกับชุมพร เวลาโรงเรียนเปิด จะเป็นเด็กกรุงเทพฯอยู่หมู่บ้านจัดสรรชานเมืองธรรมดา ๆ ... ส่วนช่วงปิดเทอม (ช่วงเทศกาลกินเจพอดี) ก็ลงใต้ไปอยู่บ้านยายที่ปากน้ำชุมพร แม้จะมีเชื้อจีน บ้านอยู่ในตลาด ใกล้ศาลเจ้า ใกล้โรงเจ แต่ด้วยความที่บ้านเป็นร้านโจ๊ก บวกกับยังเป็นเด็กเลยรู้สึกว่าการกินเจเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่เขาทำกัน ... ทำให้ช่วงนั้นไม่ค่อยอินกับการกินเจสักเท่าไหร่

26/07/2561

เส้นสาย, เส้นด้าย และสายใยบัว ที่วัดหนองบัว

เวลาเดินทางออกท่องเที่ยว ผมมักจะวางแผนพร้อมความคาดหวังเสมอ ชอบคิดว่าจะต้องไปทำไอ้นี่ที่นั่น ไปถึงตรงนั้นต้องทำอย่างงี้ ฯลฯ ... บางทีไอ้ที่กะไว้ว่าจะดี ว่าต้องเวิร์ค แต่พอไปจริง ๆ กลับรู้สึกแห้ง ๆ แกน ๆ ... แต่ก็มีอีกหลายครั้งที่รู้สึกดีเกินคาด “วัดหนองบัว” ก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ

เหตุที่เอาวัดหนองบัวมาอยู่ในโปรแกรมเที่ยวน่านของบ้านเรา ก็เพราะผมติดใจฝีมือของ หนานบัวผัน คนที่เขียนภาพปู่ม่านย่าม่านที่วัดภูมินทร์นั่นแหละครับ  รู้มาว่า ที่ภาพจิตรกรรมในวิหารวัดหนองบัวนี้ก็เป็นผลงานเขาด้วย ก็เลยจะไปตามดู แค่นั้น  พอไปแล้วถึงได้รู้ว่าวัดหนองบัวยังมีอะไรดี ๆ อีกเยอะ สัมผัสความน่ารักได้หลายอย่าง ทั้งบรรยากาศ ทั้งคน  จากที่ตั้งใจแค่แวะเที่ยวระหว่างทางไปอำเภอปัว ไปไหว้พระ ไปดูรูปแค่สักชั่วโมง  กลายเป็นว่าเวลาครึ่งวันเช้าของเราหมดไปกับความเป็นกันเองและความอบอุ่น ของพ่ออุ๊ย แม่อุ๊ย ที่นั่น จนเกือบลืมข้าวเที่ยงเลยทีเดียว

วิหารวัดหนองบัว บ้านหนองบัว อำเภอท่าวังผา น่าน
วิหารทรงล้านนาของวัดหนองบัว

ข้อมูลคร่าว ๆ ของวัดหนองบัว คือ เป็นวัดประจำชุมชนบัานหนองบัว ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างสงบริมแม่น้ำน่านในเขตอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ชาวบ้านส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากชาวไทลื้อที่อพยพหนีภัยสงครามมาจากเมืองหล้าในแคว้นสิบสองปันนา เมื่อประมาณ 200 กว่าปีมาแล้ว  ปัจจุบันได้รับการผลักดันให้เป็นหมู่บ้านโอทอปเพื่อการท่องเที่ยว ... แต่จะมีอะไรเที่ยว เส้นสาย, เส้นด้าย, สายใยบัว แต่ละเส้นคืออะไรไปดูกันครับ

03/07/2561

ชวนลูกแอ่วเหนือไปกิน (ให้มัน) คลีน ที่ แพร่-น่าน

สมัยเด็ก ๆ ผมมักจะถูกสอนให้รู้ถึงคุณค่าของอาหารเสมอ มีอะไรก็กินอย่างนั้น กินให้หมดอย่าเหลือทิ้งเหลือขว้าง บางทีก็หลอกว่าถ้ากินไม่เกลี้ยงจาน จะได้แฟนหน้าสิว  โตมาก็ทำตามได้แทบทุกข้อ ยกเว้นเรื่องความสะอาดของจานนี่แหละ ที่ทำไม่ได้สักที มักจะเหลือเศษนู่นเศษนี่ มีเม็ดข้าวไม่เม็ดก็สองเม็ดติดจานประจำ

ตอนจัดกระเป๋าก่อนเริ่มทริป ได้ดูรายการ พื้นที่ชีวิต ตอน "โคโนฮานะ...ฟาร์มแห่งความยั่งยืน" ที่พูดถึงชุมชนโคโนฮานะ เชิงเขาภูเขาไฟฟูจิ ประเทศญี่ปุ่น  เป็นชุมชนทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการใช้ชีวิตที่กลมกลืนกับธรรมชาติและสร้างผลกระทบให้น้อยที่สุด ... ผมชอบวิถีปฏิบัติของที่นั่นหลายอย่าง แต่ที่ประทับใจที่สุดคือการที่ทุกคนในชุมชนตั้งใจกินข้าวให้เกลี้ยงจาน เพื่อลดขยะ ลดการใช้สารเคมีในการล้าง ... เป็นวิธีแสดงความเคารพต่อธรรมชาติที่ดูง่าย น่าเอามาทำต่อมาก ๆ

เมื่อได้แรงบันดาลใจแล้วก็ควรจะทำเลย คิดเป็นชาเลนจ์แล้วชวนลูกทำด้วยจะได้มีเพื่อน ทำมันในทริป แพร่-น่าน นี่แหละ

กติกาคือ ในทุก ๆ มื้อ ตลอดทริป แพร่-น่าน 5 วัน 4 คืนนี้ ไม่ว่าจะกินอะไรขอให้กินให้เกลี้ยงที่สุดเท่าที่จะทำได้ กินเสร็จแล้วถ่ายรูปจานไว้เป็นหลักฐานด้วย ... เสร็จแล้วเอามาทำรีวิวลงเพจ โรงเรียนลูกลิงกับพันทิป ส่วนบล็อกนี้จะใช้เก็บบรรยากาศ เบื้องหลัง รวมถึงแนะนำที่กินแบบรวม ๆ

