21/01/2569

บันทึก เมื่อผมต้องลาขาดจากต่อมไทรอยด์

จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เคยกลัวลุงคนหนึ่ง แถวบ้านยายที่ปากน้ำชุมพรมาก ๆ แกเป็นคนตัวใหญ่ แถมมีก้อนเนื้อประหลาดที่คอ ดูเหมือนสวมหมอนรองคอไว้ตลอดเวลา เดินผ่านหน้าบ้านทีไร ผมก็อดจ้องมองคอแกไม่ได้ บางครั้งแกรู้ตัวหันควับมา ก็ต้องรีบหลบ 'กลัว' รู้สึกเหมือนเป็นยักษ์ที่จ้องจะจับเด็กสอดรู้สอดเห็น ...

ในตำราเรียนสอนกันมาว่า "โรคคอพอก" เกิดจากการขาดไอโอดีน ผมนึกขำอยู่ในใจ เพราะที่ปากน้ำชุมพรน่ะ แค่หายใจยังได้กลิ่นเกลือ แม้แต่น้ำในแม่น้ำยังเป็นน้ำกร่อย นึกไม่ออกจริง ๆ ว่า คนที่อาศัยอยู่แถวนี้จะขาดไอโอดีนไปได้อย่างไร

ความทรงจำเรื่องลุงคนนั้นเลือนหายไปนานแล้ว เพิ่งนึกได้ตอนที่คลำเจอก้อนที่คอนี่แหละ

หลังผ่าตัดเสร็จ ผมถามคุณหมอถึงสาเหตุ แต่คำตอบที่ได้รับคือ "ระบุไม่ได้ครับ" หมอยืนยันว่าไม่ใช่เพราะการใช้ชีวิต บุหรี่ หรือแม้แต่กรรมพันธุ์ สรุปคือจู่ๆ มันก็เกิดขึ้นมาเองตามดวง... หวังว่าก้อนนี้คงไม่ใช่ "ผลกรรม" ที่ผมเคยไปยืนจ้องคอลุงแกในวันนั้นหรอกนะ!
บันทึกประสบการณ์ส่วนตัวเมื่อคลำเจอก้อนที่ต่อมไทรอยด์ โดย Monkeynumber4
ภาพอธิบายรูปร่างของต่อมไทรอยด์ที่เกิดซีสต์ โดย Monkeynumber4

การตรวจร่างกายประจำปี (ปี 67) ครั้งนั้น เหมือนได้เบิกเนตร นอกจากเจาะเลือด เอ็กซเรย์ ดูค่าน้ำตาล ดูไขมันต่าง ๆ ตามปกติแล้ว ผมยังต้องตรวจพิเศษด้วย ต้องเจาะเลือดเพิ่มดูค่าฮอร์โมนไทรอยด์และอัลตราซาวด์บริเวณคอ (ได้แผ่น CD กลับด้วย แต่ไม่รู้จะเปิดดูยังไง 😅) ไทรอยด์คืออะไร หน้าตาเป็นแบบไหน มีหน้าที่อะไร และที่สำคัญคือ 'มันมีปัญหาอะไร' ... กระจ่างแจ้งก็คราวนี้แหละ

แต่ก็นั่นและครับ เหมือนคนเห็น'ผี'คือถ้าเราแค่เห็น แล้วผีมันเฉย ไม่ได้จู่โจม ไม่ได้พุ่งเข้ามาหลอก ... การเมินทำเป็นไม่รู้ ไม่ชี้ ไม่เห็น ไม่พูดถึง ก็ดูจะเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด ณ ตอนนั้น

หมอบอกว่า มีโอกาสน้อยที่จะเป็นเนื้อร้าย (0.03 %) ผมเองก็ยังไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไรเลย ฮอร์โมนปกติ ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่อึดอัด เจ้าก้อนซีสต์ที่ว่าก็ซ่อนตัวอยู่ใต้เหนียงอย่างแนบเนียน คนอื่นถ้าไม่สังเกตจริงจังหรือไม่เอามือมาคลำที่คอ ก็ไม่น่าจะรู้ ... ผมเลยปล่อยเลยตามเลย ทำเนียนใช้ชีวิตปกติได้พักหนึ่ง

หลังจากทำเป็นทองไม่รู้ร้อนมาได้ร่วมปี ผมเริ่มสังเกตว่า เจ้าซีสต์ที่คอมันเริ่มใหญ่ขึ้น เริ่มมีอาการคอตึง ๆ อึดอัด ๆ บางทีก็ซึม ง่วง เหนื่อยหน่ายผิดปกติ บางครั้งเวลาไอหรือจามแรง ๆ จะมีละอองเลือดปนมา (ซึ่งไม่น่าเกี่ยว น่าจะเป็นเส้นเลือดฝอยในจมูกแตกมากกว่า 😅) แต่ความวิตกกังวลมันห้ามกันไม่ได้ บางครั้ง นอนตกหมอนคอเคล็ดก็เผลอเอามาเชื่อมโยง ... เลยตัดสินใจว่า "หาหมอดีกว่า" แก้ฟุ้งซ่าน จะเป็นอะไรก็เป็น จะรักษาดูแลอย่างไร ... จะได้รู้

