19/01/2561

วัน by One ┊ชุมพร, เกาะเต่า (วันที่ 4)

เรือจากเกาะเต่ามาถึงท่าเรือที่ท่ายางตอนเช้ามืด จากท่ายางขับรถมา 10 นาทีก็บ้านป้าที่ปากน้ำชุมพร และเหมือนเป็นการเลี้ยงต้อนรับ วันนี้แทบทั้งวันมีคนอาสาพาไปกินของอร่อยตั้งแต่เช้ามืด ... ยันค่ำ

ตอนเช้าเริ่มจากขนมกระจุ๊กกระจิ๊กไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอัน เราปักหลักกันที่ร้านโบตา (ร้านกาแฟเก่าแก่ประจำตลาดเช้าปากน้ำชุมพร) แล้วก็ออกเดินตลาด ใครเจอขนมอะไรอร่อย น่ากิน อยากกินก็ซื้อมา แล้วเอามานั่งกินที่ร้าน ... ที่ผมชอบคือขนมหัวล้านกับปลากระเบนแดดเดียวอร่อยดี อย่างอื่นก็โอเค แต่กาแฟไม่อร่อยเท่าเดิม ซึ่งเหมือนกับของอร่อยอื่น ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ... น่าเสียดายที่ลูกสาวผมเกิดช้าไป ไม่มีโอกาสกินบะหมี่เกี้ยวกวางตุ้ง (แท้ ๆ ) เพราะต้นตำหรับเขาถ่ายทอดวิธีทำเส้นให้คนหนึ่งและสูตรน้ำซุปให้อีกคนหนึ่งซึ่งปัจจุบันเขาไม่ถูกกัน (จบเห่)  เสียดายที่ไม่มีโอกาสกินขนมใส่ใส้ของเจ้ขาบ, เสียดายที่ไม่มีได้ชิมขนมเบื้องญวนของย่าผม ... แต่เท่านี้ขนมก็เต็มโต๊ะแล้ว ...

พอสายหน่อย ขนมยังไม่ทันย่อยหมดดี ป้าก็พาขึ้นไปกินกาแฟถ้ำสิงห์ (กินแล้วกินอีก) บนจุดชมวิวบนยอดเขามัทรี ซึ่งเป็นที่เที่ยวใหม่ของจังหวัดชุมพร ... ผมไม่แน่ใจว่า ผู้ว่าฯ, เทศบาล หรือ อบต. กันแน่ ที่เป็นคนพัฒนาที่บริเวณนี้ เปลี่ยนที่เปลี่ยว ๆ อึม ๆ อย่างซอยเปลี่ยวข้างวัด, ป่าช้าเชิงเขา, ศาลเจ้าเงียบ ๆ ให้กลายเป็นจุดชมวิวที่สวยขึ้นหน้าขึ้นตาได้ขนาดนี้ ต้องขอชื่นชมและขอบคุณ เพราะถึงแม้ทางขึ้นจะชันไปหน่อย ป้ายสำหรับถ่ายรูปวุ่นวายไปนิด  แต่มุมที่มองเห็นตัวเมืองปากน้ำชุมพรได้ทั้งเมืองนี่เป็นมุมที่ผมมองได้ไม่เบื่อเลยจริง ๆ

กินกาแฟเสร็จ ผมก็แว๊บพาลูกพาเมียไปแอบดูวัด (วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย) ที่เคยมาบวชเณรภาคฤดูร้อนตอนเด็ก ๆ ฟื้นความจำ ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไปตามเรื่อง

กลับจากวัด "พี่โจ" (ลูกชายป้า) ก็พาไปเลี้ยงมื้อเที่ยงอีก ตอนเย็นก็ไปกินอาหารที่หาดทรายรีอีก ... สรุปว่าวันนี้ทั้งวันมีแต่ กิน กิน กิน

วันนี้มีอุบัติเหตุนิดหน่อย จากตอนแรกที่คิดว่าจะพักที่ อช.หมู่เกาะชุมพร แต่เพราะการสื่อสารสับสน ต่างก็จำผิดวัน บัานพักเต็ม ก็เลยต้องระเห็จออกมาพักรีสอร์ทบ้าน ๆ ชื่อ "ทองหลางรีสอร์ท" ที่อ่าวทุ่งมะขามแทน

16/01/2561

วัน by One ┊ชุมพร, เกาะเต่า (วันที่ 3)

