แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัน by one แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วัน by one แสดงบทความทั้งหมด

04/03/2562

วัน by One ┊ภูหินร่องกล้า และพื้นที่ใกล้เคียง (วันที่ 4 สุดท้ายแล้ว)

ลองเรือแม่น้ำสะแกกรัง ปลากรอบป้าแต๋ว บะหมี่ไข่เจ้เน้ย อุทัยธานี

เนื่องจากเมื่อวานเดินทางมาก เหนื่อย วันนี้ก็เลยเริ่มต้นอย่างเนือย ๆ ... ตื่นเกือบ 8 โมงเช้า โชคดีที่ตลาดเช้ายังไม่วายแต่ก็โหรงเหรงเต็มที ... เดินหาของกินได้ปลาแรดทอดมาหนึ่งตัว กินสลับกับปาท่องโก๋แกล้มกับกาแฟสด ก็อร่อยดี ... กินเสร็จก็ข้ามฝั่งไปไหว้พระที่วัดโบสถ์

ที่วัดเจอหลวงพี่รูปหนึ่ง เห็นแกยืนเล่าเรื่องภาพจิตรกรรมฝาผนังให้นักท่องเที่ยวฟังอยู่ เราก็แอบเข้าไปฟังบ้าง หลวงพี่เลยชวนให้ไปลองนั่งเรือล่องแม่น้ำสะแกกรังดู ค่าเรือก็ไม่แพงและไหนไหนเราก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วก็เลยลอง

บนเรือ นอกจากจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวแพแล้ว พี่คนขับเรือก็บรรยายเรื่องราวของเมืองอุทัยฯไปด้วย ปล่อยมุกไป ด้วยสนุกดี ระยะทางก็ไม่ใกล้ไม่ไกลนั่งได้เพลิน ๆ  ก่อนจบเรือไปแวะแพปลากรอบของป้าแต๋ว แต่เมื่อเช้าเราซื้อน้ำพริกกับปลาป่นของป้าเขามาแล้วบนตลาดก็เลยไม่รู้จะขึ้นแพไปซื้ออะไร เลยให้เรือวนกลับ ถึงไม่ขึ้น ป้า ๆ เขาก็ยังยิ้มและโบกมือให้อย่างจริงใจ น่ารักจริง ๆ

ล่องเรือเสร็จยังไม่ทันจะเที่ยงดี ก็หิวซะแล้ว ข้ามมาฝั่งตลาด เจอร้านบะหมี่ร้านหนึ่งตรงตีนสะพานชื่อร้าน 'เจ้เน้ย' เห็นแว็บ ๆ ว่าแม่ค้าลวกเส้นน่ารักดี หันไปจะชวนแม่ลิงก็เห็นยืนจ้องเส้นบะหมี่หน้าตู้ ลูกลิงก็กำลังจะเดินเข้าไปเล่นกับลูกแมวข้างใต้ตู้ลวกบะหมี่ ก็เลยรวม ๆ กันเข้าร้านแบบงง ๆ

สรุป บะหมี่อร่อยดี เส้นนุ่มหอม น่าจะมีส่วนผสมของไข่เยอะ ปรุงรสแบบบะหมี่ไทยโบราณ สำหรับผมรสชาติแปลกแต่อร่อยดี กินเสร็จก็กลับไปเก็บของที่โรงแรมแล้วก็กลับกรุงเทพฯ

ถึงจะไม่เป็นไปตามแผนทั้งหมดมีเรื่องผิดพลาดหลายอย่าง แต่ทริปขึ้นเขาคราวนี้ก็สนุกดี ได้เพื่อนใหม่ ได้ประสบการณ์ใหม่ ได้เรียนรู้ว่าจังหวะและเวลาเป็นเรื่องสำคัญ แต่ถ้าเรายืดหยุ่นหน่อยก็จะหาโอกาสและจังหวะใหม่ได้เสมอ ... แล้วจะกลับไปอีก

01/03/2562

วัน by One ┊ภูหินร่องกล้า และพื้นที่ใกล้เคียง (วันที่ 3)

วันสุดท้ายที่ภูหินร่องกล้า เริ่มต้นด้วยการเคลียร์เสบียง อะไรเหลือ ๆ ก็เอามากินให้หมด คนอิ่มแล้วก็ประเคนให้เจ้าชิบะกิน เป็นการสั่งลา ... เก็บของเสร็จ ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก แล้วก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไป 'โรงเรียนการเมืองการทหาร' ไปตามหาใบเมเปิ้ลแดง