ที่กินสุดประทับใจ ที่น่าน

ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน

ทุก ๆ วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ช่วงเย็น ๆ บริเวณถนนผากองด้านข้างวัดภูมินทร์จะมีตลาดนัดชื่อว่า “ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน” ขายทั้งเสื้อผ้า ของที่ระลึกและของกินพื้นเมือง มีขันโตกปูเสื่อให้นั่งกินตรงลานหน้าวัดด้วย อาหารก็น่ากิน บรรยากาศก็น่านั่งบวกกับเวลาตรงกันพอดี พวกเราเลยตัดสินใจว่าตลอดเวลาที่อยู่น่าน มื้อเย็นจะขอฝากท้องไว้กับตลาดนี้แหละ สะดวกดี ... ปกติตลาดนัดที่ขายของกินหรือถนนคนเดินแบบนี้ มักจะมีปัญหาเรื่องขยะ  ไหน ๆ ก็มาแนวรักษ์โลกแล้ว ผมเลยได้โอกาสพกกล่องข้าวไปหัดใช้ด้วย เผื่อจะได้ช่วยลดภาระเขาบ้าง

มื้อเย็นมื้อแรกที่น่าน ของผมเป็นข้าวราดแกงฮังเล ส่วนของลูกเป็นข้าวหนียวกับไส้อั่ว อันที่อยูในห่อคือหมกเห็ด
มื้อที่ 2 ของผมเป็นยำขนมจีน ปลาทู หมูยอ ... กะว่าจะไม่กินปลาร้าเพราะกลัวกลิ่น ... แต่ทันทีที่บอกแม่ค้าเสร็จ แกก็จ้วงตักน้ำปลาร้าลงผสม 2 ทัพพีด้วยความเคยชิน พอทักปุ๊บ มองหน้ากัน แล้วก็ฮากันทั้งคนซื้อคนขาย แต่ก็ดีแล้วเพราะกลายเป็นมื้ออร่อยที่สุดมื้อหนึ่งในทริปนี้เลยแหละครับ ... ส่วนลูกหนีไปกินอะไรกับแม่ก็ไม่รู้
ที่ว่าตามตลาดนัดหรือถนนคนเดินมักมีปัญหาเรื่องขยะนั้น ที่นี่ถือเป็นข้อยกเว้น มีการจัดการที่ดีและทุกคนร่วมไม้ร่วมมือกัน น่าจะเอาไปทำโมเดลตัวอย่างเลยด้วยซ้ำ ... อันนี้ชื่นชมจริง ๆ

ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ

ฟาร์มนี้ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาที่อำเภอปัว เป็นทั้ง ฟาร์มเห็ด, โฮมสเตย์, และร้านอาหาร นอกจากมีวิวทุ่งนาแบบพาโนรามาแสนสดชื่นบวกอาหารอร่อยสุด ๆ แล้ว ยังอยู่ใกล้ ๆ กับ วังศิลาแลง หรือที่เขาเรียกกันว่าเป็น “แกรนด์แคนยอนเมืองปัว” อีก  ใครกินเสร็จแล้วจะไปเดินย่อย หรือไปลุยเล่นแก่งก่อนแล้วค่อยกลับมาหาอะไรกินก็เป็นความคิดที่ดีทั้งนั้น  สำหรับพวกเราแล้ว มื้อที่ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ ถือเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในน่านเลยหละครับ

เห็ดชุบแป้งทอด
เห็ดนึ่งกับน้ำพริกข่า
ที่เด็ดสุดคืออันนี้ พิซซ่าเห็ด

ที่กินสุดประทับใจ ที่แพร่

ของกินตามตลาดเช้า

ตามตลาด ไม่ว่าจะเช้าหรือเย็น ทุกที่ ทุกจังหวัด มักจะเต็มไปด้วยสีสันและของกินอร่อย ๆ เสมอ ที่แพร่ก็เหมือนกัน ตลาดที่เราแวะหาอะไรกินก่อนขึ้นไปไหว้พระธาตุช่อแฮ เป็นตลาดเล็ก ๆ แต่คึกคัก ชื่อ ตลาดป่าแดง-ช่อแฮ มีขายตั้งแต่ผักยันเสื้อผ้า  ของกินก็เป็นของพื้นเมืองบ้าง ของกินง่าย ๆ อย่างพวกปิ้ง ๆ ทอด ๆ กับข้าวเหนียวบ้าง ที่เด็ดสุดคือหมูนึ้งกับน้ำพริกข่า ... เสน่ห์อีกอย่างของตลาดนี้คือ ที่นี่เป็น “ตลาดสายหยุด” คือเริ่มขายเช้ามืดพอสายก็หยุด หยุด ก็คือหยุดจริง ๆ  ... ขากลับจากไหว้พระ ผ่านตลาดนี้อีกที เห็นทุกแผง ทุกร้าน หายเรียบเหลือแต่โต๊ะ บรรยากาศเงียบเชียบราวกับ เมื่อตะกี้ที่เรานั่งกิน นั่งเม้าท์กัน ที่ร้านกาแฟประจำตลาดเป็นเพียงแค่ความฝัน

แอ็บสมองหมู ตอนแรกอยากลอง แต่แตะดูแล้วมันเย็น ๆ ก็เลย ...
โฉมหน้า พ่อลูกผู้ปฏิบัติภารกิจ ที่เห็นปากมัน ๆ เพราะหมูนึ่งกับน้ำพริกข่าที่กินเพลินจนลืมถ่ายรูป

ตลาดโต้รุ่งประตูชัย

ถ้าที่น่านมีถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน ที่แพร่ก็มีตลาดโต้รุ่งประตูชัยนี่แหละ ที่เป็นย่านของกินตอนเย็น ๆ ค่ำ ๆ ที่ฝากท้องได้  ที่นี่มีร้านอร่อยมีชื่อเสียงหลายร้าน ไม่ว่าจะเป็น เย็นตาโฟ, ขนมจีนน้ำใส, ข้าวเหนียวมะม่วง นมสดและน้ำแข็งใส  แต่ที่ผมกินแล้วประทับใจที่สุดคือโจ๊กครับ เป็นร้านเล็ก ๆ ไม่น่าจะมีชื่อเสียงอะไรแต่คึกคัก เห็นคนแพร่มาแวะซื้อกลับบ้าง เข้ามาทั้งนั่งกินบ้าง มีมาไม่ขาดสายคนขายไม่ได้พักกันเลยทีเดียว ... เราสั่งโจ๊ก กวยจั๊บ และข้าวต้มปลามาลองดู ทั้งหมดรสชาติอ่อนโยน กินแล้วสบายใจ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักปาก พักท้อง อย่างเรามากครับ

