21/02/2560

เดินตลาด ดูปลา ... ดูมันทั้งเช้าทั้งเย็น

ถ้าใครเคยไปจังหวัดอุทัยธานี เคยเข้าไปเดินเล่น หาของกิน ที่ตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง ก็คงหลงเสน่ห์ที่เรียบง่ายและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาของที่นี่ได้ไม่ยาก ... เหมือนผม

ตลาดนี้นอกจากจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารการกินนานาชนิด ในบรรยากาศสบาย ๆ เป็นกันเองบวกกับวิวสวย ๆ ของเรือนแพและวัดอุโบสถารามฝั่งตรงกันข้ามแล้ว ... สิ่งที่ผมคิดว่าโดดเด่นที่สุด คือ ปลาแม่น้ำครับ มีขายกันเต็มตลาดมากมายทั้งปริมาณและชนิด

ที่นี่มีตั้งแต่ ปลาเลี้ยงที่หาดูหากินกันง่าย ๆ อย่าง ปลานิล, ปลาดุก, ปลาช่อน, ปลาแรด, สวาย ... ไปจนถึงของหายาก ๆ อย่าง เทโพ, ปลาเค้า, กา ที่แปลกที่สุดที่ผมเจอ คือ ปลาหว้าหน้านอ

ถ้าใครอยากรู้ว่า ปลาหว้าหน้านอ หน้าตายังไง เข้าไปดูได้ที่ วิกิพีเดีย นะครับ เพราะผมไม่ได้ถ่ายรูปมา
เดินกินหมูปิ้งไปดูปลาดูของไป หรือเดินเหนื่อยแล้ว จะสั่งกาแฟโบราณอุ่น ๆ หอม ๆ มานั่งกินกับขนมครกที่ริมน้ำ สำหรับคนชอบตลาด, ชอบปลา, ชอบกิน อย่างผมก็ถือว่าฟินแล้วครับ

ที่ชอบที่สุดคือที่นี่ไม่ได้มีแค่ตลาดเข้า  ตอนเย็นก็มีตลาดด้วย (เช้าปิดถนนล็อกนึง ตอนเย็นอีกล็อกนึง) เดินได้ทั้งเช้าทั้งเย็น ผมหละอิจฉาคนอุทัยฯจริง ๆ

วัดอุโบสถาราม (วัดโบสถ์)
ฝั่งตลาด / ตัวตลาดอยู่บริเวณตึกแถวสีม่วง
* รูปปลาทั้งหมด วาดจากรูปที่ผมถ่ายไว้ในมือถือ
** ลานสะแกกรัง ยังมีของดีซ่อนไว้อีกเยอะ เช่น โรงหนังเก่าสมัยจอมพล ป., วัดโบราณที่เหลือแต่โบสถ์ซ่อนตัวอยู่กลางตลาด, แม่ค้าแซ่บ ๆ ฯลฯ ... ผมไม่เอามาให้ดูหรอกครับ ฝากหากันเอาเอง อิอิ

04/11/2558

ปักหมุดไว้กินต่อ คราวหน้า ... เวลาไปเยือนเมืองอุบล

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสเที่ยวภาคอีสาน ... เป็นอีสานที่ลึกเกินโคราชเข้าไป ... ลึกไปจนถึงชายแดนไทย - ลาว ที่อำเภอโขงเจียม อุบลราชธานี ได้ชิมรสชาติอาหารอีสานแท้ ๆ มีทั้งที่อร่อย คุ้มค่าสมคำร่ำลือ และอันที่ควรจะเก็บไว้เป็นแค่ตำนาน (ไม่ควรเผลอไปแตะต้องอีก) ... ก็เลยต้องปักหมุดช่วยจำอันที่อร่อย ๆ ไว้ก่อน นะครับ

หมุดแรก "ขาหมูนางรอง" บุรีรัมย์

ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอำเภอนางรองมากนัก แต่ด้วยทำเลที่ตั้ง ทำให้ที่นี่เป็นจุดพักรถอันสมบูรณ์แบบ สำหรับคนที่จะขับรถเที่ยวอีสานใต้รวมถึงอุบลฯด้วย คือถ้าเราใช้ทางหลวงหมายเลข 24 ออกจากกรุงเทพฯตอนเช้า จะมาถึงนางรองเวลาอาหารกลางวันพอดี และในทางกลับกัน ถ้าออกจากอุบลตอนเช้าก็ต้องแวะกินข้าวเที่ยงที่นางรองเหมือนกัน แต่ถึงจะเป็นไฟท์บังคับแต่สมควรแวะ เพราะขาหมูของที่นี่เขาอร่อยจริง ๆ ถ้ามีการจัดอันดับขาหมูในประเทศไทย ขาหมูนางรองอย่างน้อยก็ต้องติด 1 ใน 5 แน่นอน