ถ้าใครเคยเห็นรูปใบไม้สีแดงร่วงบนหลังคาบ้านไม้หลังเล็ก ๆ ที่มีมอสขึ้นเขียวครึ้มสวยใสตัดกัน ก็ให้รู้ไว้ว่าเขาถ่ายกันที่โรงเรียนการเมืองการทหารนี่แหละครับ ชื่อว่าโรงเรียนแต่จริง ๆ แล้วเป็นเหมือนที่ทำการของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) มากกว่า เพราะเป็นทั้งโรงเรียน ทั้งโรงพยาบาล เป็นบ้านของผู้นำ ผ่ายสื่อสารและคนสำคัญในพรรคฯ ฯลฯ ... ถ้าใครอยากรู้มากกว่านี้ก็คงหาข้อมูลได้เอง ไม่ยาก ซึ่งผมจะข้ามไปเพราะถ้าเล่าก็คง เล่ามั่ว แหะๆ ... ╮(╯_╰)╭

พวกเราก้มหาใบไม้แดงอยู่นาน เจอแค่ใบเล็ก ๆ ใบเดียว คงยังไม่ถึงฤดูของมัน ... ได้แต่คิดในแง่บวกว่า นี่อาจจะเป็นใบแรกของปีก็ได้นะ 

จากโรงเรียนการเมืองการทหาร ตรงข้ามมีทางเดินเล็ก ๆ ลงไปข้างล่างมีลำธาร น้ำตกแล้วก็มีกังหันน้ำ เขาว่าเป็นกังหันที่เด็กวิศวะจุฬามาสร้างให้ตอนที่หนีเข้าป่าหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ใช้พลังน้ำหมุนกระเดื่องครกตำข้าว อะไรประมาณนั้น ... บรรยากาศร่มรื่นดี แต่ที่ชอบที่สุดก็คือ ขณะที่กำลังเพลินกับน้ำตกอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีนกตัวเล็ก ๆ พวกนกกระจิบ กระจิ๊ด ฯลฯ บินมากลุ่มใหญ่หลายสิบตัว (ที่คนดูนกเขาเรียกกันว่า bird wave) เสียดาย ไม่ได้พกกล้องสองตาไปด้วย

ใกล้เที่ยงแล้วก็ลงเขา แวะกินข้าวที่แถว ๆ ลำน้ำเช็ก ขามาเห็นร้านเยอะดี แล้วก็อยากกินอะไรเป็นเนื้อเป็นหนังบ้าง เพราะกินพวกขนมปัง มาม่า มาหลายมื้อแล้ว ... อิ่มแล้วก็มุ่งหน้าสู่พิจิตร

ถึงพิจิตรตอนบ่าย ขับรถวนในเมือง ไม่เจอที่พักถูกใจเลยแวะวางแผนกันที่บึงสีไฟ แดตก็ร้อน หมาจรก็เยอะ สมงสมองไม่ทำงาน ถามเจ้าของร้านโอท็อปหน้าบึง พี่เขาก็ยิ้มแย้ม ยินดีช่วยเหลือ ให้คำแนะนำแต่นอกจากโรงแรมที่เราหามาแล้วพี่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะให้เราไปนอนที่ไหน จะเที่ยวยังไงดี ... ก็เลยตกลงใจว่า งั้นไปไหว้หลวงพ่อเพชรกันก่อนแล้วค่อยไปพักที่คุ้น ๆ อย่างอุทัยฯ ก็แล้วกัน

มาถึงอุทัยฯตอนเย็น โชคดีมีงานถนนคนเดินที่ตรอกโรงยาพอดี ได้เดินตลาดนัดสมใจ
 ( ・・)つ-●●●

27/02/2562

วัน by One ┊ภูหินร่องกล้า และพื้นที่ใกล้เคียง (วันที่ 2)

ทางเดินศึกษาธรรมชาติ ลานหินปุ่ม ผาชูธง

ตื่นมาตอนเช้าอากาศเย็นกำลังดี เลยชวนแม่ลิง ลูกลิง ไปเดินเล่นรับความสดชื่นที่ลานจอด ฮ. หน้าที่กางเต้นท์ เดินไปยังไม่ทันจะถึงดีก็มีหมาไม่ได้รับเชิญตามมาด้วย ที่แท้เจ้าชิบะนั่นเอง ทำเนียนเหมือนกับว่าจะกลายเป็นหมาของบ้านเราไปแล้ว 