แปะรูปหน้าร้านไว้ เผื่อใครอยากจะตามรอยไปกิน ร้านนี้อยู่ตรงกันข้ามกับตลาดสดเทศบาล
ข้าวต้มปลาน่ากินมาก

สรุปผล สำหรับตัวเอง

ชอบความรู้สึกตอนนั่งกวาดเม็ดข้าวกินให้เกลี้ยงจาน เวลาคนอื่นมองจานเกลี้ยง ๆ ของเราแล้วรู้สึกกระหยิ่มใจเล็ก ๆ ประมาณว่า "เป็นไง? ... เกลี้ยงป๊ะหละ" อะไรทำนองนั้น  แต่ที่ดีที่สุดคือรู้สึกว่ามีสมาธิกับการกิน สามารถแสดงความเคารพต่ออาหารและสิ่งที่อยู่เบื้องหลังได้อย่างเต็มที่ ... ที่ไม่ค่อยดีคือ จบทริปแล้วน้ำหนักขึ้นนิดหน่อย (-_-")

ส่วนเรื่องการพกกล่องข้าวนั้น คิดว่าถ้าใช้ในชีวิตประจำวัน หรือเป็นที่ที่คุ้นเคย อย่างร้านข้าวร้านประจำก็พอเป็นไปได้  แต่ถ้าจะใช้ตอนเดินทางก็ต้องมีการเตรียมตัวที่ดี เพราะมันมีข้อจำกัดและติดขัดในหลาย ๆ เรื่อง

  • ตามตลาดนัดแม่ค้ามักจะเตรียมของใส่ภาชนะของเขาไว้แล้วเพื่อความสะดวก 
  • กล่องข้าวแต่ละชนิดก็เหมาะกับอาหารคนละแบบไม่เหมือนกัน เช่น แกงถุง ซื้อร้านเดียว ใช้ปิ่นโตเหมาะสุด  แต่ถ้าเป็นตลาดนัดเดินกิน ใช้กล่องช่องเดียวแบบไม่มีชั้น ไม่มีช่อง ไม่ซ้อนกันให้ยุ่งยาก จะดีกว่า

สรุปผล สำหรับลูก

ระหว่างทริปกระตือรือร้นและให้ความร่วมมือดี น่าจะเพราะมีการชาเลนจ์เป็นตัวกระตุ้น กลับมาแล้วก็มีเผลอไปบ้าง แต่เตือนแล้วก็เชื่อดี  ตอนนี้ให้รับหน้าที่เป็นเด็กล้างจานของบ้าน จะได้รู้ซึ้งถึงประโยชน์ของการกินให้จานมันเกลี้ยง ๆ  (พ่อจะได้พัก อิอิ)

แต่สิ่งที่อยากให้ลูก (รวมถึงตัวเองด้วย) เรียนรู้จริง ๆ ก็คือ ให้มองชีวิตเป็นเหมือนจานข้าวของเรา ที่บางครั้งก็ไม่สามารถเลือกเอาแต่สิ่งที่ตัวเองชอบได้ทั้งหมด หน้าที่ของเราคือยอมรับ และกินมันซะให้เกลี้ยง ... ด้วยความเคารพ

26/02/2561

ขนมจีนแกงไก่คั่ว โปรตุเกส, จีน, ไทย ของใครอะไรแน่?

แว็บแรกที่ได้ชิม ... เฮ้ย! นี่มันน้ำเงี้ยว? ... อื่ม แกงกระหรี่แบบจีน ๆ มั้ย? ... เอ่อ ก๋วยเตี๋ยวแขก? ... อ่า ลักซาหละ? ไม่มั้ง ... คุ้น ๆ นะ แต่มันเหมือนอะไรก็นึกไม่ออก ... อ้าว! เผลอ ๆ หมดซะแล้ว

╮(╯_╰)╭

ถ้าจะให้อธิบายรสชาติของขนมจีนแกงไก่คั่วนี้โดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับอะไร ก็ต้องบอกว่า รสมันนวล ๆ กลม ๆ ไม่เปรี้ยว ไม่เค็ม ไม่หวาน ไม่เผ็ด กลมนัวกันไปหมด และก็ไม่ได้มีกลิ่นเครื่องเทศอะไรมากมาย ตัวเครื่องแกงอาจมีถั่วลิสงผสม เนื้อไก่สับกับเลือดทำให้นึกถึงขนมจีนแกงไก่ (ไทยเรานี่แหละ) ไม่เผ็ดจัดจ้านและก็ไม่เข้มข้นแบบแกงกระหรี่หรือมัสมั่น มีความเบาตามแบบฉบับขนมจีน กลิ่น รสแบบไทย ๆ ... บรรยายซะมากมาย ชักจะวกไปวนมา บอกไม่ถูกต้องไปลองเอง .. แต่สรุปให้ว่า "อร่อย" ก็แล้วกัน

จบเรื่องความรู้สึกไปแล้ว เรามาเข้าข้อมูลกันดีกว่า

เล่ากันว่า "ขนมจีนแกงคั่วไก่" หรือ "ขนมจีนโปรตุเกส" เป็นอาหารโบราณที่สืบทอดกันในหมู่ชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกสแถวย่านกุฏีจีน (ฝั่งธนฯ) และบ้านวัดคอนเซ็ปชัญ (สามเสน) มักจะทำกันในงานฉลองพระแม่ไถ่ทาส เดเมย์เซเดย์ หรือที่ชาวบ้านคอนเซ็ปชัญเรียกว่า "พระแม่ขนมจีน" และงานมงคลอย่างงานแต่งงานเท่านั้น  เป็นอาหารที่รวมหลากหลายวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน วัตถุดิบแต่ละอย่างก็ทำให้นึกเชื่อมโยงถึงเส้นทางการค้าในยุคแห่งการสำรวจ (Age of Exploration) ทั้งนั้น  อย่าง พริก, ผักชี, ต้นหอมและไก่ ก็เป็นของที่น่าจะหาได้ง่ายในเรือสำเภาของชาวโปรตุเกส  เลือดไก่ก้อนเป็นวัฒนธรรมการกินที่ติดมาจากชาวจีนโพ้นทะเล  มะพร้าวและกะทิน่าจะเป็นเครื่องปรุงพื้นฐานของคนในแหลมมาลายู  ส่วนขนมจีนนั้น ก็เป็นวัฒนธรรมร่วมของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่แล้ว

