27/09/2561

สามเหลี่ยมศักดิ์สิทธิ์ที่แพร่

ภาพสเก็ตช์มุมสูง พระธาตุศักดิ์สิทธิ์เมืองแพร่ พระธาตุช่อแฮ พระธาตุดอยเล็ง พระธาตุจอมแจ้ง

"ตั้งใจจะไปไหว้ 'พระธาตุช่อแฮ' ใช่มั้ย? ... ถ้าตรงไปอีกหน่อย จะมีพระธาตุอีก ชื่อ 'พระธาตุดอยเล็ง' อยู่บนเขานะ ช้างบนมีจุดชมวิวมองลงมาเห็นเมืองแพร่ทั้งเมืองเลย และก็มีอีกองค์อยู่ใกล้ ๆ กันก็คือ 'พระธาตุจอมแจ้ง' ... เขาว่ากันว่า ถ้าได้ไหว้ขอพรกับพระธาตุครบทั้งสามองค์แล้ว ขออะไรก็จะได้สมปรารถนา"

นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อ พระธาตุดอยเล็ง และ พระธาตุจอมแจ้ง (และคงเผลอขมวดคิ้ว) ... พอเห็นพวกเราลังเล 'ป้าตู่' เจ้าของและเป็นทุกสิ่งอย่างของเชตวันโฮมสเตย์ (ที่พักของเราที่แพร่) ก็เลยเล่าประสบการณ์สายบุญของแกต่อ

ป้าเองก็ไปลองมาแล้ว วันนั้นไปไหว้เสร็จสรรพ อธิษฐานไปหนึ่งข้อ ขอว่าเวลามีแขกฝรั่งมาพัก ให้มีใครก็ได้มาช่วยแปลภาษาให้ป้าหน่อย เพราะป้าเนี่ยะ พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย กลับมาที่โฮมสเตย์ก็มีแขกฝรั่งมาพัก ... ป้าก็กังวลอยู่ ไม่นานตอนเย็นก็มีครอบครัวคนไทยที่พูดอังกฤษได้ walk in เข้ามา ป้าเลยมาคิดว่า ท่าทางจะศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ ... อย่างเมื่อวาน ตอนจะถามนักศึกษา (ออสซี่) ที่มาพักว่า จะทำมาม่าผัดให้ เอามั้ย? (เพราะดึกแล้ว ฝนก็ตกจะออกไปหาอะไรข้างนอกกินคงยาก) รวมถึงตอนเช้าจะเรียกรถให้มารับกี่โมงดี? ก็ได้แม่หนูคนนี้ (พร้อมกับชี้ไปที่แฟนผม) ช่วยอธิบายให้
อะ ... เอาหละ เดี๋ยวเราสามคน พ่อ แม่ ลูก หนะ ลองไปขอดูนะ แต่มีข้อแม้อยู่ว่า ขอได้เรื่องเดียว ... คุยตกลงกันให้ดีก่อนว่าจะขอเรื่องอะไร แล้วก็ไปขอกัน โชคดีจ้ะ

เมื่อมีคนเอาประสบการณ์การันตีแบบนี้ ไอ้เราก็ต้องลอง ... สินะ

ดูจาก Google map แล้ว ผมเลือกขึ้นเขาไปไหว้พระธาตุดอยเล็งก่อน เพราะตอนเช้า ๆ แดดอ่อน ๆ อากาศกำลังเย็นสบายแบบนี้เหมาะกับการดูวิวแบบพาโนรามามาก เสร็จแล้วลงมาไหว้พระธาตุช่อแฮ แล้วค่อยแฉลบไปจบที่พระธาตุจอมแจ้ง