เพราะว่าเมื่อวานไปทำกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์อย่างดำน้ำมาแล้ว วันนี้ก็เลยเริ่มต้นอย่างเอื่อยเฉื่อย นั่ง ๆ นอน ๆ เล่นน้ำ เล่นทราย จนเริ่มมาพีคเมื่อกิจกรรมหมด ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว ... ความเบื่อสะสมจนผมทนไม่ไหวหาเรื่องลำบากลำบน (ไม่คิดว่าจะลำบาก) ชวนกันเดินไปสำรวจจุดชมวิวจอห์น-สุวรรณ

จุดชมวิวจอห์น-สุวรรณ อยู่บนเนินเขา ปลายแหลมที่ขั้นระหว่าง อ่าวโฉลกบ้านเก่า กับ อ่าวเทียนออก  ในไกด์บุค (ที่หยิบได้ฟรี ๆ ที่ท่าเรือ) บอกว่าเป็นจุดชมวิวยอดฮิตบนเกาะเต่าเพราะมองเห็นทะเลทั้งสองอ่าวพร้อม ๆ กัน คล้ายกับที่เกาะพีพี ... ดูรูปก็สวยดี จากแผนที่ก็ไม่ได้อยู่ไกลจากที่พักเรามาก ประมาณกิโลกว่าๆ เท่านั้นเอง และมองจากที่พักเราก็ไม่ได้อยู่สูงมากจนต้องแหงนหน้ามอง ... แต่ความจริง ด้วยความชันบวกกับ "แดดมหาประลัยทะเลใต้" ตอนบ่าย 2 - บ่าย 3 ... กว่าจะเดินถึง, (ต้องซื้อตั๋วด้วย!!! (ʘдʘ╬)) กว่าจะขึ้น, กว่าจะลง, กว่าจะกลับ ... ทั้งร้อนทั้งเหนื่อยแทบจะละลาย  แต่ก็นับเป็นประสบการณ์ที่ดี ที่ได้เห็นสถานที่สวย ๆ อย่างนี้ เป็นอีกมุมของเกาะเต่าที่น่าประทับใจ ... คิดไปคิดมา ก็อดอิจฉาน้าจอห์นกับลุงสุวรรณผู้ค้นพบจุดชมวิวนี้ไม่ได้ สมัยก่อนคงสวยกว่านี้เยอะ และก็คงไม่ต้องเสียค่าผ่านทางอะไรด้วย ("น้า" กับ "ลุง" เป็นคำที่ผมมะโนเอาเล่น ๆ  ที่จริงแล้ว ใครจะเป็นน้าหรือลุงหรืออะไร ผมไม่รู้หรอกครับ : P )

หลังจากกลับมาอาบน้ำอาบท่า พักผ่อนกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมก็ปรึกษากับแม่ว่าจะกลับชุมพรด้วยเรือนอนคืนนั้นเลย ... ดี หรือจะค้างที่รีสอร์ทอีกคืนแล้วค่อยกลับเรือเร็วอีกวัน ... ดี  ก็ได้ข้อสรุปว่า กลับเลยดีกว่า เพราะจะได้มีเวลาเที่ยวชุมพรบ้าง และอยู่ที่เกาะต่อก็ไม่มีอะไรทำ

ขากลับ สภาพเรือเก่ากว่าขามามาก ราคาก็ถูกกว่านิดหน่อย แต่มีเพื่อนร่วมทางเยอะ และส่วนมากเป็นคนที่ทำงานที่เกาะ ชาวเกาะมั่ง, AEC มั่ง ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว (ฝรั่ง) สักเท่าไหร่ ... ทะเลมีคลื่นลมนิดหน่อย เลยนอนไม่ค่อยหลับ

15/01/2561

วัน by One ┊ชุมพร, เกาะเต่า (วันที่ 2)

เรามาถึงเกาะเต่าตอนเช้ามืด ตีห้ากว่า ๆ นั่งรอที่ท่าเรือสักพักพนักงานที่รีสอร์ท (ของญาติห่าง ๆ อีกแล้ว) ก็เอารถกระบะคันใหญ่มารับ ขับบึ่งพาเราขึ้นเขา ลงเนิน คดเคี้ยวเลี้ยวลด ผ่านทางมืด ๆ มาแป๊บเดียวก็ถึงที่พักที่อ่าวโฉลกบ้านเก่า