ถ้าจะให้จินตนาการถึงต้นกำเนิดของเมนูนี้ ผมว่า ก็น่าจะเริ่มในงานเลี้ยงงานบุญนั่นแหละ แม่ครัวใหญ่ประจำย่าน (อาจมีหลายคนช่วยกัน) คิดเอาของที่หาได้ง่ายมาดัดแปลง ปรุงรส พยายามทำให้ถูกปากคนที่มาร่วมงาน ซึ่งทั้งย่านกุฏีจีนและบ้านวัดคอนเซ็ปชัญนั้น ไม่ได้มีแค่ฝรั่งโปรตุเกสอย่างเดียว มีคนเชื้อชาติอื่นอาศัยอยู่ด้วย ทั้งไทย จีน เขมร แขก ... การทำอาหารที่ทุกคนร่วมกันกินได้อย่างสบายใจนั้น ก็คงคล้ายจะบอกเป็นนัยว่า "รักทุกคนน๊า กลมเกลียวๆ จุ๊บๆ"

ถ้าใครอ่านแล้วอยากกินบ้าง แต่ไม่อยากรอรอเทศกาล ก็แนะนำให้ไปที่ "ร้านเฮโล นมสด" อยู่ตรงหน้าโบสถ์ซางตาครู้ส (Santa Cruz) ครับ ... หาไม่ยาก เป็นร้านของว่างทานเล่น เล็ก ๆ สบาย ๆ น่านั่ง เหมาะสำหรับคนที่มาเดินเที่ยวชุมชนกุฎีจีนแล้วอยากจะพัก นั่งชิว ๆ บางทีมีแมวอ้วนมานอนให้ลูบเล่นด้วย ;)

22/01/2561

วัน by One ┊ชุมพร, เกาะเต่า (วันที่ 5 สุดท้ายแล้ว)

เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้าย และต้องเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯด้วย เลยไม่ต้องทำกิจกรรมอะไรให้วุ่นวาย 

ตื่นเช้าก็กินข้าวต้มรีสอร์ทรองท้องไปก่อน ทะลงทะเลก็ไม่ต้องคิดเล่นให้เสียเวลา เก็บของ, พาป้าไปส่งบ้าน, ตระเวนรับของฝาก แพ็กใส่รถแล้วขับกลับเลยตอนสาย ๆ

แต่ระหว่างทางที่ไปส่งป้า (จากอ่าวทุ่งมะขามไปปากน้ำฯ) จู่ ๆ แกก็พาผมกลับอีกทาง คือแทนที่จะขับรถเลียบชายหาดเหมือนขามา แต่แกพาขับอ้อมหลังเขาผ่านเข้าไปในดงนากุ้ง ... ขับมาสักพักก็ให้หยุดอยู่ที่เพิงขนมจีนเล็ก ๆ ข้างทาง แล้วบอกว่าขนมจีนร้านนี้อะเด็ด (เป็นอันว่ากินมื้อเช้า 2 ครั้ง ... อีกแล้ว ^^") ... ซี่งก็เด็ดจริง ที่ร้านมีน้ำยากะทิ น้ำพริก แล้วก็แกงไก่ (แกงไก่น่ากินมากกกกก) ให้เลือกกิน รสชาติดีกลมกล่อมถึงเครื่องดีแท้ ใครอยากจะเพิ่มความสะใจก็มีพริกทอดให้ใส่ แต่เสนห์ที่สุดของขนมจีนร้านนี้น่าจะอยู่ที่ที่ผักเหนาะชุดใหญ่ที่อยู่กลางโต๊ะ ... ซี่งก็แปลกเพราะ ไม่ได้มีผักแปลก ๆ หากินยากอะไรเลย ทั้งในถ้วย ทั้งในกระจาดผักสามัญทั้งนั้น ธรรมดาแต่สดและอร่อยทุกผัก ที่ผมชอบที่สุด (อันนี้แปลกหน่อย) คือยอดเสม็ดเพิ่งเคยกินครั้งแรก ฝาด ๆ มัน ๆ เข้ากับขนมจีนน้ำยาที่ซู้ดดดด

ระหว่างทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยความอยากมีบ้านอยู่ชุมพรบ้าง ผมจึงถามแม่ว่า ระหว่างชุมพรกับกรุงเทพฯ คิดว่าที่ไหนเป็นบ้านมากกว่ากัน?

แม่บอกว่า ถ้าเป็นสมัยก่อน ก็คงเป็นที่ปากน้ำชุมพรนี่แหละที่เรียกได้ว่าบ้าน แต่ถ้าเอาจริง ๆ แล้ว ตอนนี้พูดถึงบ้านก็คงเป็นที่กรุงเทพฯแล้วหละ อยู่มาตั้งหลายปีนิ ... หลายอย่างเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน คนเก่า ๆ แก่ ๆ ก็หายไปกันหมด "บ้าน" มันมีมากกว่าสถานที่นะ

ครับ ผมรับคำแล้วขับรถต่อ

19/01/2561

วัน by One ┊ชุมพร, เกาะเต่า (วันที่ 4)

เรือจากเกาะเต่ามาถึงท่าเรือที่ท่ายางตอนเช้ามืด จากท่ายางขับรถมา 10 นาทีก็บ้านป้าที่ปากน้ำชุมพร และเหมือนเป็นการเลี้ยงต้อนรับ วันนี้แทบทั้งวันมีคนอาสาพาไปกินของอร่อยตั้งแต่เช้ามืด ... ยันค่ำ

ตอนเช้าเริ่มจากขนมกระจุ๊กกระจิ๊กไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอัน เราปักหลักกันที่ร้านโบตา (ร้านกาแฟเก่าแก่ประจำตลาดเช้าปากน้ำชุมพร) แล้วก็ออกเดินตลาด ใครเจอขนมอะไรอร่อย น่ากิน อยากกินก็ซื้อมา แล้วเอามานั่งกินที่ร้าน ... ที่ผมชอบคือขนมหัวล้านกับปลากระเบนแดดเดียวอร่อยดี อย่างอื่นก็โอเค แต่กาแฟไม่อร่อยเท่าเดิม ซึ่งเหมือนกับของอร่อยอื่น ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ... น่าเสียดายที่ลูกสาวผมเกิดช้าไป ไม่มีโอกาสกินบะหมี่เกี้ยวกวางตุ้ง (แท้ ๆ ) เพราะต้นตำหรับเขาถ่ายทอดวิธีทำเส้นให้คนหนึ่งและสูตรน้ำซุปให้อีกคนหนึ่งซึ่งปัจจุบันเขาไม่ถูกกัน (จบเห่)  เสียดายที่ไม่มีโอกาสกินขนมใส่ใส้ของเจ้ขาบ, เสียดายที่ไม่มีได้ชิมขนมเบื้องญวนของย่าผม ... แต่เท่านี้ขนมก็เต็มโต๊ะแล้ว ...