คนเดินชมดอกไม้ใบหญ้าไป หมาก็เดินดมนู่นดมนี่ ไล่นก ไล่กระรอก ไปตามเรื่อง พอเริ่มได้เหงื่อก็กลับที่พัก มากินเสบียงกัน หาอะไรแบ่งให้เจ้าชิบะมันบ้าง เป็นการตอบแทนอัธยาศัยอันดีงาม (แต่กั้กพวกแฮมไว้กินต่ออีกวัน อิอิ) อาบน้ำอาบท่า เตรียมตัวไปลานหินปุ่มผาชูธง ... ᕕ( ᐛ )ᕗ

ที่ลานหินปุ่มรู้สึกคึกคักกว่าที่ลานหินแตกเมื่อวานหน่อย มีนั้กท่องเที่ยวมากันหลายคณะ แต่เดินไปไม่นานก็เหลือแต่พวกเรากับครอบครัวม้งเดินกันอยู่ 2 กลุ่ม เป็นหนุ่มสาว 2 คู่ แม่เฒ่ากับเด็กเล็กอีกอย่างละคน (เงียบ ๆ ยิ้มยากแต่เป็นมิตรดี เดินด้วยแล้วสบายใจ) น่าจะมาจาก 'บ้านร่องกล้า' หมู่บ้านม้งตรงทางไปภูลมโลใกล้ ๆ นี้

จะว่าไปก็นึกอิจฉาคนที่มีบ้านแถวนี้จริง ๆ อากาศก็ดี ซ้ำยังมีที่สวย ๆ ให้เดินเล่นอีก

กลับมากินข้าวเที่ยงที่ร้านข้างที่ทำการ อช.  ... กินไปก็นึกถึงเจ้าชิบะไป คิดว่าเมื่อเช้าให้ค่าจ้างเดินเล่นมันน้อยไปหน่อย เลยสั่งไก่ทอดมากินเหลือ ๆ ถ้าเจอจะเอาไปฝากมัน

ออกจากร้านยังไม่ทันจะไปตามหาที่ไหน เจ้าชิบะก็มุดออกมาจากใต้ท้องรถ (เราเอง) เดินกระดิกหางมาให้เราป้อนไก่ทอดอย่างสบายใจ ᵔᴥᵔ

ตอนบ่ายแก่ ๆ ขับรถไปดูภูทับเบิก เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่ามีบางช่วงถนนเสียหายเพราะดินถล่ม คนไม่ชำนาญทางไม่ควรผ่าน เลยไปดูให้เห็นกับตา เพราะถ้าจริง จะได้เลิกล้มแผนที่จะลงเขาทางด้านนี้ไปเที่ยวหล่มเก่า แล้วเปลี่ยนไปหาที่เที่ยวอื่นที่ง่าย ๆ แทน

ถึงภูทับเบิก มองจากจุดชมวิวเห็นทางลงเขาคดเคี้ยวอย่างกับลำไส้เล็ก แล้วก็ถอดใจ ต่อให้ทางไม่เสีย ผมก็ไม่คิดจะนั่งขับรถตัวเกร็งลงทางแบบนี้หรอกครับ มีกี่โค้งก็ไม่รู้ แต่มองจนสุดสายตาก็ยังหักศอกอยู่เลย ... ว่าแล้วก็ได้แต่แอ็คท่าถ่ายรูปแล้วก็ซื้อผัก ซื้อมัน กลับไปกินที่บ้านพัก ... ดีกว่า

25/02/2562

วัน by One ┊ภูหินร่องกล้า และพื้นที่ใกล้เคียง (วันที่ 1)

ดูดอกไม้ป่าที่ลานหินแตก

ทริปนี้เป็นการพาลูกเที่ยวส่งท้ายปิดเทอมครับ ต้นเดือนตุลาคมช่วงปลายฝนต้นหนาวพอดี  ตอนแรกตัวผมเองตั้งใจว่าจะลองนั่งรถไฟไปกินหมูย่างที่ตรัง หรือไม่ก็ขับรถตระเวนดูฮูปแต้มตามสิมเก่า ๆ แกล้มไก่ย่างที่อีสาน ... แต่บังเอิญ 'โรคคิดถึงภูเขา' ของแม่ลิงกำเริบ หวยก็เลยไปออกที่ การไปดูดอกไม้ดอกหญ้าและสัมผัสอากาศเย็น ๆ ที่ ภูหินร่องกล้าแทน ... ( ᐛ )و

วางแผนคร่าว ๆ ไว้ว่าจะขึ้นภูไปนอนค้างในบ้านพักสักสองคืน พอวันที่สามก็ลงมาหาที่พักในเมืองเล็ก ๆ อย่าง 'หล่มเก่า' หรือ 'พิจิตร' สุ่มหาตลาดนัดตลาดเก่าเดินเล่น หาของอร่อยกิน แล้วค่อยกลับกรุงเทพฯอย่างเอื่อย ๆ ... เมื่อสรุปแผนตกลงกันเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทางได้