พอถึงรีสอร์ท เก็บของเสร็จ ระหว่างที่เรานั่งกินอาหารเช้ากันชิว ๆ เจ้าของรีสอร์ทก็เข้ามาทักทาย แล้วก็แนะนำว่า วันนี้ฟ้าเปิดน่าจะไปดำน้ำรอบเกาะเลยนะ เขาจะจองให้ ... ผมเองไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ เพราะยังเหนื่อยจากการเดินทาง ตั้งใจว่าวันนี้จะพักผ่อน ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยตามแบบชาวเกาะ ซะหน่อย ... แต่ในเมื่อคนอื่นพร้อม จะฮึดฮัดขัดใจเพื่อนร่วมทริปก็ไม่ไหว เอาวะ ... ไปก็ (ต้อง) ไป

ทัวร์ One Day Trip ดำน้ำรอบเกาะแบบนี้ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ไม่ได้เป็นนักดำน้ำจริงจัง มีให้เลือกหลายเจ้า แต่ส่วนใหญ่ก็จะเหมือนกัน  คือ ไม่ใช่การเหมา มีเพื่อนร่วมทริปอีกหลายคณะแล้วแต่ว่ารีสอร์ทที่ตกลงกันไว้เขาจะส่งมากี่คน, มีรถมารับส่งทั่งไปและกลับ, เริ่มออกจากท่าเรือแม่หาดจะวนซ้ายหรือวนขวาก็แล้วแต่ (ของผมวนซ้าย), แวะดำน้ำตามอ่าวสวย ๆ แต่ไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและสถาณการณ์เฉพาะหน้า เช่น อ่าวนี้คนแน่น น้ำแรงไปหรือจู่ ๆ ฝนตก ก็รอไปหรือไปดำที่อื่นได้ ทำนองนี้ ... ส่วนใหญ่จะแวะ อ่าวฉลาม, อ่าวลึก, อ่าวม่วง และที่พลาดไม่ได้คือเกาะนางยวน (ซึ่งเสียค่าขึ้นเกาะอีก 30 บาท) บนเรือมีอุปกรณ์ดำน้ำตื้นให้ครบ มีขนมและชากาแฟให้ชงกินเองได้ไม่อั้น ตอนเที่ยงก็มีข้าวให้กิน เรียกว่าซื้อทัวร์แล้วจบทั้งเที่ยวทั้งกินในหนึ่งวัน

ลำที่ผมใช้บริการนั้นเหมือนจะเป็นกิจการในครอบครัว พ่อเป็นกัปตันขับเรือ, แม่เป็นแม่ครัว, มีลูกชายที่รูปร่างหน้าตาเหมือน "อาไท กลมกิ๊ก" ค่อยดูแลนักท่องเที่ยวคอยเช็คอุปกรณ์ และมีลูกจ้างชาวพม่า (พูดไทยไม่คล่องแต่ภาษาอังกฤษดี) ทำหน้าที่ออกแรง และเป็นไลฟ์การ์ด คอยช่วยคนที่ว่ายน้ำไม่แข็งหรือเหนื่อย พากลับมาที่เรือ

สำหรับผม ถึงแม้ว่าทริปนี้จะเริ่มแบบมึน ๆ ง่วง ๆ แต่ก็เจอตัวอะไรที่ไม่เคยเห็นเยอะดี เห็นปลาวัวไททัน (Titan Trigger Fish) กับฝูงปลาตาโตหลายร้อยหลายพันตัว ... ฯลฯ อาหารเที่ยงก็อร่อย  รวม ๆ แล้วเป็นทริปที่สนุก

10/01/2561

วัน by One ┊ชุมพร, เกาะเต่า (วันที่ 1)

 images

ขยายความ เผื่อมีคนอ่านลายมือผมไม่สะดวก ^.~

การไปชุมพรครั้งนี้ เหมือนการกลับบ้านเก่าไปเยี่ยมญาติมากกว่าจะเป็นทริปท่องเที่ยวธรรมดา เริ่มจากที่ผมได้มีโอกาสมางานศพลุงที่ปากน้ำชุมพร ... ได้มาเห็นญาติ ๆ มารวมตัวกันที่วัด ได้กินอาหารอร่อย ๆ ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของเมืองที่คุ้นเคย ตรงที่ที่เคยเป็นกำแพงวัดกับห้องเย็น (แช่ปลา) ถูกปรับปรุงให้กลายเป็นพื้นที่เปิดโล่ง คล้าย ๆ สวนสาธารณะริมหาด มองเห็นเกาะมัตโพนได้ง่าย ๆ วิวสวย บรรยากาศน่าเดินเล่น ...ฯลฯ