พอสายหน่อย ขนมยังไม่ทันย่อยหมดดี ป้าก็พาขึ้นไปกินกาแฟถ้ำสิงห์ (กินแล้วกินอีก) บนจุดชมวิวบนยอดเขามัทรี ซึ่งเป็นที่เที่ยวใหม่ของจังหวัดชุมพร ... ผมไม่แน่ใจว่า ผู้ว่าฯ, เทศบาล หรือ อบต. กันแน่ ที่เป็นคนพัฒนาที่บริเวณนี้ เปลี่ยนที่เปลี่ยว ๆ อึม ๆ อย่างซอยเปลี่ยวข้างวัด, ป่าช้าเชิงเขา, ศาลเจ้าเงียบ ๆ ให้กลายเป็นจุดชมวิวที่สวยขึ้นหน้าขึ้นตาได้ขนาดนี้ ต้องขอชื่นชมและขอบคุณ เพราะถึงแม้ทางขึ้นจะชันไปหน่อย ป้ายสำหรับถ่ายรูปวุ่นวายไปนิด  แต่มุมที่มองเห็นตัวเมืองปากน้ำชุมพรได้ทั้งเมืองนี่เป็นมุมที่ผมมองได้ไม่เบื่อเลยจริง ๆ

กินกาแฟเสร็จ ผมก็แว๊บพาลูกพาเมียไปแอบดูวัด (วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย) ที่เคยมาบวชเณรภาคฤดูร้อนตอนเด็ก ๆ ฟื้นความจำ ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไปตามเรื่อง

กลับจากวัด "พี่โจ" (ลูกชายป้า) ก็พาไปเลี้ยงมื้อเที่ยงอีก ตอนเย็นก็ไปกินอาหารที่หาดทรายรีอีก ... สรุปว่าวันนี้ทั้งวันมีแต่ กิน กิน กิน

วันนี้มีอุบัติเหตุนิดหน่อย จากตอนแรกที่คิดว่าจะพักที่ อช.หมู่เกาะชุมพร แต่เพราะการสื่อสารสับสน ต่างก็จำผิดวัน บัานพักเต็ม ก็เลยต้องระเห็จออกมาพักรีสอร์ทบ้าน ๆ ชื่อ "ทองหลางรีสอร์ท" ที่อ่าวทุ่งมะขามแทน

15/01/2561

วัน by One ┊ชุมพร, เกาะเต่า (วันที่ 2)

เรามาถึงเกาะเต่าตอนเช้ามืด ตีห้ากว่า ๆ นั่งรอที่ท่าเรือสักพักพนักงานที่รีสอร์ท (ของญาติห่าง ๆ อีกแล้ว) ก็เอารถกระบะคันใหญ่มารับ ขับบึ่งพาเราขึ้นเขา ลงเนิน คดเคี้ยวเลี้ยวลด ผ่านทางมืด ๆ มาแป๊บเดียวก็ถึงที่พักที่อ่าวโฉลกบ้านเก่า

พอถึงรีสอร์ท เก็บของเสร็จ ระหว่างที่เรานั่งกินอาหารเช้ากันชิว ๆ เจ้าของรีสอร์ทก็เข้ามาทักทาย แล้วก็แนะนำว่า วันนี้ฟ้าเปิดน่าจะไปดำน้ำรอบเกาะเลยนะ เขาจะจองให้ ... ผมเองไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ เพราะยังเหนื่อยจากการเดินทาง ตั้งใจว่าวันนี้จะพักผ่อน ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยตามแบบชาวเกาะ ซะหน่อย ... แต่ในเมื่อคนอื่นพร้อม จะฮึดฮัดขัดใจเพื่อนร่วมทริปก็ไม่ไหว เอาวะ ... ไปก็ (ต้อง) ไป

ทัวร์ One Day Trip ดำน้ำรอบเกาะแบบนี้ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ไม่ได้เป็นนักดำน้ำจริงจัง มีให้เลือกหลายเจ้า แต่ส่วนใหญ่ก็จะเหมือนกัน  คือ ไม่ใช่การเหมา มีเพื่อนร่วมทริปอีกหลายคณะแล้วแต่ว่ารีสอร์ทที่ตกลงกันไว้เขาจะส่งมากี่คน, มีรถมารับส่งทั่งไปและกลับ, เริ่มออกจากท่าเรือแม่หาดจะวนซ้ายหรือวนขวาก็แล้วแต่ (ของผมวนซ้าย), แวะดำน้ำตามอ่าวสวย ๆ แต่ไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและสถาณการณ์เฉพาะหน้า เช่น อ่าวนี้คนแน่น น้ำแรงไปหรือจู่ ๆ ฝนตก ก็รอไปหรือไปดำที่อื่นได้ ทำนองนี้ ... ส่วนใหญ่จะแวะ อ่าวฉลาม, อ่าวลึก, อ่าวม่วง และที่พลาดไม่ได้คือเกาะนางยวน (ซึ่งเสียค่าขึ้นเกาะอีก 30 บาท) บนเรือมีอุปกรณ์ดำน้ำตื้นให้ครบ มีขนมและชากาแฟให้ชงกินเองได้ไม่อั้น ตอนเที่ยงก็มีข้าวให้กิน เรียกว่าซื้อทัวร์แล้วจบทั้งเที่ยวทั้งกินในหนึ่งวัน

ลำที่ผมใช้บริการนั้นเหมือนจะเป็นกิจการในครอบครัว พ่อเป็นกัปตันขับเรือ, แม่เป็นแม่ครัว, มีลูกชายที่รูปร่างหน้าตาเหมือน "อาไท กลมกิ๊ก" ค่อยดูแลนักท่องเที่ยวคอยเช็คอุปกรณ์ และมีลูกจ้างชาวพม่า (พูดไทยไม่คล่องแต่ภาษาอังกฤษดี) ทำหน้าที่ออกแรง และเป็นไลฟ์การ์ด คอยช่วยคนที่ว่ายน้ำไม่แข็งหรือเหนื่อย พากลับมาที่เรือ