ริมทางหลวงหมายเลข 24 ที่ผ่านอำเภอนองรองมีร้านขาหมู 2 ร้าน อยู่คนละฝั่งถนน ถ้าถามว่าร้านไหนดี?  ก็ต้องบอกว่า เลือกตามรสชาติ สูสีกันซะจนเลือกไม่ถูก ... แต่ถ้าตามสะดวกหละก็ให้แวะ "จิ้งนำ" ขามาจากกรุงเทพฯ และแวะ "ลักษณา" ขากลับ เพราะอร่อยทั้งคู่

หมุดที่สอง "ก๋วยจั๊บญวน" เมืองอุบล

อันนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะก๋วยจั๊บญวนเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดนี้อยู่แล้ว มีร้านอร่อยให้เลือกกินทั่วเมือง ส่วนใหญ่ตั้งอยู่แถวถนนที่มีร้านหมูยอเยอะ ๆ (ถนนศรีณรงค์) ตัวผมเองก็ยังตามชิมได้ไม่ครบ

หมุดที่สาม "ปลาย่างกับข้าวเหนียว" ที่ตลาดโขงเจียม

อันนี้เป็นของธรรมด๊า ธรรมดา แต่แปลกที่ความประทับใจหลังชิม ติดทนนานไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ ผมกลับมากรุงเทพฯแล้วก็ยังจำรสชาติและความรู้สึกตอนกินได้อยู่เลย อาจเป็นเพราะข้าวเหนียวนุ่ม ๆ ฟู ๆ ปลาสด ๆ ที่ย่างได้สุกแห้งกำลังดี ... หรือเพราะอัธยาศัยที่น่าชื่นชมของแม่ค้าและราคาที่สบายกระเป๋า ผมก็ไม่แน่ใจ

หมุดที่สุดท้าย "แกงหน่อไม้ ใส่ผักแขยง" ที่น้ำตกสร้อยสวรรค์

ผมเป็นคนชอบอาหาร ชอบทั้งกิน ชอบทั้งทำ กินแล้วก็มักจะวิเคราะห์เสมอว่า ไอ้ที่กินเข้าไปนี่มันอร่อยยังไง? ของบางอย่างก็อร่อยเมื่อแรกเห็น บางอย่างอร่อยในปาก บางอย่างจะอร่อยฟินสุด ๆ ก็ต่อเมื่อกินหมดไปแล้วซักพัก (อย่างข้าวเหนียว) ... ส่วนเจ้าแกงหน่อไม้นี่เหมือนเป็นความอร่อยที่สั่งตรงมาจากสมองเลยทีเดียว รสชาติก็กลม ๆ นัว ๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น หน้าตาก็ไม่สวยน่ากิน ... แต่ยิ่งกินยิ่งอร่อย ยิ่งกับข้าวเหนียว ยิ่งหยุดกินไม่ได้เลย

ไม่แน่ใจว่าเมนูนี้จะมีขายประจำรึปล่าว เหมือนว่าแม่ค้าเขาจะแกงกินและขายกันเอง (ระหว่างแม่ค้า) มากกว่า

จบแล้วครับ เสียดายที่ยังมีอะไรที่อยากลองแต่ไม่มีโอกาสกินอีกเยอะ ทั้งลาบปลาแม่น้ำโขง ที่โขงเจียม ร้านส้มตำหลายร้านในตัวเมือง ... ฯลฯ  โอกาสหน้าจะไปกินอีก :P

22/10/2558

เก็บ ไอเท็ม ที่วัดพลับ บางกะจะ จันทบุรี

วัดพลับ ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางกะจะ อำเภอเมืองจันทบุรี ถ้ามาจากอำเภอท่าใหม่ อยู่ก่อนถึงค่ายเนินวง

ดูจากสภาพภายนอกแบบผ่าน ๆ วัดพลับ ก็เหมือนกับวัดบ้าน ๆ แบบที่เราสามารถเจอได้ง่ายทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย แต่จริง ๆ แล้ว วัดนี้มีประวัติความเป็นมายาวนานไม่ต่ำกว่า 200 ปี มีตำนานเกี่ยวข้องกับการเดินทัพของพระเจ้ากรุงธนบุรี