วันเดินทางทดลองเส้นทางใหม่ (สำหรับผม) ซึ่งคือ ทางหลวงหมายเลข 11 ปรากฏว่าถนนโล่งดี วิวทุ่งนาสวยแต่ถนนช่วงนครสวรรค์ถึงพิจิตรแคบไปหน่อย มีแค่สองเลนสวนกัน (แต่ถึงอย่างไรก็จะจำไว้เป็นทางเลี่ยง ก็แล้วกัน) ถึงพิษณุโลกตอนใกล้เที่ยง แวะใหว้พระพุทธชินราชเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเข้าป่า หาข้าวกิน แล้วก็เตรียมขึ้นภู ... ถึง อช. ตอนบ่าย จัดของเข้าที่พัก พอแดดร่มลมตกก็ไปเดินเล่น ดูดอกไม้ป่าที่ 'ลานหินแตก' กัน ดอกไม้สวยมาก เดินไปเดินมาเหลือเราอยู่คณะเดียวสามคนพ่อแม่ลูก รู้สึกส่วนตัวเหมือนอยู่ในสวนหลังบ้านเลย

ถึงจะเป็นที่ที่บ้านเราไม่คุ้น แต่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าก็สร้างความประทับใจได้ตั้งแต่แรกพบเจอ เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำอย่างน่ารัก อากาศเย็นกำลังดี ดอกไม้ดอกหญ้าก็กำลังบานสวย โชคดีที่จังหวะดีไปวันธรรมดาช่วงคนน้อย ... เลยซึมซับบรรยากาศได้เต็มที่ ... ฟินตรงนี้แหละ

22/01/2561

วัน by One ┊ชุมพร, เกาะเต่า (วันที่ 5 สุดท้ายแล้ว)

เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้าย และต้องเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯด้วย เลยไม่ต้องทำกิจกรรมอะไรให้วุ่นวาย 

ตื่นเช้าก็กินข้าวต้มรีสอร์ทรองท้องไปก่อน ทะลงทะเลก็ไม่ต้องคิดเล่นให้เสียเวลา เก็บของ, พาป้าไปส่งบ้าน, ตระเวนรับของฝาก แพ็กใส่รถแล้วขับกลับเลยตอนสาย ๆ

แต่ระหว่างทางที่ไปส่งป้า (จากอ่าวทุ่งมะขามไปปากน้ำฯ) จู่ ๆ แกก็พาผมกลับอีกทาง คือแทนที่จะขับรถเลียบชายหาดเหมือนขามา แต่แกพาขับอ้อมหลังเขาผ่านเข้าไปในดงนากุ้ง ... ขับมาสักพักก็ให้หยุดอยู่ที่เพิงขนมจีนเล็ก ๆ ข้างทาง แล้วบอกว่าขนมจีนร้านนี้อะเด็ด (เป็นอันว่ากินมื้อเช้า 2 ครั้ง ... อีกแล้ว ^^") ... ซี่งก็เด็ดจริง ที่ร้านมีน้ำยากะทิ น้ำพริก แล้วก็แกงไก่ (แกงไก่น่ากินมากกกกก) ให้เลือกกิน รสชาติดีกลมกล่อมถึงเครื่องดีแท้ ใครอยากจะเพิ่มความสะใจก็มีพริกทอดให้ใส่ แต่เสนห์ที่สุดของขนมจีนร้านนี้น่าจะอยู่ที่ที่ผักเหนาะชุดใหญ่ที่อยู่กลางโต๊ะ ... ซี่งก็แปลกเพราะ ไม่ได้มีผักแปลก ๆ หากินยากอะไรเลย ทั้งในถ้วย ทั้งในกระจาดผักสามัญทั้งนั้น ธรรมดาแต่สดและอร่อยทุกผัก ที่ผมชอบที่สุด (อันนี้แปลกหน่อย) คือยอดเสม็ดเพิ่งเคยกินครั้งแรก ฝาด ๆ มัน ๆ เข้ากับขนมจีนน้ำยาที่ซู้ดดดด

ระหว่างทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยความอยากมีบ้านอยู่ชุมพรบ้าง ผมจึงถามแม่ว่า ระหว่างชุมพรกับกรุงเทพฯ คิดว่าที่ไหนเป็นบ้านมากกว่ากัน?