สำหรับผม ถึงแม้ว่าทริปนี้จะเริ่มแบบมึน ๆ ง่วง ๆ แต่ก็เจอตัวอะไรที่ไม่เคยเห็นเยอะดี เห็นปลาวัวไททัน (Titan Trigger Fish) กับฝูงปลาตาโตหลายร้อยหลายพันตัว ... ฯลฯ อาหารเที่ยงก็อร่อย  รวม ๆ แล้วเป็นทริปที่สนุก

10/01/2561

วัน by One ┊ชุมพร, เกาะเต่า (วันที่ 1)

 images

ขยายความ เผื่อมีคนอ่านลายมือผมไม่สะดวก ^.~

การไปชุมพรครั้งนี้ เหมือนการกลับบ้านเก่าไปเยี่ยมญาติมากกว่าจะเป็นทริปท่องเที่ยวธรรมดา เริ่มจากที่ผมได้มีโอกาสมางานศพลุงที่ปากน้ำชุมพร ... ได้มาเห็นญาติ ๆ มารวมตัวกันที่วัด ได้กินอาหารอร่อย ๆ ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของเมืองที่คุ้นเคย ตรงที่ที่เคยเป็นกำแพงวัดกับห้องเย็น (แช่ปลา) ถูกปรับปรุงให้กลายเป็นพื้นที่เปิดโล่ง คล้าย ๆ สวนสาธารณะริมหาด มองเห็นเกาะมัตโพนได้ง่าย ๆ วิวสวย บรรยากาศน่าเดินเล่น ...ฯลฯ

เห็นแล้วก็นึกถึงลูก อยากอวด อยากชวนเขามาสัมผัสชุมพรบ้าง สัมผัสเมืองที่ผมใช้ชีวิต (ช่วงปิดเทอม) ตอนอายุไล่ ๆ กับเขา ... สัมผัสที่ที่ผมกับแม่ของเขาเคยเที่ยวดำน้ำกันสมัยที่พามาแนะนำตัว ... อยากให้มีประสบการณ์การดำน้ำบ้าง แม้จะเป็นแค่การดำผิวน้ำ (Snorkeling) ก็ยังดี ... และที่สำคัญก็พามาหาญาติฝั่ง ปู่ ๆ ย่า ๆ แล้วเอาอาหารใต้เข้าเส้นเลือดบ้าง น่าจะดี ... คิดได้ดังนี้ก็เลยจัดทริป

ทริปนี้กะว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 วัน ชวนแม่ไปด้วย ขับรถไปชุมพร เยี่ยมป้าแล้วก็รับไปเที่ยวเกาะเต่าด้วยกัน นอนที่เกาะสัก 2 คืน กลับมาชุมพรพักที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรสักคืน แล้วก็ขับรถกลับกรุงเทพฯ

ตอนขับรถ เพิ่งรู้ (สึก) ว่าชุมพรอยู่ใกล้กว่าที่คิด จำได้ว่าสมัยก่อนต้องขับรถข้ามวัน, นั่งรถไฟข้ามคืน แต่เดี๋ยวนี้ขับรถออกจากกรุงเทพฯตอนเช้า จะไปกินข้าวเที่ยงในตัวจังหวัดเลย ก็ทำได้สบาย ๆ ไม่ต้องกระเสือกกระสนอะไร หลังจากกินข้าวเสร็จ ก็ขับรถวนไปดูทะเล, พาหลานสาวไปหาย่า (ป้าผม), ใช้อภิสิทธิ์กินโจ๊ก, มาม่า, แถมกับข้าวพิเศษ คือปลาหมึกผัดกระเทียมแบบฟรี ๆ ... อิ่มแล้วก็ช่วยป้าเก็บจาน ปิดร้าน เตรียมตัวขึ้นเรือนอนไปเกาะเต่า

ถึงเรือที่ผมขึ้นเรียกว่า "เรือนอน" แต่หน้าที่หลักของเรือประเภทนี้ก็คือขนของ (สินค้าอุปโภคบริโภค) ขนจากฝั่งไปที่เกาะ ขากลับก็รับของจากเกาะกลับมาฝั่ง  พอการท่องเที่ยวเกาะเต่าเริ่มบูม จากที่เคยรับคนบ้าง ก็เป็นหลาย ๆ คนบ้าง ไทยบ้าง, ฝรั่งบ้าง, จีนบ้าง, จนสุดท้ายก็ขายตั๋วเป็นเรื่องเป็นราว กลายเป็นเรือนอนอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้ ... สมัยก่อน ลุงอีกคน (ลูกพี่ลูกน้องแม่) ของผม ก็มีกิจการเรือนอนเหมือนกัน สมัยนั้นเรือของลุงเป็นเรือไม้คล้ายเรือประมงขนาดใหญ่ ผู้โดยสารปูเสื่อนอนกันเรียงรายเหมือนปลาแห้ง ทั้งไทยทั้งฝรั่ง ได้อารมณ์ "เรฟูจี" นิด ๆ เสียดายที่ตอนนี้แกเลิกกิจการไปแล้ว ... แต่คิดอีกที นอนบนเรือเฟอร์รี่เหล็กลำใหญ่ มีแอร์ มีเตียง ไม่โคลงเคลงอย่างนี้หนะ ดีแล้ว

มีเรือนอนออกจากท่าเรือที่ท่ายาง ทุก จันทร์-พุธ-ศุกร์ ประมาณห้าทุ่ม ไปถึงเกาะเต่าก็ราว ๆ ตีห้า
'วัน by One' ก็คือการรวบรวมเหตุการณ์ประทับใจเอย อาหารอร่อยเอย อะไรต่อมิอะไรเอย ภายในหนึ่งวัน แล้ววาดบันทึกให้จบในหนึ่งหน้ากระดาษ ... หวังว่าคนอ่านจะรู้สึกสนุกกับวิธีนำเสนอแบบนี้ เพราะคนเขียนสนุกดี

04/11/2558

ปักหมุดไว้กินต่อ คราวหน้า ... เวลาไปเยือนเมืองอุบล

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสเที่ยวภาคอีสาน ... เป็นอีสานที่ลึกเกินโคราชเข้าไป ... ลึกไปจนถึงชายแดนไทย - ลาว ที่อำเภอโขงเจียม อุบลราชธานี ได้ชิมรสชาติอาหารอีสานแท้ ๆ มีทั้งที่อร่อย คุ้มค่าสมคำร่ำลือ และอันที่ควรจะเก็บไว้เป็นแค่ตำนาน (ไม่ควรเผลอไปแตะต้องอีก) ... ก็เลยต้องปักหมุดช่วยจำอันที่อร่อย ๆ ไว้ก่อน นะครับ