ก่อนขึ้นไปไหว้พระธาตุดอยเล็ง ตรงใกล้กับลานจอดรถมีจุดชมวิวดอยเล็ง
มองจากจุดชมวิวก็จะอลังการประมาณนี้ ไม่รู้ว่ายอดไหนเป็นดอยอะไร แต่ถ้าข้ามเทือกเขานี้ไปก็จะเจอกับเขื่อนสิริกิติ์
พระธาตุดอยเล็ง
มุมนี้จะเห็นทั้งพระธาตุช่อแฮ และเห็นตัวเมืองแพร่อยู่ลิบ ๆ (มุมซ้ายบนของรูป)
พระธาตุช่อแฮ
เนื่องจากเป็นพระธาตุประจำปีขาล ก็เลยมีรูปเสืออยู่เต็มวัด เจ้าตัวนี้น่ารักดีรู้สึกเหมือนไจแอนท์ในร่างเสือเลย
พระธาตุจอมแจ้ง
วิหารด้านหน้าพระธาตุ ประดับด้วยงานปูนปั้นฝีมือช่างพื้นบ้าน ไม่สวยเนี้ยบแต่น่ารักดี
ด้านในวิหารมีภาพนูนสูงเล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดก
ด้านหน้าวัด มีพระนอนองค์ใหญ่อยู่ในสวนที่เล่าเรื่องพุทธประวัติ เหมาะสำหรับนั่งเล่นเย็นสบาย

ถึงผมจะไม่สามารถคาดเดาได้ว่า คำอธิษฐานจะเป็นไปตามที่ขอรึเปล่า (เพราะเป็นเรื่องระยะยาว) แต่การได้มีโอกาสไปที่ที่มีความงดงามแตกต่างกันไป อย่าง พระธาตุดอยเล็งที่เปิดโอกาสให้สัมผ้สธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของเมืองแพร่, ได้เห็นความอลังการงานศิลป์แบบช่างหลวงชาวล้านนาที่วัดพระธาตุช่อแฮ, รวมทั้งได้สัมผัสความน่ารักของชาวแพร่ผ่านงานปูนปั้นที่วัดพระธาตุจอมแจ้ง ... ได้สัมผัสครบทั้ง 3 ที่ภายในเวลาไม่เกินครึ่งวัน ... ก็นับว่าได้รับพรจากเมืองแพร่แล้วหละครับ

รูปหน้าปกตั้งใจวาดพระธาตุทั้ง 3 องค์ ให้อยู่ในรูปเดียวกัน ถึงแม้ความจริงจากพระธาตุดอยเล็งมองไม่เห็นพระธาตุจอมแจ้ง เพราะมีเขาลูกหนึ่งบังอยู่ ... โดรนที่จะทำให้สามารถมองเห็นมุมที่สูงขึ้นก็ไม่มี ก็เลยต้องใช้ โดระจิต(การเดาผสมจินตนาการเอา) แทน ...

ก่อนจบคิดว่าจะทำให้ blog มีสาระขึ้นมาหน่อย ก็เลยนั่งรื้อหนังสือ ค้นข้อมูล มาเล่าสู่กันฟังเล่น ๆ นะครับ เพื่ออธิบายว่าทำไมถึงมีพระธาตุบนเขาและศักดิ์สิทธิ์ยังไง

ปกติใครที่ไปภาคเหนือ (ตั้งแต่สุโขทัยขึ้นไป) บ่อย หรือคุ้นเคย ก็จะเห็นว่าตรงส่วนที่เป็นเมืองเก่า ไม่ว่าที่ไหนก็มักจะมีองค์ประกอบคล้าย ๆ กัน เช่น อยู่ที่ราบเชิงเขา อยู่ใกล้แม่น้ำใหญ่ ตรงช่วงที่มีลำน้ำสาขาไหลผ่าน ... ที่ราบเชิงเขานี้เหมาะสำหรับทำการเพาะปลูก เนื่องจากเวลาเกิดน้ำหลาก น้ำจะหอบเอาความอุดมสมบูรณ์มาจากป่า พอน้ำลดก็จะทิ้งธาตุอาหารสำหรับพืชสะสมไว้ในดิน   การมีลำธารที่ไหลมาจากภูเขาทำให้การผันน้ำเข้าไปใช้ในไร่นา และในเมืองทำได้สะดวก ส่วนตรงบริเวณที่ลำธารไหลไปรวมกับแม่น้ำใหญ่ก็มักจะมีสัตว์น้ำชุกชุม เรียกว่าเป็นทำเลที่ในน้ำมีปลา ในนาก็มีข้าว