แม่บอกว่า ถ้าเป็นสมัยก่อน ก็คงเป็นที่ปากน้ำชุมพรนี่แหละที่เรียกได้ว่าบ้าน แต่ถ้าเอาจริง ๆ แล้ว ตอนนี้พูดถึงบ้านก็คงเป็นที่กรุงเทพฯแล้วหละ อยู่มาตั้งหลายปีนิ ... หลายอย่างเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน คนเก่า ๆ แก่ ๆ ก็หายไปกันหมด "บ้าน" มันมีมากกว่าสถานที่นะ

ครับ ผมรับคำแล้วขับรถต่อ

19/01/2561

วัน by One ┊ชุมพร, เกาะเต่า (วันที่ 4)

เรือจากเกาะเต่ามาถึงท่าเรือที่ท่ายางตอนเช้ามืด จากท่ายางขับรถมา 10 นาทีก็บ้านป้าที่ปากน้ำชุมพร และเหมือนเป็นการเลี้ยงต้อนรับ วันนี้แทบทั้งวันมีคนอาสาพาไปกินของอร่อยตั้งแต่เช้ามืด ... ยันค่ำ

ตอนเช้าเริ่มจากขนมกระจุ๊กกระจิ๊กไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอัน เราปักหลักกันที่ร้านโบตา (ร้านกาแฟเก่าแก่ประจำตลาดเช้าปากน้ำชุมพร) แล้วก็ออกเดินตลาด ใครเจอขนมอะไรอร่อย น่ากิน อยากกินก็ซื้อมา แล้วเอามานั่งกินที่ร้าน ... ที่ผมชอบคือขนมหัวล้านกับปลากระเบนแดดเดียวอร่อยดี อย่างอื่นก็โอเค แต่กาแฟไม่อร่อยเท่าเดิม ซึ่งเหมือนกับของอร่อยอื่น ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ... น่าเสียดายที่ลูกสาวผมเกิดช้าไป ไม่มีโอกาสกินบะหมี่เกี้ยวกวางตุ้ง (แท้ ๆ ) เพราะต้นตำหรับเขาถ่ายทอดวิธีทำเส้นให้คนหนึ่งและสูตรน้ำซุปให้อีกคนหนึ่งซึ่งปัจจุบันเขาไม่ถูกกัน (จบเห่)  เสียดายที่ไม่มีโอกาสกินขนมใส่ใส้ของเจ้ขาบ, เสียดายที่ไม่มีได้ชิมขนมเบื้องญวนของย่าผม ... แต่เท่านี้ขนมก็เต็มโต๊ะแล้ว ...

พอสายหน่อย ขนมยังไม่ทันย่อยหมดดี ป้าก็พาขึ้นไปกินกาแฟถ้ำสิงห์ (กินแล้วกินอีก) บนจุดชมวิวบนยอดเขามัทรี ซึ่งเป็นที่เที่ยวใหม่ของจังหวัดชุมพร ... ผมไม่แน่ใจว่า ผู้ว่าฯ, เทศบาล หรือ อบต. กันแน่ ที่เป็นคนพัฒนาที่บริเวณนี้ เปลี่ยนที่เปลี่ยว ๆ อึม ๆ อย่างซอยเปลี่ยวข้างวัด, ป่าช้าเชิงเขา, ศาลเจ้าเงียบ ๆ ให้กลายเป็นจุดชมวิวที่สวยขึ้นหน้าขึ้นตาได้ขนาดนี้ ต้องขอชื่นชมและขอบคุณ เพราะถึงแม้ทางขึ้นจะชันไปหน่อย ป้ายสำหรับถ่ายรูปวุ่นวายไปนิด  แต่มุมที่มองเห็นตัวเมืองปากน้ำชุมพรได้ทั้งเมืองนี่เป็นมุมที่ผมมองได้ไม่เบื่อเลยจริง ๆ

กินกาแฟเสร็จ ผมก็แว๊บพาลูกพาเมียไปแอบดูวัด (วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย) ที่เคยมาบวชเณรภาคฤดูร้อนตอนเด็ก ๆ ฟื้นความจำ ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไปตามเรื่อง

กลับจากวัด "พี่โจ" (ลูกชายป้า) ก็พาไปเลี้ยงมื้อเที่ยงอีก ตอนเย็นก็ไปกินอาหารที่หาดทรายรีอีก ... สรุปว่าวันนี้ทั้งวันมีแต่ กิน กิน กิน