หมุดแรก "ขาหมูนางรอง" บุรีรัมย์

ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอำเภอนางรองมากนัก แต่ด้วยทำเลที่ตั้ง ทำให้ที่นี่เป็นจุดพักรถอันสมบูรณ์แบบ สำหรับคนที่จะขับรถเที่ยวอีสานใต้รวมถึงอุบลฯด้วย คือถ้าเราใช้ทางหลวงหมายเลข 24 ออกจากกรุงเทพฯตอนเช้า จะมาถึงนางรองเวลาอาหารกลางวันพอดี และในทางกลับกัน ถ้าออกจากอุบลตอนเช้าก็ต้องแวะกินข้าวเที่ยงที่นางรองเหมือนกัน แต่ถึงจะเป็นไฟท์บังคับแต่สมควรแวะ เพราะขาหมูของที่นี่เขาอร่อยจริง ๆ ถ้ามีการจัดอันดับขาหมูในประเทศไทย ขาหมูนางรองอย่างน้อยก็ต้องติด 1 ใน 5 แน่นอน

ริมทางหลวงหมายเลข 24 ที่ผ่านอำเภอนองรองมีร้านขาหมู 2 ร้าน อยู่คนละฝั่งถนน ถ้าถามว่าร้านไหนดี?  ก็ต้องบอกว่า เลือกตามรสชาติ สูสีกันซะจนเลือกไม่ถูก ... แต่ถ้าตามสะดวกหละก็ให้แวะ "จิ้งนำ" ขามาจากกรุงเทพฯ และแวะ "ลักษณา" ขากลับ เพราะอร่อยทั้งคู่

หมุดที่สอง "ก๋วยจั๊บญวน" เมืองอุบล

อันนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะก๋วยจั๊บญวนเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดนี้อยู่แล้ว มีร้านอร่อยให้เลือกกินทั่วเมือง ส่วนใหญ่ตั้งอยู่แถวถนนที่มีร้านหมูยอเยอะ ๆ (ถนนศรีณรงค์) ตัวผมเองก็ยังตามชิมได้ไม่ครบ

หมุดที่สาม "ปลาย่างกับข้าวเหนียว" ที่ตลาดโขงเจียม

อันนี้เป็นของธรรมด๊า ธรรมดา แต่แปลกที่ความประทับใจหลังชิม ติดทนนานไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ ผมกลับมากรุงเทพฯแล้วก็ยังจำรสชาติและความรู้สึกตอนกินได้อยู่เลย อาจเป็นเพราะข้าวเหนียวนุ่ม ๆ ฟู ๆ ปลาสด ๆ ที่ย่างได้สุกแห้งกำลังดี ... หรือเพราะอัธยาศัยที่น่าชื่นชมของแม่ค้าและราคาที่สบายกระเป๋า ผมก็ไม่แน่ใจ

หมุดที่สุดท้าย "แกงหน่อไม้ ใส่ผักแขยง" ที่น้ำตกสร้อยสวรรค์

ผมเป็นคนชอบอาหาร ชอบทั้งกิน ชอบทั้งทำ กินแล้วก็มักจะวิเคราะห์เสมอว่า ไอ้ที่กินเข้าไปนี่มันอร่อยยังไง? ของบางอย่างก็อร่อยเมื่อแรกเห็น บางอย่างอร่อยในปาก บางอย่างจะอร่อยฟินสุด ๆ ก็ต่อเมื่อกินหมดไปแล้วซักพัก (อย่างข้าวเหนียว) ... ส่วนเจ้าแกงหน่อไม้นี่เหมือนเป็นความอร่อยที่สั่งตรงมาจากสมองเลยทีเดียว รสชาติก็กลม ๆ นัว ๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น หน้าตาก็ไม่สวยน่ากิน ... แต่ยิ่งกินยิ่งอร่อย ยิ่งกับข้าวเหนียว ยิ่งหยุดกินไม่ได้เลย

ไม่แน่ใจว่าเมนูนี้จะมีขายประจำรึปล่าว เหมือนว่าแม่ค้าเขาจะแกงกินและขายกันเอง (ระหว่างแม่ค้า) มากกว่า

จบแล้วครับ เสียดายที่ยังมีอะไรที่อยากลองแต่ไม่มีโอกาสกินอีกเยอะ ทั้งลาบปลาแม่น้ำโขง ที่โขงเจียม ร้านส้มตำหลายร้านในตัวเมือง ... ฯลฯ  โอกาสหน้าจะไปกินอีก :P

12/11/2557

เส้นจันท์┊ว่าด้วยอาหารเส้นที่จันทบุรี

พูดถึง เส้นจันท์ เราก็มักจะนึกถึงก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กจากจันทบุรี และด้วยคุณภาพความเหนียวนุ่มที่โด่งดัง ทำให้ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กที่ผลิตจากที่อื่น ๆ มักจะถูกเหมาเรียก ว่า เป็นเส้นจันท์อยู่บ่อย ๆ เพื่อเรียกลูกค้า  ตัวอย่างเช่น ผัดไทย ถ้าจะให้ดูน่ากินก็ต้องขึ้นป้ายว่า เส้นจันท์ผัดไทย + กุ้งสด + ถั่วงอกฟรี + หัวปลีขาว ... อะไรประมาณนั้น (⌒.−)

และเพื่อเรียกคนอ่าน ผมก็ขออ้างเส้นจันท์มาตั้งเป็นชื่อบล็อกตอนนี้นะครับ ถึงจะไม่ได้เกี่ยวกับเส้นจันท์โดยตรงแต่ อาหารเส้น (ก๋วยเตี๋ยว) ที่ผมตระเวนกินที่จันทบุรีก็ใช้เส้นจันท์ทั้งนั้น น่าจะพอกล้อมแกล้มได้ ("⌣̀_⌣́)

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเลียง ร้านป้าติ๊ด ท่าใหม่ จันทบุรี

จังหวัดจันทบุรีเป็นเมืองที่มีก๋วยเตี๋ยวหลายร้านแทบนับไม่ถ้วน แต่เมนูที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะจังหวัดมีอยู่ 2 อย่าง นั่นคือ ก๋วยเตี๋ยวเลียง กับ ก๋วยเตี๋ยวผัดปู