และเพื่อให้เมืองสามารถรองรับการอยู่อาศัยได้นาน ๆ ก็ต้องรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีดังเดิม ทั้งขุนเขา ลำธารและแม่น้ำ ก็เลยต้องผ่านกระบวนการทำให้ศักดิ์สิทธิ์ (ตอนแรกก็คงเป็น 'ผี' หรือเจ้าป่าเจ้าเขา พอรับพุทธศาสนาเข้ามาแล้วก็เลยเปลี่ยนเป็นพระธาตุ) เพื่อจะได้ไม่มีใครกล้าทำอะไรอุบาทว์ ๆ เช่น โค่นป่าบนเขาจนไม่มีน้ำในลำธาร ทำน้ำเสียจนปลาตายหมด หรือเปลี่ยนทางไหลของน้ำจนเกิดน้ำท่วมหรือน้ำแล้งผิดฤดู ... เป็นความศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นรูปธรรม สามารถสัมผัสได้จริง

ภาพอธิบายทำเลสำหรับ การสร้างเมืองสมัยโบราณ
ขอบคุณป้าตู่ แห่งเชตวันโฮมสเตย์ที่แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวดี ๆ ให้ครอบครัวเรา ครับ https://www.facebook.com/ChatawanHomestay/

26/07/2561

เส้นสาย, เส้นด้าย และสายใยบัว ที่วัดหนองบัว

เวลาเดินทางออกท่องเที่ยว ผมมักจะวางแผนพร้อมความคาดหวังเสมอ ชอบคิดว่าจะต้องไปทำไอ้นี่ที่นั่น ไปถึงตรงนั้นต้องทำอย่างงี้ ฯลฯ ... บางทีไอ้ที่กะไว้ว่าจะดี ว่าต้องเวิร์ค แต่พอไปจริง ๆ กลับรู้สึกแห้ง ๆ แกน ๆ ... แต่ก็มีอีกหลายครั้งที่รู้สึกดีเกินคาด “วัดหนองบัว” ก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ

เหตุที่เอาวัดหนองบัวมาอยู่ในโปรแกรมเที่ยวน่านของบ้านเรา ก็เพราะผมติดใจฝีมือของ หนานบัวผัน คนที่เขียนภาพปู่ม่านย่าม่านที่วัดภูมินทร์นั่นแหละครับ  รู้มาว่า ที่ภาพจิตรกรรมในวิหารวัดหนองบัวนี้ก็เป็นผลงานเขาด้วย ก็เลยจะไปตามดู แค่นั้น  พอไปแล้วถึงได้รู้ว่าวัดหนองบัวยังมีอะไรดี ๆ อีกเยอะ สัมผัสความน่ารักได้หลายอย่าง ทั้งบรรยากาศ ทั้งคน  จากที่ตั้งใจแค่แวะเที่ยวระหว่างทางไปอำเภอปัว ไปไหว้พระ ไปดูรูปแค่สักชั่วโมง  กลายเป็นว่าเวลาครึ่งวันเช้าของเราหมดไปกับความเป็นกันเองและความอบอุ่น ของพ่ออุ๊ย แม่อุ๊ย ที่นั่น จนเกือบลืมข้าวเที่ยงเลยทีเดียว

วิหารวัดหนองบัว บ้านหนองบัว อำเภอท่าวังผา น่าน
วิหารทรงล้านนาของวัดหนองบัว

ข้อมูลคร่าว ๆ ของวัดหนองบัว คือ เป็นวัดประจำชุมชนบัานหนองบัว ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างสงบริมแม่น้ำน่านในเขตอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ชาวบ้านส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากชาวไทลื้อที่อพยพหนีภัยสงครามมาจากเมืองหล้าในแคว้นสิบสองปันนา เมื่อประมาณ 200 กว่าปีมาแล้ว  ปัจจุบันได้รับการผลักดันให้เป็นหมู่บ้านโอทอปเพื่อการท่องเที่ยว ... แต่จะมีอะไรเที่ยว เส้นสาย, เส้นด้าย, สายใยบัว แต่ละเส้นคืออะไรไปดูกันครับ

03/07/2561

ชวนลูกแอ่วเหนือไปกิน (ให้มัน) คลีน ที่ แพร่-น่าน

สมัยเด็ก ๆ ผมมักจะถูกสอนให้รู้ถึงคุณค่าของอาหารเสมอ มีอะไรก็กินอย่างนั้น กินให้หมดอย่าเหลือทิ้งเหลือขว้าง บางทีก็หลอกว่าถ้ากินไม่เกลี้ยงจาน จะได้แฟนหน้าสิว  โตมาก็ทำตามได้แทบทุกข้อ ยกเว้นเรื่องความสะอาดของจานนี่แหละ ที่ทำไม่ได้สักที มักจะเหลือเศษนู่นเศษนี่ มีเม็ดข้าวไม่เม็ดก็สองเม็ดติดจานประจำ