เห็นแล้วก็นึกถึงลูก อยากอวด อยากชวนเขามาสัมผัสชุมพรบ้าง สัมผัสเมืองที่ผมใช้ชีวิต (ช่วงปิดเทอม) ตอนอายุไล่ ๆ กับเขา ... สัมผัสที่ที่ผมกับแม่ของเขาเคยเที่ยวดำน้ำกันสมัยที่พามาแนะนำตัว ... อยากให้มีประสบการณ์การดำน้ำบ้าง แม้จะเป็นแค่การดำผิวน้ำ (Snorkeling) ก็ยังดี ... และที่สำคัญก็พามาหาญาติฝั่ง ปู่ ๆ ย่า ๆ แล้วเอาอาหารใต้เข้าเส้นเลือดบ้าง น่าจะดี ... คิดได้ดังนี้ก็เลยจัดทริป

ทริปนี้กะว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 วัน ชวนแม่ไปด้วย ขับรถไปชุมพร เยี่ยมป้าแล้วก็รับไปเที่ยวเกาะเต่าด้วยกัน นอนที่เกาะสัก 2 คืน กลับมาชุมพรพักที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรสักคืน แล้วก็ขับรถกลับกรุงเทพฯ

ตอนขับรถ เพิ่งรู้ (สึก) ว่าชุมพรอยู่ใกล้กว่าที่คิด จำได้ว่าสมัยก่อนต้องขับรถข้ามวัน, นั่งรถไฟข้ามคืน แต่เดี๋ยวนี้ขับรถออกจากกรุงเทพฯตอนเช้า จะไปกินข้าวเที่ยงในตัวจังหวัดเลย ก็ทำได้สบาย ๆ ไม่ต้องกระเสือกกระสนอะไร หลังจากกินข้าวเสร็จ ก็ขับรถวนไปดูทะเล, พาหลานสาวไปหาย่า (ป้าผม), ใช้อภิสิทธิ์กินโจ๊ก, มาม่า, แถมกับข้าวพิเศษ คือปลาหมึกผัดกระเทียมแบบฟรี ๆ ... อิ่มแล้วก็ช่วยป้าเก็บจาน ปิดร้าน เตรียมตัวขึ้นเรือนอนไปเกาะเต่า

ถึงเรือที่ผมขึ้นเรียกว่า "เรือนอน" แต่หน้าที่หลักของเรือประเภทนี้ก็คือขนของ (สินค้าอุปโภคบริโภค) ขนจากฝั่งไปที่เกาะ ขากลับก็รับของจากเกาะกลับมาฝั่ง  พอการท่องเที่ยวเกาะเต่าเริ่มบูม จากที่เคยรับคนบ้าง ก็เป็นหลาย ๆ คนบ้าง ไทยบ้าง, ฝรั่งบ้าง, จีนบ้าง, จนสุดท้ายก็ขายตั๋วเป็นเรื่องเป็นราว กลายเป็นเรือนอนอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้ ... สมัยก่อน ลุงอีกคน (ลูกพี่ลูกน้องแม่) ของผม ก็มีกิจการเรือนอนเหมือนกัน สมัยนั้นเรือของลุงเป็นเรือไม้คล้ายเรือประมงขนาดใหญ่ ผู้โดยสารปูเสื่อนอนกันเรียงรายเหมือนปลาแห้ง ทั้งไทยทั้งฝรั่ง ได้อารมณ์ "เรฟูจี" นิด ๆ เสียดายที่ตอนนี้แกเลิกกิจการไปแล้ว ... แต่คิดอีกที นอนบนเรือเฟอร์รี่เหล็กลำใหญ่ มีแอร์ มีเตียง ไม่โคลงเคลงอย่างนี้หนะ ดีแล้ว

มีเรือนอนออกจากท่าเรือที่ท่ายาง ทุก จันทร์-พุธ-ศุกร์ ประมาณห้าทุ่ม ไปถึงเกาะเต่าก็ราว ๆ ตีห้า
'วัน by One' ก็คือการรวบรวมเหตุการณ์ประทับใจเอย อาหารอร่อยเอย อะไรต่อมิอะไรเอย ภายในหนึ่งวัน แล้ววาดบันทึกให้จบในหนึ่งหน้ากระดาษ ... หวังว่าคนอ่านจะรู้สึกสนุกกับวิธีนำเสนอแบบนี้ เพราะคนเขียนสนุกดี