วันนี้มีอุบัติเหตุนิดหน่อย จากตอนแรกที่คิดว่าจะพักที่ อช.หมู่เกาะชุมพร แต่เพราะการสื่อสารสับสน ต่างก็จำผิดวัน บัานพักเต็ม ก็เลยต้องระเห็จออกมาพักรีสอร์ทบ้าน ๆ ชื่อ "ทองหลางรีสอร์ท" ที่อ่าวทุ่งมะขามแทน

16/01/2561

วัน by One ┊ชุมพร, เกาะเต่า (วันที่ 3)

เพราะว่าเมื่อวานไปทำกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์อย่างดำน้ำมาแล้ว วันนี้ก็เลยเริ่มต้นอย่างเอื่อยเฉื่อย นั่ง ๆ นอน ๆ เล่นน้ำ เล่นทราย จนเริ่มมาพีคเมื่อกิจกรรมหมด ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว ... ความเบื่อสะสมจนผมทนไม่ไหวหาเรื่องลำบากลำบน (ไม่คิดว่าจะลำบาก) ชวนกันเดินไปสำรวจจุดชมวิวจอห์น-สุวรรณ

จุดชมวิวจอห์น-สุวรรณ อยู่บนเนินเขา ปลายแหลมที่ขั้นระหว่าง อ่าวโฉลกบ้านเก่า กับ อ่าวเทียนออก  ในไกด์บุค (ที่หยิบได้ฟรี ๆ ที่ท่าเรือ) บอกว่าเป็นจุดชมวิวยอดฮิตบนเกาะเต่าเพราะมองเห็นทะเลทั้งสองอ่าวพร้อม ๆ กัน คล้ายกับที่เกาะพีพี ... ดูรูปก็สวยดี จากแผนที่ก็ไม่ได้อยู่ไกลจากที่พักเรามาก ประมาณกิโลกว่าๆ เท่านั้นเอง และมองจากที่พักเราก็ไม่ได้อยู่สูงมากจนต้องแหงนหน้ามอง ... แต่ความจริง ด้วยความชันบวกกับ "แดดมหาประลัยทะเลใต้" ตอนบ่าย 2 - บ่าย 3 ... กว่าจะเดินถึง, (ต้องซื้อตั๋วด้วย!!! (ʘдʘ╬)) กว่าจะขึ้น, กว่าจะลง, กว่าจะกลับ ... ทั้งร้อนทั้งเหนื่อยแทบจะละลาย  แต่ก็นับเป็นประสบการณ์ที่ดี ที่ได้เห็นสถานที่สวย ๆ อย่างนี้ เป็นอีกมุมของเกาะเต่าที่น่าประทับใจ ... คิดไปคิดมา ก็อดอิจฉาน้าจอห์นกับลุงสุวรรณผู้ค้นพบจุดชมวิวนี้ไม่ได้ สมัยก่อนคงสวยกว่านี้เยอะ และก็คงไม่ต้องเสียค่าผ่านทางอะไรด้วย ("น้า" กับ "ลุง" เป็นคำที่ผมมะโนเอาเล่น ๆ  ที่จริงแล้ว ใครจะเป็นน้าหรือลุงหรืออะไร ผมไม่รู้หรอกครับ : P )

หลังจากกลับมาอาบน้ำอาบท่า พักผ่อนกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมก็ปรึกษากับแม่ว่าจะกลับชุมพรด้วยเรือนอนคืนนั้นเลย ... ดี หรือจะค้างที่รีสอร์ทอีกคืนแล้วค่อยกลับเรือเร็วอีกวัน ... ดี  ก็ได้ข้อสรุปว่า กลับเลยดีกว่า เพราะจะได้มีเวลาเที่ยวชุมพรบ้าง และอยู่ที่เกาะต่อก็ไม่มีอะไรทำ

ขากลับ สภาพเรือเก่ากว่าขามามาก ราคาก็ถูกกว่านิดหน่อย แต่มีเพื่อนร่วมทางเยอะ และส่วนมากเป็นคนที่ทำงานที่เกาะ ชาวเกาะมั่ง, AEC มั่ง ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว (ฝรั่ง) สักเท่าไหร่ ... ทะเลมีคลื่นลมนิดหน่อย เลยนอนไม่ค่อยหลับ

15/01/2561

วัน by One ┊ชุมพร, เกาะเต่า (วันที่ 2)

เรามาถึงเกาะเต่าตอนเช้ามืด ตีห้ากว่า ๆ นั่งรอที่ท่าเรือสักพักพนักงานที่รีสอร์ท (ของญาติห่าง ๆ อีกแล้ว) ก็เอารถกระบะคันใหญ่มารับ ขับบึ่งพาเราขึ้นเขา ลงเนิน คดเคี้ยวเลี้ยวลด ผ่านทางมืด ๆ มาแป๊บเดียวก็ถึงที่พักที่อ่าวโฉลกบ้านเก่า