ตอนจัดกระเป๋าก่อนเริ่มทริป ได้ดูรายการ พื้นที่ชีวิต ตอน "โคโนฮานะ...ฟาร์มแห่งความยั่งยืน" ที่พูดถึงชุมชนโคโนฮานะ เชิงเขาภูเขาไฟฟูจิ ประเทศญี่ปุ่น  เป็นชุมชนทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการใช้ชีวิตที่กลมกลืนกับธรรมชาติและสร้างผลกระทบให้น้อยที่สุด ... ผมชอบวิถีปฏิบัติของที่นั่นหลายอย่าง แต่ที่ประทับใจที่สุดคือการที่ทุกคนในชุมชนตั้งใจกินข้าวให้เกลี้ยงจาน เพื่อลดขยะ ลดการใช้สารเคมีในการล้าง ... เป็นวิธีแสดงความเคารพต่อธรรมชาติที่ดูง่าย น่าเอามาทำต่อมาก ๆ

เมื่อได้แรงบันดาลใจแล้วก็ควรจะทำเลย คิดเป็นชาเลนจ์แล้วชวนลูกทำด้วยจะได้มีเพื่อน ทำมันในทริป แพร่-น่าน นี่แหละ

กติกาคือ ในทุก ๆ มื้อ ตลอดทริป แพร่-น่าน 5 วัน 4 คืนนี้ ไม่ว่าจะกินอะไรขอให้กินให้เกลี้ยงที่สุดเท่าที่จะทำได้ กินเสร็จแล้วถ่ายรูปจานไว้เป็นหลักฐานด้วย ... เสร็จแล้วเอามาทำรีวิวลงเพจ โรงเรียนลูกลิงกับพันทิป ส่วนบล็อกนี้จะใช้เก็บบรรยากาศ เบื้องหลัง รวมถึงแนะนำที่กินแบบรวม ๆ

ที่กินสุดประทับใจ ที่น่าน

ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน

ทุก ๆ วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ช่วงเย็น ๆ บริเวณถนนผากองด้านข้างวัดภูมินทร์จะมีตลาดนัดชื่อว่า “ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน” ขายทั้งเสื้อผ้า ของที่ระลึกและของกินพื้นเมือง มีขันโตกปูเสื่อให้นั่งกินตรงลานหน้าวัดด้วย อาหารก็น่ากิน บรรยากาศก็น่านั่งบวกกับเวลาตรงกันพอดี พวกเราเลยตัดสินใจว่าตลอดเวลาที่อยู่น่าน มื้อเย็นจะขอฝากท้องไว้กับตลาดนี้แหละ สะดวกดี ... ปกติตลาดนัดที่ขายของกินหรือถนนคนเดินแบบนี้ มักจะมีปัญหาเรื่องขยะ  ไหน ๆ ก็มาแนวรักษ์โลกแล้ว ผมเลยได้โอกาสพกกล่องข้าวไปหัดใช้ด้วย เผื่อจะได้ช่วยลดภาระเขาบ้าง

มื้อเย็นมื้อแรกที่น่าน ของผมเป็นข้าวราดแกงฮังเล ส่วนของลูกเป็นข้าวหนียวกับไส้อั่ว อันที่อยูในห่อคือหมกเห็ด
มื้อที่ 2 ของผมเป็นยำขนมจีน ปลาทู หมูยอ ... กะว่าจะไม่กินปลาร้าเพราะกลัวกลิ่น ... แต่ทันทีที่บอกแม่ค้าเสร็จ แกก็จ้วงตักน้ำปลาร้าลงผสม 2 ทัพพีด้วยความเคยชิน พอทักปุ๊บ มองหน้ากัน แล้วก็ฮากันทั้งคนซื้อคนขาย แต่ก็ดีแล้วเพราะกลายเป็นมื้ออร่อยที่สุดมื้อหนึ่งในทริปนี้เลยแหละครับ ... ส่วนลูกหนีไปกินอะไรกับแม่ก็ไม่รู้
ที่ว่าตามตลาดนัดหรือถนนคนเดินมักมีปัญหาเรื่องขยะนั้น ที่นี่ถือเป็นข้อยกเว้น มีการจัดการที่ดีและทุกคนร่วมไม้ร่วมมือกัน น่าจะเอาไปทำโมเดลตัวอย่างเลยด้วยซ้ำ ... อันนี้ชื่นชมจริง ๆ

ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ

ฟาร์มนี้ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาที่อำเภอปัว เป็นทั้ง ฟาร์มเห็ด, โฮมสเตย์, และร้านอาหาร นอกจากมีวิวทุ่งนาแบบพาโนรามาแสนสดชื่นบวกอาหารอร่อยสุด ๆ แล้ว ยังอยู่ใกล้ ๆ กับ วังศิลาแลง หรือที่เขาเรียกกันว่าเป็น “แกรนด์แคนยอนเมืองปัว” อีก  ใครกินเสร็จแล้วจะไปเดินย่อย หรือไปลุยเล่นแก่งก่อนแล้วค่อยกลับมาหาอะไรกินก็เป็นความคิดที่ดีทั้งนั้น  สำหรับพวกเราแล้ว มื้อที่ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ ถือเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในน่านเลยหละครับ

เห็ดชุบแป้งทอด
เห็ดนึ่งกับน้ำพริกข่า
ที่เด็ดสุดคืออันนี้ พิซซ่าเห็ด

ที่กินสุดประทับใจ ที่แพร่

ของกินตามตลาดเช้า

ตามตลาด ไม่ว่าจะเช้าหรือเย็น ทุกที่ ทุกจังหวัด มักจะเต็มไปด้วยสีสันและของกินอร่อย ๆ เสมอ ที่แพร่ก็เหมือนกัน ตลาดที่เราแวะหาอะไรกินก่อนขึ้นไปไหว้พระธาตุช่อแฮ เป็นตลาดเล็ก ๆ แต่คึกคัก ชื่อ ตลาดป่าแดง-ช่อแฮ มีขายตั้งแต่ผักยันเสื้อผ้า  ของกินก็เป็นของพื้นเมืองบ้าง ของกินง่าย ๆ อย่างพวกปิ้ง ๆ ทอด ๆ กับข้าวเหนียวบ้าง ที่เด็ดสุดคือหมูนึ้งกับน้ำพริกข่า ... เสน่ห์อีกอย่างของตลาดนี้คือ ที่นี่เป็น “ตลาดสายหยุด” คือเริ่มขายเช้ามืดพอสายก็หยุด หยุด ก็คือหยุดจริง ๆ  ... ขากลับจากไหว้พระ ผ่านตลาดนี้อีกที เห็นทุกแผง ทุกร้าน หายเรียบเหลือแต่โต๊ะ บรรยากาศเงียบเชียบราวกับ เมื่อตะกี้ที่เรานั่งกิน นั่งเม้าท์กัน ที่ร้านกาแฟประจำตลาดเป็นเพียงแค่ความฝัน

แอ็บสมองหมู ตอนแรกอยากลอง แต่แตะดูแล้วมันเย็น ๆ ก็เลย ...
โฉมหน้า พ่อลูกผู้ปฏิบัติภารกิจ ที่เห็นปากมัน ๆ เพราะหมูนึ่งกับน้ำพริกข่าที่กินเพลินจนลืมถ่ายรูป

ตลาดโต้รุ่งประตูชัย

ถ้าที่น่านมีถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน ที่แพร่ก็มีตลาดโต้รุ่งประตูชัยนี่แหละ ที่เป็นย่านของกินตอนเย็น ๆ ค่ำ ๆ ที่ฝากท้องได้  ที่นี่มีร้านอร่อยมีชื่อเสียงหลายร้าน ไม่ว่าจะเป็น เย็นตาโฟ, ขนมจีนน้ำใส, ข้าวเหนียวมะม่วง นมสดและน้ำแข็งใส  แต่ที่ผมกินแล้วประทับใจที่สุดคือโจ๊กครับ เป็นร้านเล็ก ๆ ไม่น่าจะมีชื่อเสียงอะไรแต่คึกคัก เห็นคนแพร่มาแวะซื้อกลับบ้าง เข้ามาทั้งนั่งกินบ้าง มีมาไม่ขาดสายคนขายไม่ได้พักกันเลยทีเดียว ... เราสั่งโจ๊ก กวยจั๊บ และข้าวต้มปลามาลองดู ทั้งหมดรสชาติอ่อนโยน กินแล้วสบายใจ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักปาก พักท้อง อย่างเรามากครับ