25/04/2560

มอม ที่หลวงพระบาง

มอมที่หลวงพระบาง วัดเชียงทอง มอมที่หลวงพระบาง วัดอาราม มอมที่หลวงพระบาง วัดเชียงแมน มอมที่หลวงพระบาง วัดสิริมงคลไชยราม มอมที่หลวงพระบาง วัดแสนสุขาราม มอมที่หลวงพระบาง วัดป่าแค

เพราะตอนเด็ก ๆ เคยถูกหมาจรไล่กวดโดยไม่มีความผิดอะไรเลย หลายต่อหลายครั้ง ... ผมเลยตั้งปณิธานไว้ว่า ถ้าเกิดโลกนี้เกิดมีสงครามสัตว์โลกระหว่างหมากับแมว หรือหมากับตัวอะไรก็ตาม ผมยินดีที่จะอยู่คนละฝั่งกับพวกมัน

แต่ถึงจะไม่ถูกชะตา ไม่กินเส้นกันชนาดนั้น ในชีวิตนี้ผมก็ยังอุส่าห์คุ้นเคยกับหมาชื่อ "มอม" ถึงสองตัว

มอม (๑)

เป็นหมาพันธุ์ทาง เหม็น ๆ ซน ๆ สีดำ รู้จักกันสมัยผมอยู่ประถม มาอยู่ที่บ้านได้อย่างไรใครเอามาก็จำไม่ได้ จำได้วีรกรรมของมัน ... ตั้งแต่เสียงโหยหวนน่ารำคาญของลูกหมาหย่านม, รูหมาลอดที่ประตูมุ้งลวด, รองเท้าหน้งขาดวิ่น, คราบฉี่, รอยอึ ฯลฯ มันซนจนกระทั่งวิ่งออกไปโดนรถทับขาหักหน้าบ้าน และเป็นผมเองที่เป็นคนพามันไปเข้าเฝือก และคอยดูแลพยาบาล (แบบเด็ก ๆ ) ประสบการณ์เฉียดตายไม่ได้ช่วยให้มันสงบลงเลย พอผ่าเฝือก เจ้ามอม (๑) อยู่กับเราอีกสักพัก ... แล้วก็หายไป ไม่รู้ว่าหนีออกจากบ้าน หรือโดนรถชน ... หรือทั้งสองอย่าง ก็ไม่รู้

มอม (๒)

ก็พันธุ์ทางเหมือนกัน (จริง ๆ หมาที่ผมรู้จักก็พันธุ์ทางทั้งนั้นแหละ) สีน้ำตาล เป็นหมาของที่บ้านแฟนผม รู้จักกันตามคำพังเพย "Love me love my dog" ตั้งแต่มันยังเป็นลูกหมาตัวเล็ก ๆ จนโตเป็นหมาตอนตัวกลม ๆ ส่วนผมจากแฟนก็แต่งงานมีลูก มันก็ยังเล่นกับลูกสาวผม  เจ้ามอม (๒) นี่ค่อนข้างเรียบร้อย สุขุม ไม่โวยวาย แต่ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ ถ้าใครแกล้งหรือหยอกอะไรไม่เข้าท่า ไม่ถูกใจ ก็อาจโดนมันงับเอาง่าย ๆ ... (คนในบ้านเคยโดนแล้วทั้งนั้น) ซึ่งผมไม่เคยโดนเลยสักครั้ง และที่น่าภูมิใจเข้าไปอีกคือ ผมเป็นคนแปลกหน้า (นาน ๆ มาที) เพียงคนเดียวที่ลูบหัวมันแล้วไม่มีปัญหา ...

คิดว่าด้วยนิสัยเรียบ ๆ ของมันนี่แหละ ทำให้เจ้ามอม (๒) อยู่กับเรานาน ... จน ขนหงอก, ตาฟาง และจากไปอย่างสงบ ... อยู่จำได้ว่าตอนได้รับข่าวว่ามันตายแล้ว ลูกสาวผมถึงกับน้ำตาร่วง

ไม่รู้ว่า "มอม" ที่เป็นชื่อเรียกหมา กับ "มอม" สัตว์ประหลาดครึ่งหมาครึ่งสิงห์ ที่เฝ้าหน้าโบสถ์หน้าวัด มีที่มาเดียวกันรึปล่าว ... อาจจะไม่ แต่บรรดามอม มอม มอม ที่ผมเจอที่หลวงพระบางนี่ ทำให้ผมคิดถึงเจ้ามอมทั้งสองตัวนั่นจัง

ของแถมอีกเช่นเคย เป็นรูป sketch ฝีมือมะนาว ครับ