พอถึงรีสอร์ท เก็บของเสร็จ ระหว่างที่เรานั่งกินอาหารเช้ากันชิว ๆ เจ้าของรีสอร์ทก็เข้ามาทักทาย แล้วก็แนะนำว่า วันนี้ฟ้าเปิดน่าจะไปดำน้ำรอบเกาะเลยนะ เขาจะจองให้ ... ผมเองไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ เพราะยังเหนื่อยจากการเดินทาง ตั้งใจว่าวันนี้จะพักผ่อน ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยตามแบบชาวเกาะ ซะหน่อย ... แต่ในเมื่อคนอื่นพร้อม จะฮึดฮัดขัดใจเพื่อนร่วมทริปก็ไม่ไหว เอาวะ ... ไปก็ (ต้อง) ไป

ทัวร์ One Day Trip ดำน้ำรอบเกาะแบบนี้ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ไม่ได้เป็นนักดำน้ำจริงจัง มีให้เลือกหลายเจ้า แต่ส่วนใหญ่ก็จะเหมือนกัน  คือ ไม่ใช่การเหมา มีเพื่อนร่วมทริปอีกหลายคณะแล้วแต่ว่ารีสอร์ทที่ตกลงกันไว้เขาจะส่งมากี่คน, มีรถมารับส่งทั่งไปและกลับ, เริ่มออกจากท่าเรือแม่หาดจะวนซ้ายหรือวนขวาก็แล้วแต่ (ของผมวนซ้าย), แวะดำน้ำตามอ่าวสวย ๆ แต่ไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและสถาณการณ์เฉพาะหน้า เช่น อ่าวนี้คนแน่น น้ำแรงไปหรือจู่ ๆ ฝนตก ก็รอไปหรือไปดำที่อื่นได้ ทำนองนี้ ... ส่วนใหญ่จะแวะ อ่าวฉลาม, อ่าวลึก, อ่าวม่วง และที่พลาดไม่ได้คือเกาะนางยวน (ซึ่งเสียค่าขึ้นเกาะอีก 30 บาท) บนเรือมีอุปกรณ์ดำน้ำตื้นให้ครบ มีขนมและชากาแฟให้ชงกินเองได้ไม่อั้น ตอนเที่ยงก็มีข้าวให้กิน เรียกว่าซื้อทัวร์แล้วจบทั้งเที่ยวทั้งกินในหนึ่งวัน

ลำที่ผมใช้บริการนั้นเหมือนจะเป็นกิจการในครอบครัว พ่อเป็นกัปตันขับเรือ, แม่เป็นแม่ครัว, มีลูกชายที่รูปร่างหน้าตาเหมือน "อาไท กลมกิ๊ก" ค่อยดูแลนักท่องเที่ยวคอยเช็คอุปกรณ์ และมีลูกจ้างชาวพม่า (พูดไทยไม่คล่องแต่ภาษาอังกฤษดี) ทำหน้าที่ออกแรง และเป็นไลฟ์การ์ด คอยช่วยคนที่ว่ายน้ำไม่แข็งหรือเหนื่อย พากลับมาที่เรือ

สำหรับผม ถึงแม้ว่าทริปนี้จะเริ่มแบบมึน ๆ ง่วง ๆ แต่ก็เจอตัวอะไรที่ไม่เคยเห็นเยอะดี เห็นปลาวัวไททัน (Titan Trigger Fish) กับฝูงปลาตาโตหลายร้อยหลายพันตัว ... ฯลฯ อาหารเที่ยงก็อร่อย  รวม ๆ แล้วเป็นทริปที่สนุก

10/01/2561

วัน by One ┊ชุมพร, เกาะเต่า (วันที่ 1)

 images

ขยายความ เผื่อมีคนอ่านลายมือผมไม่สะดวก ^.~

การไปชุมพรครั้งนี้ เหมือนการกลับบ้านเก่าไปเยี่ยมญาติมากกว่าจะเป็นทริปท่องเที่ยวธรรมดา เริ่มจากที่ผมได้มีโอกาสมางานศพลุงที่ปากน้ำชุมพร ... ได้มาเห็นญาติ ๆ มารวมตัวกันที่วัด ได้กินอาหารอร่อย ๆ ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของเมืองที่คุ้นเคย ตรงที่ที่เคยเป็นกำแพงวัดกับห้องเย็น (แช่ปลา) ถูกปรับปรุงให้กลายเป็นพื้นที่เปิดโล่ง คล้าย ๆ สวนสาธารณะริมหาด มองเห็นเกาะมัตโพนได้ง่าย ๆ วิวสวย บรรยากาศน่าเดินเล่น ...ฯลฯ