เล่ากันว่าในสมัยที่ พระเจ้าตากสินฝ่าวงล้อมของทหารพม่าออกมาก่อนกรุงแตกนั้น ก่อนจะเข้าตีเมืองจันทบูรณ์ ได้แวะพักทัพและทำพิธีเรียกขวัญทหารที่นี่ นำน้ำจากสระในวัดมาทำน้ำมนต์ ประพรมให้กับทหารทุกคนในกองทัพและสร้างพระยอดธงให้ไว้คุ้มครองตัวให้แคล้วคลาด

ปัจจุบัน พระยอดธงจากกรุวัดพลับ เป็นที่ร่ำลือกันในหมู่เซียนพระ ว่ามีพุทธคุณทำให้คงกระพันชาตรี แคล้วคลาดตลอดกาล และน้ำจากวัดพลับนี่ก็ถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีทุกพระองค์

ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างภายในวัดที่น่าสนใจมากมาย เช่น เจดีย์ทรงปรางค์ (กรุพระยอดธง), หอพระไตรโบราณกลางน้ำ, สระน้ำศักดิ์สิทธิ์, วิหารไม้หลังคาทรงจัตุรมุข ภายในประดิษฐานพระประธานปางบำเพ็ญทุกรกิริยา และ สำซ่าง (เมรุเผาศพแบบโบราณ) ฯลฯ

โบราณสถานทุกที่ภายในวัดได้รับการบูรณะและดูแลอย่างดี เหมาะสำหรับคนที่สนใจประวัติศาสตร์ สนใจสถาปัตยกรรมไทย หรือแม้แต่เซียนพระเครื่อง จะใช้เป็นจุดแวะเที่ยวก่อนเข้าเมืองจันท์

25/02/2558

ภูต ผี ปีศาจของไทย┊ผีกละ ความอึดอัดของแม่บ้าน

ผีกละ

เกิดจากการอ่อนเพลีย หยุดพักการเดินทาง ในโรงแรมร้างร้าง อยู่กลางเมืองเชียงใหม่ ... เมืองที่คนกล่าวขาน มีความหวานไว้ขาย มีทุเรียนลำใย มีนางไม้ผีเมือง เมืองที่มีผีแมว ... เป็นแมวมาให้ใจใส่หู ไล่หนีก็วิ่งมาหา อย่ามากวนจะนอนอ้อละอา แมวสบตาแยกเขี้ยวเหมือนคน ... แง้วววว ... หง่าวววว ... แง่ง ๆ

18/12/2557

ภูต ผี ปีศาจของไทย┊ผีเสื้อ

ฝูงผีเสื้อ

หลายคนเห็นหัวเรื่องแล้วอาจจะคิดในใจ ว่า "ตลกละ ตลกแล้ว! ขึ้นต้นเป็นภูตผีปีศาจ จะมาพูดเรื่องผีเสื้อเนี่ยะนะ" ผมก็จะตอบในใจ ว่า "ใช่แล้วล่ะครับ ;)"  แมลงที่สวยงาม ไร้พิษสง บินช้า ๆ น่าจับมาเด็ดปีกเล่นอย่างผีเสื้อ ทำไมเราถึงเรียกมันให้น่ากลัว ด้วยคำว่า "ผี" ... ผมว่าเรื่องนี้น่าสนใจ

ส. พลายน้อย เล่าไว้ใน "ตำนานผีไทย" ว่า ผีเสื้อเป็นอย่างเดียวกันกับ ผีเชื้อหรือผีเซื่อ เป็นคำเพี้ยนเสียงตามสำเนียงของคนทางภาคเหนือและอีสาน เป็นผีบรรพบุรุษ  เชื่อกันว่า วิญญาณของคนที่ตายต่างถิ่น จะกลายเป็นผีเสื้อบินกลับมาหาญาติตัวเอง  บ้างก็เชื่อว่า ถ้าเห็นผีเสื้อบินมาเป็นกลุ่มใหญ่ๆ มากผิดปกติ แสดงว่าเป็นลางร้าย จะเกิดเหตุเภทภัยต่าง ๆ เช่น โรคระบาด

นอกนั้น ข้อมูลอื่น ๆ ที่ผมค้นมาค่อนข้างสับสน รวม ๆ ว่าผีเสื้อเป็นอมนุษย์หลากหลายชนิด บ้างก็เป็นยักษ์อย่าง นางผีเสื้อสมุทร เมียหลวงของพระอภัยมณี หรือบางทีก็เป็นเทวดาอย่าง พระเสื้อเมือง พระทรงเมืองบางทีก็เป็นผี อย่างผีเสื้อบ้าน ผีเสื้อวัด ผีเสื้อห้วย ผีเสื้อ ... ทั้งหมดมีหน้าที่คล้ายกัน คือคอยพิทักษ์รักษาสถานที่ต่าง ๆ ... บางทีก็ไม่ได้คุ้มครองอะไร แค่อาศัยอยู่ในอาณาเขตนั้นเฉย ๆ