ผมเลยไปโรงพยาบาลตามสิทธิ์บัตรทอง ซึ่งถ้าไม่ติดเรื่องที่ต้องรอคิวนาน ก็ถือว่าดีเลยล่ะครับ ทั้งหมอและพยาบาลดูแลเราดีมาก ๆ เครื่องไม้เครื่องมือก็มีครบ เก่าบ้างแต่ยังใช้งานได้ดี

ประสบการณ์การตรวจรักษาซีสต์ในต่อมไทรอยด์ในโรงพยาบาลรัฐ โดย Monkeynumber4

ผมเข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลอยู่เกือบปี ตรวจนู่น นี่ นั่น เจาะชิ้นเนื้อที่คอ ดูดน้ำเอาไปตรวจ เจาะเลือด เข้าอุโมงค์ CT ... สุดท้าย หมอก็สรุปว่า ถึงแม้ก้อนไทรอยด์ของผมจะดูเป็นมิตรดีไม่น่าจะเป็นเนื้อร้ายใด ๆ แต่มันโตมาก (ผล CT ว่าเกือบจะ 6 cm แล้ว) โตจนเบียดทางเดินอาหารซะโค้งเลย แถมทำท่าจะมุดลงไปซ่อนใต้กระดูกหน้าอกอีก ถ้าไม่ผ่าตอนนี้จะผ่ายาก แถมไทรอยด์ข้างขวาก็เริ่มส่งสัญญาณโตตามมาติด ๆ

หมอว่า มี 3 ทางเลือก

  1. เก็บไว้ไม่ทำอะไร : แต่สุดท้ายถ้ามันโตขึ้นก็ต้องผ่าอยู่ดี และถ้ารอให้ไทรอยด์มันมุดไปใต้กระดูกหน้าอกจะเรื่องใหญ่ 
  2. ผ่าออกข้างเดียว : แต่อีกข้างก็เริ่มโตแล้วเหมือนกัน และถ้าตรวจชิ้นเนื้อไทรอยด์ (ที่ผ่าไป) แล้วเจอเชื้อมะเร็งซ่อนอยู่ ก็ต้องกลับมาผ่าซ้ำ 
  3. ผ่าต่อมไทรอยด์ออกไปหมดเลยทั้ง 2 ข้าง : หมอแนะนำทางนี้
แล้วหมอก็ถามว่า ..."คนไข้ทำงานที่ต้องใช้เสียงไหมคะ?!"
ความเสี่ยงและผลข้างเคียงในการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ - ฉบับ Monkeynumber4

การผ่าตัดต่อมไทรอยด์เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ถือว่าปลอดภัยสูง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงเพราะอยู่ใกล้กับอวัยวะสำคัญต่าง ๆ ในช่องคอ ไม่ว่าจะเป็นต่อมพาราไทรอยด์ ทางเดินอาหาร หลอดลม หรือกล่องเสียง ทั้งนี้ความยากง่ายนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนด้วย ยิ่งก้อนใหญ่ การผ่าตัดก็ยิ่งซับซ้อน ยิ่งเสี่ยงขึ้น (ซึ่งของเราเองก็ใหญ่ใช่ย่อย ... แหะๆ ^^")

นอกจากความเสี่ยงทั่วไปของการผ่าตัดใหญ่เช่น ผลข้างเคียงจากยาสลบ การเสียเลือดมากและการติดเชื้อแล้ว การผ่าตัดไทรอยด์ยังมี "อาการแทรกซ้อนเฉพาะทาง" อีก คือ

  • เสียงแหบ/เสียงเปลี่ยน : เกิดจากเส้นประสาทที่ควบคุมเส้นเสียงถูกกระทบกระเทือนระหว่างผ่าตัด ส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวที่จะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 1-6 เดือน
  • ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ : เกิดจากต่อมพาราไทรอยด์ (ต่อมไร้ท่อขนาดเล็ก 4 ต่อมที่อยู่ด้านหลังไทรอยด์ ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณแคลเซียมในเลือด) ถูกกระทบกระเทือนส่งผลให้ มีอาการชาตามมือ ตามหน้า ริมฝีปาก หรือเกิดเป็นตะคริวได้
  • กลืนลำบาก : ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก อาจรู้สึกปวด เจ็บคอ หรือเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ในคอ
  • และเมื่อไม่มีต่อมไทรอยด์แล้ว สิ่งที่ต้องยอมรับให้ได้คือ การกินฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทนไปตลอดชีวิต เพราะหากหยุดยา ระบบต่าง ๆ ในร่างกายจะค่อย ๆ ทำงานช้าลง และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต

สารภาพตามตรงว่า รู้แล้ว "กลัว" แต่ถ้าเทียบกับการปล่อยไว้แล้วมานั่งลุ้นว่า ก้อนซีสต์มันจะโตขึ้นไหม? จะกลายเป็นมะเร็งหรือเปล่า? หรือว่า ถ้ารอไป รอไป สุดท้ายอาการหนักขึ้น ก็ต้องผ่าตัดอยู่ดี แถมต้องผ่าในสภาวะที่ยุ่งยากกว่าเดิมหลายเท่า ... ผมว่าผ่าเสียเลยตอนนี้ดีกว่า

หลังจากนอนไม่หลับอยู่ 2-3 คืน ผมก็ทุบกระปุกเงินเก็บ เตรียมตัวไปผ่าตัดกับโรงพยาบาลเอกชน

สภาพผมเองหลังผ่าตัด ในห้อง ICU - (บันทึกส่วนตัว Monkeynumber4)

วันผ่าตัด ผมต้องไปเตรียมตัวที่โรงพยาบาลก่อน ประมาณ 5 ทุ่ม งดอาหาร อาบน้ำ เจาะเข็มน้ำเกลือ แล้วนอนรอเวลาผ่า 7 โมงเช้า

6 โมงเช้า พยาบาลมารับไปเปลี่ยนชุดเขียว พานั่งรถเข็นต่อด้วยเตียง ภาพเดียวที่เห็นคือไฟเพดานที่เลื่อนผ่านไปเรื่อยๆ ทีละดวง ทีละดวง ... จังหวะนั้นถ้ามีเพลงประกอบละก็ ใช่เลย... ฉากจบของหนังชัด ๆ (แต่อาจจะเป็นฉากเปิดเรื่องก็ได้นะ)

ผมถูกเข็นไปพักรอหลังม่าน หมอดมยาสลบแวะมาซักซ้อมรายละเอียด แล้วทิ้งท้ายด้วยคำถามว่า "มีฟันปลอมไหม?" ผมตอบทันควัน "มีแต่ฟันผุครับ" หมอยิ้มมุมปากแล้วจากไป

ในห้องผ่าตัด บรรยากาศเริ่มชุลมุน ทีมพยาบาลรุมล้อมเปลี่ยนเตียง แปะสายวัดหัวใจ ฉีดยาฆ่าเชื้อ พันขา ทุกคนทำงานพร้อมกันจนผมรู้สึกเหมือนรถแข่ง F1 ที่กำลังเข้า "พิท" (Pit Stop) ภาพสุดท้ายที่เห็นคือที่ครอบจมูกพร้อมควันสีขาวเย็น ๆ สูดได้ 2 ที... ภาพก็ตัดไป

ตอนแรกแอบนึกว่าจะได้ฝันเห็นภาพย้อนอดีต (Flashback) หรือมีคนมาจูงมือให้เดินไปตามทางที่มีแสงสว่างแบบในหนัง หรืออย่างน้อยได้ไปเล่นเกมลุ้นตายแบบใน Alice in Borderland บ้าง... 😅 แต่เปล่าเลยครับ ทุกอย่างวูบหายไปดื้อ ๆ รู้สึกตัวอีกทีตอนที่มีเสียงเรียก ว่า "คุณลิงๆ การผ่าตัดเรียบร้อยดีนะครับ" ลืมตามาอีกทีก็เห็นตัวเองอยู่กลางสายระโยงระยางในห้อง ICU เสียแล้ว

ผมนอนสะลึมสะลืออยู่ในห้อง ICU หนึ่งวันหนึ่งคืน เต็ม ๆ (ลูกลิงบอกว่าสภาพตอนนั้นดูอาการหนักมาก) เช้าวันรุ่งขึ้น หมอก็มาเยี่ยม ทดลองให้ "พูด" เช็คเสียงซึ่งโอเคดี แล้วเล่าว่า "ก้อนที่เอาออกมาใหญ่มากเลย กว่าจะเอาออกได้ลุ้นกันทั้งห้องผ่าตัดเลยครับ" ... ผมได้แต่ยิ้ม (แหะ ๆ) หลังจากนั้นคุณหมอกับพยาบาลก็ช่วยกันถอดสายต่าง ๆ ออก เปลี่ยนผ้าพันแผล แล้วย้ายผมไปพักฟื้นต่อที่ห้องผู้ป่วยอีกหนึ่งคืน ก่อนจะได้กลับบ้านในบ่ายวันรุ่งขึ้นครับ

ผ่าแล้วเป็นอย่างไรบ้าง - รีวิวโดย Monkeynumber4

สุดท้ายนี้ ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนจบนะครับ หวังว่าบทความนี้จะสนุกและเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง นะครับ

หากชอบเนื้อหาแบบนี้ อยากสนับสนุนการเขียนของผม (หรืออยากเลี้ยงกาแฟสักแก้ว ☕) สามารถกดสนับสนุนได้ที่ Ko-fi ของผมตามลิงก์นี้เลยครับ ทุกการสนับสนุนคือกำลังใจที่สำคัญมากจริง ๆ ครับ