เห็นแล้วก็นึกถึงลูก อยากอวด อยากชวนเขามาสัมผัสชุมพรบ้าง สัมผัสเมืองที่ผมใช้ชีวิต (ช่วงปิดเทอม) ตอนอายุไล่ ๆ กับเขา ... สัมผัสที่ที่ผมกับแม่ของเขาเคยเที่ยวดำน้ำกันสมัยที่พามาแนะนำตัว ... อยากให้มีประสบการณ์การดำน้ำบ้าง แม้จะเป็นแค่การดำผิวน้ำ (Snorkeling) ก็ยังดี ... และที่สำคัญก็พามาหาญาติฝั่ง ปู่ ๆ ย่า ๆ แล้วเอาอาหารใต้เข้าเส้นเลือดบ้าง น่าจะดี ... คิดได้ดังนี้ก็เลยจัดทริป

ทริปนี้กะว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 วัน ชวนแม่ไปด้วย ขับรถไปชุมพร เยี่ยมป้าแล้วก็รับไปเที่ยวเกาะเต่าด้วยกัน นอนที่เกาะสัก 2 คืน กลับมาชุมพรพักที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรสักคืน แล้วก็ขับรถกลับกรุงเทพฯ

ตอนขับรถ เพิ่งรู้ (สึก) ว่าชุมพรอยู่ใกล้กว่าที่คิด จำได้ว่าสมัยก่อนต้องขับรถข้ามวัน, นั่งรถไฟข้ามคืน แต่เดี๋ยวนี้ขับรถออกจากกรุงเทพฯตอนเช้า จะไปกินข้าวเที่ยงในตัวจังหวัดเลย ก็ทำได้สบาย ๆ ไม่ต้องกระเสือกกระสนอะไร หลังจากกินข้าวเสร็จ ก็ขับรถวนไปดูทะเล, พาหลานสาวไปหาย่า (ป้าผม), ใช้อภิสิทธิ์กินโจ๊ก, มาม่า, แถมกับข้าวพิเศษ คือปลาหมึกผัดกระเทียมแบบฟรี ๆ ... อิ่มแล้วก็ช่วยป้าเก็บจาน ปิดร้าน เตรียมตัวขึ้นเรือนอนไปเกาะเต่า

ถึงเรือที่ผมขึ้นเรียกว่า "เรือนอน" แต่หน้าที่หลักของเรือประเภทนี้ก็คือขนของ (สินค้าอุปโภคบริโภค) ขนจากฝั่งไปที่เกาะ ขากลับก็รับของจากเกาะกลับมาฝั่ง  พอการท่องเที่ยวเกาะเต่าเริ่มบูม จากที่เคยรับคนบ้าง ก็เป็นหลาย ๆ คนบ้าง ไทยบ้าง, ฝรั่งบ้าง, จีนบ้าง, จนสุดท้ายก็ขายตั๋วเป็นเรื่องเป็นราว กลายเป็นเรือนอนอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้ ... สมัยก่อน ลุงอีกคน (ลูกพี่ลูกน้องแม่) ของผม ก็มีกิจการเรือนอนเหมือนกัน สมัยนั้นเรือของลุงเป็นเรือไม้คล้ายเรือประมงขนาดใหญ่ ผู้โดยสารปูเสื่อนอนกันเรียงรายเหมือนปลาแห้ง ทั้งไทยทั้งฝรั่ง ได้อารมณ์ "เรฟูจี" นิด ๆ เสียดายที่ตอนนี้แกเลิกกิจการไปแล้ว ... แต่คิดอีกที นอนบนเรือเฟอร์รี่เหล็กลำใหญ่ มีแอร์ มีเตียง ไม่โคลงเคลงอย่างนี้หนะ ดีแล้ว

มีเรือนอนออกจากท่าเรือที่ท่ายาง ทุก จันทร์-พุธ-ศุกร์ ประมาณห้าทุ่ม ไปถึงเกาะเต่าก็ราว ๆ ตีห้า
'วัน by One' ก็คือการรวบรวมเหตุการณ์ประทับใจเอย อาหารอร่อยเอย อะไรต่อมิอะไรเอย ภายในหนึ่งวัน แล้ววาดบันทึกให้จบในหนึ่งหน้ากระดาษ ... หวังว่าคนอ่านจะรู้สึกสนุกกับวิธีนำเสนอแบบนี้ เพราะคนเขียนสนุกดี