ดูผิวเผินเหมือน ผีเสื้อ (ส่วนใหญ่) จะไม่เกี่ยวข้องกับผีบรรพบุรุษซักเท่าไหร่ (ใครหละ! จะมีบรรพบุรุษเป็นยักษ์)

ลองเปิดพจนานุกรม ดูก็เจอว่า เสื้อ นอกจากจะแปลว่า สิ่งสวมใส่ หรือ สถิต หรือ สิง แล้วยังแปลว่า เชื้อสาย ก็ได้ด้วยเหมือนกัน

ผมเดาว่า แต่เดิมผีที่ทำหน้าที่ดูแลสถานที่ต่าง ๆ นี้คือผีบรรพบุรุษ (ผีเชื้อ) ต่อมาเมื่อบ้านรวมกันเป็นเมือง มีคนมากขึ้น มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับต่างถิ่นมากขึ้น ก็เลยจำเป็นต้องหาอะไรที่เป็นสากลมาทำหน้าที่ 'เสื้อ' แทนผีเชื้อ หรือไม่ถ้าเป็นสถานที่ใหญ่หน่อย สำคัญมากหน่อย ก็ร่วมด้วยช่วยกันรักษา ทั้งยักษ์ ทั้งเทพ ทั้งผี ...

เป็นว่าเรื่องผีเสื้อกับผีเชี้อเป็นผีชนิดเดียวกันพอเป็นไปได้ แต่ก็ยังไม่ค่อยเกี่ยวกับชนิดของแมลง ... อยู่ดี

ลองค้น ผีเสื้อ ในภาษาถิ่นดู ทุกภาคเรียกคล้าย ๆ กัน แมงกำเบ้อ, แมงกะเบื้อ, แมงกะเบี้ย, แมงบี้, แมงกะบี้ มีสระอี เหมือนกับคำว่า ผี ... แต่ก็คงบอกได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่ ว่าหมายถึง แมลงผี

ถึงจะฟันธงไม่ได้ว่า ผีเสื้อ (ผี) กับ ผีเสื้อ (แมลง) เกี่ยวข้องกันจริงแท้แค่ไหน  แต่ผมก็ชอบมุมมองของคนโบราณที่เห็นว่า การบินที่เดี๋ยวเร็ว เดี๋ยวช้า โผไปมาดูไร้ทิศทางของผีเสื้อ คล้ายดวงวิญญาณลองลอย เป็นการเปรียบเทียบที่ทำให้เห็นภาพพจน์ของจิตใจและวิญญาณของคนเราได้ชัดเจนที่สุด  ความคิดแบบนี้ไม่ได้มีเฉพาะในไทย  คนพม่า, ไทใหญ่ และคนจีน ก็เห็นเหมือนกัน (มีเรื่องเล่า ว่า ชวงจื๊อศิษย์ของเล่าจื๊อ เป็นคนชอบนอน ตกกลางคืนเวลาหลับลึก ๆ แล้ว ก็จะกลายร่างเป็นผีเสื้อบินไปเที่ยว ตื่นขึ้นมาก็ได้แต่ปวดหัวไหล่ จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง) ใครที่ชอบการ์ตูนญี่ปุ่นคงรู้ว่า คนญี่ปุ่นเชื้อว่าวิญญาณของคนตายจะกลับมาในรูปแบบของแมลง เพียงแต่ของญี่ปุ่นเป็นหิ่งห้อย ไม่ใช่ผีเสื้อ

คิดไปคิดมา บางทีเรื่องผีเสื้อ (แมลง) ที่เป็นวิญญาณ เป็นผีบรรพบุรุษ นี้ อาจมีไว้ให้ผู้ใหญ่ใจบุญเอาไปขู่เด็กซน ไม่ให้จับผีเสื้อสวย ๆ มาเด็ดปีกเล่น ...

หรือ บางทีคนโบราณอาจเข้าใจทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก (The Butterfly Effect) อยู่ก่อนแล้วก็ได้ ... เพราะจะว่าไป ทั้ง คน สัตว์ พืช ... ทุกชีวิตบนโลก ก็มีต้นกำเนิดเดียวกันทั้งนั้น ... ผีเชื้อสมัยนี้ อาจมีชื่อเรียกเป็นภาษาฝรั่งเก๋ไก๋ว่า DNA
ของแถม เป็นรูปนางผีเสื้อ ที่ไม่ได้ตั้งใจจะล้อเลียนใครเลย จริง จริ๊ง! สาบาน