แปะรูปหน้าร้านไว้ เผื่อใครอยากจะตามรอยไปกิน ร้านนี้อยู่ตรงกันข้ามกับตลาดสดเทศบาล
ข้าวต้มปลาน่ากินมาก

สรุปผล สำหรับตัวเอง

ชอบความรู้สึกตอนนั่งกวาดเม็ดข้าวกินให้เกลี้ยงจาน เวลาคนอื่นมองจานเกลี้ยง ๆ ของเราแล้วรู้สึกกระหยิ่มใจเล็ก ๆ ประมาณว่า "เป็นไง? ... เกลี้ยงป๊ะหละ" อะไรทำนองนั้น  แต่ที่ดีที่สุดคือรู้สึกว่ามีสมาธิกับการกิน สามารถแสดงความเคารพต่ออาหารและสิ่งที่อยู่เบื้องหลังได้อย่างเต็มที่ ... ที่ไม่ค่อยดีคือ จบทริปแล้วน้ำหนักขึ้นนิดหน่อย (-_-")

ส่วนเรื่องการพกกล่องข้าวนั้น คิดว่าถ้าใช้ในชีวิตประจำวัน หรือเป็นที่ที่คุ้นเคย อย่างร้านข้าวร้านประจำก็พอเป็นไปได้  แต่ถ้าจะใช้ตอนเดินทางก็ต้องมีการเตรียมตัวที่ดี เพราะมันมีข้อจำกัดและติดขัดในหลาย ๆ เรื่อง

  • ตามตลาดนัดแม่ค้ามักจะเตรียมของใส่ภาชนะของเขาไว้แล้วเพื่อความสะดวก 
  • กล่องข้าวแต่ละชนิดก็เหมาะกับอาหารคนละแบบไม่เหมือนกัน เช่น แกงถุง ซื้อร้านเดียว ใช้ปิ่นโตเหมาะสุด  แต่ถ้าเป็นตลาดนัดเดินกิน ใช้กล่องช่องเดียวแบบไม่มีชั้น ไม่มีช่อง ไม่ซ้อนกันให้ยุ่งยาก จะดีกว่า

สรุปผล สำหรับลูก

ระหว่างทริปกระตือรือร้นและให้ความร่วมมือดี น่าจะเพราะมีการชาเลนจ์เป็นตัวกระตุ้น กลับมาแล้วก็มีเผลอไปบ้าง แต่เตือนแล้วก็เชื่อดี  ตอนนี้ให้รับหน้าที่เป็นเด็กล้างจานของบ้าน จะได้รู้ซึ้งถึงประโยชน์ของการกินให้จานมันเกลี้ยง ๆ  (พ่อจะได้พัก อิอิ)

แต่สิ่งที่อยากให้ลูก (รวมถึงตัวเองด้วย) เรียนรู้จริง ๆ ก็คือ ให้มองชีวิตเป็นเหมือนจานข้าวของเรา ที่บางครั้งก็ไม่สามารถเลือกเอาแต่สิ่งที่ตัวเองชอบได้ทั้งหมด หน้าที่ของเราคือยอมรับ และกินมันซะให้เกลี้ยง ... ด้วยความเคารพ

05/06/2561

โชว์ช้างที่สุดแสนจะเร้าใจ

เท่าที่เคยเห็นการแสดงของช้างมา ... ตั้งแต่ แบบพื้น ๆ ทั่ว ๆ ไปอย่าง ส่ายหัว, ลุก, นั่ง, ขึ้นเก้าอี้, ยืน 2 ขา หรือการแสดงความสามารถทางศิลปะ อย่างเป่าเมาท์ออแกนเอย วาดรูปเอย หรือจะเป็นแนวกีฬาอย่างการเตะบอล ไปจนถึงการแสดงในเวทีใหญ่ ๆ อย่างการแสดงยุทธหัตถี ... ผมว่า โชว์ช้างว่ายน้ำ ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวนี่พีคที่สุดแล้วล่ะครับ