ไปเมืองจันท์คราวนี้ผมโชคร้าย ฝนตกตลอด ไม่มีโอกาสเดินหาก๋วยเตี๋ยวผัดปูเจ้าอร่อยกิน เลยเล่าได้ลำบาก  แต่เท่าที่เคยลองมา ผมว่าก๋วยเตี๋ยวผัดปูที่ผมเคยกินตอนเด็ก ๆ ที่ชุมพร อร่อยกว่ากันเยอะ  ชุมพรกับจันทบุรีเกี่ยวข้องกันยังไงผมก็ไม่แน่ใจ จะถามป้าคนที่ผัดให้กินก็คงไม่ทันแล้ว ... ป่านี้แกคงยุ่งอยู่กับการผัดก๋วยเตี๋ยวเลี้ยงเทวดาแน่ ๆ (ว่ากันว่าก๋วยเตี๋ยวผัดปูเป็นอาหารเลี้ยงในงานบุญของคนญวน) ... เอาเป็นว่าเรื่องนี้พักไว้ก่อน ... อันที่จริง ครั้งนี้ผมตั้งใจไปกินก๋วยเตี๋ยวเลียงโดยเฉพาะ ( ・ㅂ・)و ̑̑

ก๋วยเตี๋ยวเลียง ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง เนื้อเลียง ฟังดูแปลกดี ... ทำไมต้องเลียง? ค้นไปค้นมา ก็เจอหลายตำนาน ... บ้างว่าใส่เครื่องเยอะแบบแกงเลียง ... บ้างก็ว่ามาจากการหั่นเนื้อแล้วเอามาเรียงไว้ในชาม

แต่เรื่องที่ผมเชื่อที่สุดคือ คำว่า "เลียง" ของก๋วยเตี๋ยวเลียงมาจาก "เนื้อเลียงผา" ครับ  เล่ากันว่า สมัยก่อนจันทบุรีเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์พร้อม มีทั้ง แม่น้ำ ทะเลและภูเขา เทือกเขาสระบาปในเขตอำเภอเมือง เคยมีเลียงผาอาศัยอยู่ชุกชุม เนื้อมันอร่อย จึงมักจะถูกล่ามาทำก๋วยเตี๋ยว ถึงจะอร่อยแต่เนื้อเลียงผาก็มีกลิ่นสาบแรง ต้องใส่เครื่องเทศมาก ๆ ในน้ำซุป เพื่อดับกลิ่น ก็เลยกลายเป็นสูตรน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเลียงในปัจจุบัน

เดี๋ยวนี้ที่เขาสระบาปไม่มีเลียงผาเหลืออีกแล้ว ถ้ายังเหลือ ก็คงลักลอบจับมาต้มน้ำซุปลำบาก ปัจจุบันก๋วยเตี๋ยวเลียง นิยมใช้เนื้อวัวหรือเนื้อหมูแทน บางร้านพัฒนาไปจนใส่ ขาหมู หรือไก่ ... ฯลฯ

จุดเด่นของก๋วยเตี๋ยวเลียงอยู่ที่ น้ำซุปสูตรเฉพาะ เข้มข้น สีน้ำตาลคล้ายน้ำพะโล้ แต่หวานกลมกล่อมและหอมเครื่องเทศเป็นเอกลักษณ์ ด้วยเครื่องเทศประจำถิ่น อย่าง เร่ว และ กระวาน อยากให้รสจัดขึ้นไปอีก ในพวงเครื่องปรุงก็จะมีน้ำตาลอ้อย (คนจันท์เรียกน้ำอ้อย) กับพริก (สด) ตำหอมๆ ให้เพิ่มรส (แต่ผมว่าแค่พริกตำช้อนเล็กๆ ก็อยู่แล้ว)

ใครที่อยากกินก๋วยเตี๋ยวเลียงแท้ ๆ ขอให้แค่ไปถึงจันทบุรี ผมรับรองว่าต้องได้กินอยู่แล้ว เพราะ ที่นี่มีร้านก๋วยเตี๋ยวเลียงมากมาย เกือบทั้งจังหวัด  เรียกว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวธรรมดาหายากกว่าซะอีก

ร้านก๋วยเตี๋ยวเลียงแบบนี้มีทั่วไปในเมืองจันท์ ร้านนี้อยู่ย่านท่าหลวงข้าง ๆ ศาลเจ้าตั้วเล่าเอี้ย น่าอร่อยเหมือนกัน

แต่ถ้าจะให้แนะนำ ... จากประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ผมว่า ร้านป้าติ๊ด ที่อำเภอท่าใหม่ อร่อยที่สุด ความพิเศษของก๋วยเตี๋ยวป้าติ๊ดคือ ใช้วัตถุดิบดี เครื่องในสะอาด เนื้อน่องลายเป็นชิ้น ๆ และแทนที่จะโรยถั่วงอกอย่างเดียว แกซอยกะหล่ำปลีใส่เพิ่มลงไปด้วย เพิ่มความหวานและให้ความสดชื่น  ที่สำคัญป้าติ๊ดแกก็ ยิ้มแย้มแจ่มใจ รับแขก อัธยาศัยดีกลมกล่อมไม่แพ้น้ำก๋วยเตี๋ยวเลยทีเดียว

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเลียง ป้าติ๊ดท่าใหม่

หรือถ้าใครมาอยู่เมืองจันท์หลายวัน เบื่ออะไรน้ำข้น ๆ เมืองจันท์ก็ยังมีก๋วยเตี๋ยวแบบอื่นที่น่าลองอีกเยอะ เช่น ก๋วยเตี๋ยวต้มยำใส่ไข่ ร้านลุงจู๊บางกะจะ ร้านนี้ถ้าสั่งแบบพิเศษ จะมีไข่ลวกคล้าย ๆ ไข่ดาวน้ำ โปะมาให้ด้วย หรือในตัวเมืองก็มี ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใสหน้าไปรษณีย์ มีให้เลือกทั้งหมูและเนื้อ ร้านนี้ลูกชิ้นอร่อยสุด ๆ น่าจะเป็นโรงงานลูกชิ้นขายส่งด้วย เขาขายลูกชิ้นราคาสูงถึง ลูกละ 5 บาท แต่ก็ยังมีคนมาซื้อเรื่อย ๆ รถขนลูกชิ้นเต็มหน้าร้านไปหมด น่าจะพอรับประกันความอร่อยได้

ลูกชิ้นน้ำใสหน้าไปรษณีย์ ชามละ 35 บาท แต่ถ้าซื้อแต่ลูกชิ้น ลูกละ 5 บาท
ยิ่งเขียนก็ยิ่งหิว จบดีกว่า