ต้องบอกก่อนว่า สวนสัตว์เปิดเขาเขียวนี่เป็นสวนสัตว์ที่ผมและครอบครัวคุ้นเคยที่สุด คือไปบ่อยมาก เรียกว่านึกอะไรไม่ออกก็ไปเขาเขียว  เพราะเกิดปีขาล วันเกิดนึกอยากจะทำบุญก็ซื้อเนื้อไปให้เสือที่เขาเขียว  มีลูก จะพาลูกไปเยี่ยมตายายที่ระยอง ระหว่างทางก็ต้องผ่านเขาเขียว เลยแวะเป็นประจำ

แต่เพราะว่าแวะบ่อย ก็เลยเบื่อ บวกกับลูกเริ่มโตแล้วไม่ค่อยอยากเที่ยวสวนสัตว์เท่าไหร่ พักหลัง ๆ ก็เลยไม่ค่อยได้แวะ

ล่าสุดไปมาเมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมา เพิ่งเห็นว่าเขาเขียวเปลี่ยนไปมาก อัตราค่าเข้าชมแพงขึ้นพอสมควรแต่ก็ยังถือว่าคุ้มค่า เพราะหลายส่วนจัดแสดงได้รับการปรับปรุงภูมิทัศน์ใหม่ให้สวยงามและกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เช่น ขยายบ้านให้ฮิปโปโปเตมัส, ปรับปรุงบ้านนกเพนกวินให้โปร่งขึ้น เพิ่มส่วนแสดงสัตว์จากทวีปออสเตรเลีย ฯลฯ

นอกจากสถานที่จะสวยขึ้นแล้ว ก็ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ มากขึ้นด้วย ... ที่ผมประทับใจจนต้องเอามาวาดรูปก็คือ การโชว์ช้างว่ายนั่นแหละครับ ผมว่าเป็นโชว์ที่ฉลาดคิด แค่ทำสระให้ช้างมาเล่นน้ำ โดยด้านล่างเป็นตู้กระจก ก็ทำให้เราได้เห็นอิริยาบถแปลกตาของช้างขณะว่ายอยู่ใต้น้ำกันแบบชัด ๆ ... วันดีคืนดี ถ้าพังแสงดาว (ดาราประจำโชว์) กินเยอะไปหน่อย ก็อาจจะปล่อยทุ่นระเบิด ลอยตุ๊บป่อง ๆ ให้ ควาญมุดหลบกันเป็นที่สนุกสนานปนหวาดเสียว เรียกเสียงฮาจากผู้ชมได้กระหึ่มสระกันเลยทีเดียว ครับ

มุมมองผ่านกระจกด้านล่างสระ
ด้านบนของสระว่ายน้ำ สามารถสัมผัสให้กำลังใจช้างและควาญได้อย่างใกล้ชิด
ส่วนจัดแสดงฮิปโปโปเตมัสที่ปรับปรุงใหม่ กว้างขวาง
แต่ก็สามารถให้อาหารได้อย่างใกล้ชิด
โคอาลาในส่วนจัดแสดงสัตว์จากทวีปออสเตรเลีย เหมาะสำหรับไปดูตอนเหนื่อย ๆ เพราะอยู่ในห้องแอร์และมีกลิ่นใบยูคาลิปตัส ... สดชื้น สดชื่น
กลับมาเที่ยวเขาเขียวคราวนี้สนุกดีจริง ๆ ไว้ว่าง ๆ นึกอะไรไม่ออกจะไปเที่ยวอีก ไว้เจอกันนะ พังแสงดาว
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม มีโชว์กี่รอบ?  มีโชว์อื่นมั้ย? บัตรราคาเท่าไหร่? อะไร? ยังไง? ... ฯลฯ เชิญ Website Official ของเขาเขียวเขาเลยครับ » สวนสัตว์เปิดเขาเขียว

12/03/2561

จักรวาลของชาวล้านนา ที่เชียงใหม่

ที่ตั้งชื่อเรื่องว่า "จักรวาลของ ... " เพราะรู้สึกว่าคำนี้มันคุ้นดี  เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็พูดถึงจักรวาลของมาเวลบ้าง จักรวาลของดีซีมั่ง จักรวาลของนู่นนี่นั่น ... ประกอบกับเรื่องที่จะเล่านี้ก็สื่อถึงจักรวาลเหมือนกัน เป็นจักรวาลแบบพุทธศาสนาตามคติความเชื่อของชาวล้านนา ครับ

ถ้าใครเคยไปไหว้พระทางภาคเหนือ คงต้องผ่านตากันบ้างหละ เชิงเทียนไม้แกะสลักสวยแปลกอันใหญ่ รูปทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่วคล้ายหน้าบัน มีที่ปักเทียนอยู่เจ็ดที่ ตรงกลางสูงสุดและลดหลั่นกันลงมาด้านละสาม  ชาวเหนือเขาเรียกว่า "สัตตภัณฑ์" ถือเป็นเครื่องบูชาที่สำคัญ มักจะตั้งอยู่หน้าพระประธานในโบสถ์วิหารทั่วไปในล้านนา (ผมเดินดูเกือบทั่วเมืองเชียงใหม่เห็นมีแทบทุกวัด ถูกใช้งานบ้าง ถูกเก็บบ้าง ... ว่ากันไป ... ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ในล้านนานั้น ไม่รู้ครับ เพราะยังไม่เคยไปเลย .. แหะ ๆ )

คนล้านนาสร้างวัดขึ้นตามคติความเชื่อเรื่องไตรภูมิ ทุกสิ่งอย่างในวัดจะมีความหมายที่สื่อถึงจักรวาลแบบพุทธศาสนาซ่อนอยู่เสมอ เช่น ซุ้มประตูโขงหน้าวัดที่มีรูปสัตว์ต่าง ๆ ก็คือป่าหิมพานต์ (สุดเขตแดนโลกมนุษย์) เดินเข้ามาผ่านพื้นทรายในวัดก็หมายถึงมหาสมุทร (มหานทีสีทันดร) เข้ามาในวิหารก็เจอ สัตตภัณฑ์ เป็นตัวแทนของเขาสัตตบริภัณฑ์ทั้งเจ็ดลูก ด้านหลังคือพระประธานหรือพระธาตุที่อยู่ด้านหลังเข้าไปอีกก็คือเขาพระสุเมรุศูนย์กลางของจักรวาล

สารภาพตามตรงว่าตอนที่ผมไปเชียงใหม่ ไม่ได้รู้เรื่องสัตตภัณฑ์อะไรนี่มาก่อนเลย ... แค่รู้สึกว่า เชิงเทียนนี่สวยแปลกตาเหมือนจั่วใหญ่ ๆ นึกว่าจะเกะกะ แต่ดูไปก็เป็นจุดนำสายตาที่ดี ทำให้เวลาเรามองรวมกับองค์พระประธานแล้วรู้สึกว่าองค์ประกอบมันสวยดี เทียบกับรูปทรงของพระพุทธรูป มุมหลังคาหรือมุมของกู่พระด้านหลัง มันรับกันพอดีเป๊ะ สมบูรณ์ลงตัว ... และความสมบูรณ์นี้ก็ทำให้เรารู้สึกสงบได้อย่างประหลาด

รู้สึกติดใจก็เลยถ่ายรูปเก็บไว้ เอามาวาด แล้วก็หาข้อมูลมาเล่าให้ฟัง เอ๊ย! อ่าน นี่แหละ ... เก็บไว้เป็นข้อมูล เตือนใจให้เปิดหูเปิดตาดูให้ทั่ว ๆ เวลาไปเที่ยววัดจะได้สนุกยิ่งขึ้น ครับ
ถ้าใครอยากรู้เรื่องสัตตภัณฑ์มากกว่านี้ หรือเรื่องเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมล้านนา ก็เชิญสองลิงค์นี้เลยครับ https://prachatai.com/journal/2009/01/19851, http://www.lanna-arch.net/ ข้อมูลที่ผมเอามาเขียน blog ก็ได้มาจากสองที่นี้แหละครับ ^_^
ของแถม คือ สัตตภัณฑ์และพระประธานที่วัดเชียงมั่น เป็นวัดแรกขอเมืองเชียงใหม่ และวัดแรกของผมด้วย ตอนที่ไหว้พระไม่ได้สังเกตเชิงเทียนเลย มีพานดอกไม้และอะไรต่อมิอะไรบัง มืด ๆ มัว ๆ จนมองไม่เห็น .. แต่พอมาดูรูปแล้วก็เสียดาย